Last updated: 28 ก.ค. 2569 | 8 จำนวนผู้เข้าชม |
ก่อนการถือกำเนิดของนาฬิกาดำน้ำสมัยใหม่ที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน การสร้างนาฬิกาที่สามารถรับมือกับสภาพแวดล้อมอันโหดร้ายของโลกใต้น้ำถือเป็นความท้าทายครั้งสำคัญของวงการประดิษฐ์นาฬิกา และหนึ่งในแบรนด์ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันมาตรฐานดังกล่าวคือ Edox ผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสที่ได้รับสมญานามว่า "The Water Champion" จากความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนานาฬิกาที่มีประสิทธิภาพในการกันน้ำเหนือชั้น
จุดเริ่มต้นของชื่อเสียงนี้ย้อนกลับไปในปี 1961 เมื่อ Edox เปิดตัว Delfin นาฬิกาที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการกันน้ำ ด้วยการพัฒนาโครงสร้าง Double Caseback หรือฝาหลังแบบสองชั้น ร่วมกับซีลกันน้ำที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญของยุคนั้น และกลายเป็นรากฐานที่ทำให้ Delfin ได้รับการยอมรับในฐานะหนึ่งในนาฬิกาดำน้ำที่โดดเด่นที่สุดของ Edox
กว่าสิบปีต่อมา ในปี 1973 แบรนด์ไม่ได้เลือกเพียงปรับปรุงรายละเอียดของ Delfin หากแต่ตัดสินใจตีความนาฬิการุ่นนี้ขึ้นใหม่ทั้งหมด ตัวเรือนได้รับการออกแบบให้มีเส้นสายที่เฉียบคมยิ่งขึ้น พร้อมขอบตัวเรือนทรง 12 เหลี่ยม (Dodecagonal Bezel) ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากนาฬิกาดำน้ำทั่วไป สถาปัตยกรรมของตัวเรือนยังได้รับการพัฒนาให้มีมิติและความแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ถ่ายทอดบุคลิกที่ทันสมัยและกล้าหาญ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาจิตวิญญาณของ Delfin รุ่นต้นกำเนิดเอาไว้อย่างครบถ้วน นี่จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นวิวัฒนาการที่ทำให้ Delfin พร้อมก้าวสู่คนรุ่นใหม่ในยุคนั้น

กว่าครึ่งศตวรรษผ่านไป Edox ยังคงยึดมั่นในแนวคิดเดียวกัน เมื่อเปิดตัว Delfin 1973 รุ่นปี 2026 ผลงานที่ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อย้อนอดีต หากเป็นการสานต่อเรื่องราวของตำนานบทนี้ให้ก้าวเดินต่อไป ขอบตัวเรือนทรง 12 เหลี่ยมยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ในฐานะหัวใจสำคัญของการออกแบบ แต่รายล้อมด้วยตัวเรือนใหม่และหน้าปัดที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ทั้งหมด
รายละเอียดที่โดดเด่นที่สุดอยู่บนหน้าปัด ซึ่งได้รับการตกแต่งด้วยเทคนิค Linear Embossed Finishing ผ่านการกดอัดพื้นผิวแผ่นทองเหลืองซ้ำ ๆ ด้วยเครื่องมือเฉพาะ จนเกิดลวดลายนูนในแนวนอนที่มีมิติทั้งทางสายตาและสัมผัส พื้นผิวที่เกิดขึ้นชวนให้นึกถึงระลอกคลื่นบนพื้นทรายใต้ท้องทะเล ถ่ายทอดความเคลื่อนไหวอันสงบนิ่งของธรรมชาติ พร้อมสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่าง Delfin กับโลกแห่งท้องทะเล ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจของคอลเลกชันมาตั้งแต่แรกเริ่ม
คอลเลกชันใหม่นี้ได้รับการพัฒนาให้ตอบโจทย์ผู้สวมใส่ได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งขนาด 41 มิลลิเมตร พร้อมการแสดงวันที่และรุ่น Chronograph ขนาด 43 มิลลิเมตร รวมถึงรุ่นสำหรับสุภาพสตรีขนาด 32 มิลลิเมตร พร้อมตัวเลือกหน้าปัดสีเงิน สีดำ สีน้ำเงิน และสีเขียว จับคู่กับสายสเตนเลสสตีลแบบ Jubilee หรือสายยาง รวมถึงรุ่นทูโทนสีทองที่ช่วยเพิ่มความหรูหราให้กับคอลเลกชัน

การกลับมาของ Delfin 1973 จึงไม่ใช่การนำความสำเร็จในอดีตกลับมาเล่าใหม่ แต่เป็นการพิสูจน์ว่าแนวคิดการออกแบบที่ยอดเยี่ยมสามารถพัฒนาให้ร่วมสมัยได้โดยไม่สูญเสียตัวตน ขณะเดียวกันก็สะท้อนปรัชญาของ Edox ที่ยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นาฬิกาซึ่งพร้อมเผชิญทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะอยู่บนผืนดินหรือใต้ท้องทะเล สมกับฉายา "The Water Champion" ที่แบรนด์ครองมาอย่างยาวนาน.
เกี่ยวกับ EDOX
ตลอดระยะเวลากว่า 140 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1884 Edox ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง เปรียบเสมือนกาลเวลาที่ไม่เคยหยุดเคลื่อนไหว จุดเริ่มต้นของแบรนด์เกิดจากความตั้งใจของ Christian Ruefli-Flury (คริสเตียน รือฟลี-ฟลูรี) ผู้รังสรรค์นาฬิกาพกเรือนหนึ่งเป็นของขวัญวันเกิดครบรอบ 25 ปีให้แก่ภรรยาสุดที่รัก Pauline (พอลลีน) ความประทับใจในผลงานชิ้นนั้นทำให้เธอสนับสนุนให้เขาก่อตั้งบริษัทของตนเอง และนั่นคือจุดกำเนิดของ Edox
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Edox ได้สร้างชื่อเสียงในฐานะ "The Water Champion" แห่งวงการนาฬิกาสวิส จากความเชี่ยวชาญในการพัฒนานาฬิกาดำน้ำที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะและความน่าเชื่อถือ มรดกที่ Christian Ruefli-Flury วางรากฐานไว้เมื่อกว่าศตวรรษก่อน ยังคงได้รับการสืบทอดและต่อยอดอย่างไม่หยุดยั้งจนถึงปัจจุบัน
ในฐานะหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาสวิสที่ยังคงดำเนินกิจการโดยครอบครัว Edox ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์มรดกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา ควบคู่ไปกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมและแนวคิดใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแบรนด์เป็นที่รู้จักจากนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพการกันน้ำระดับสูง ตัวเรือนที่ผ่านการขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีต และการประกอบกลไกด้วยมือตามขนบดั้งเดิมของการประดิษฐ์นาฬิกาสวิส
Edox แบรนด์ที่ถูกหล่อหลอมโดยกาลเวลา และยังคงร่วมสร้างนิยามใหม่ให้กับกาลเวลาในทุกยุคสมัย
27 ก.ค. 2569
28 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
28 ก.ค. 2569