Last updated: 28 ส.ค. 2569 | 161 จำนวนผู้เข้าชม |
นวัตกรรมงานหัตถศิลป์ในการรังสรรค์เรือนเวลา: โครงการเสริมสร้างอนาคตงานหัตถศิลป์ด้านการผลิตนาฬิกาผ่านการบ่มเพาะและการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ
ความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์ชิ้นงานขนาดเล็ก: เติมเต็มมิติให้กับหน้าปัดด้วยงานหัตถศิลป์ล้ำจินตนาการผ่านนาฬิกาหกรุ่น
การเฉลิมฉลองธรรมชาติ: การใช้สัตว์นานาชนิดเพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ซึ่งเป็นธีมที่เชื่อมโยงเรือนเวลาเข้าด้วยกัน
Vacheron Constantin นำเสนอ Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom ซีรีส์นาฬิกาหกเรือนที่ถูกรังสรรค์ขึ้นภายใต้โครงการ “One of Not Many Crafts Programme” ของเมซง เพื่อส่งเสริมอนาคตของงานหัตถศิลป์แห่งศาสตร์การผลิตนาฬิกา
โครงการนี้รวบรวมช่างหัตถศิลป์ หกท่าน ที่มีผลงานซึ่งไม่เกี่ยวข้องกั บงานหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบดั้งเดิ มในศาสตร์การผลิตนาฬิกา พร้อมท้าทายช่างฝีมือเหล่านี้ ให้ถ่ายทอดงานฝีมือลงบนหน้าปัดนาฬิกาที่มีขนาดเล็ก
ผลงานแต่ละชิ้นถ่ายทอดการตีความในเชิงศิลป์ในธีมสัตว์ป่า ผ่านงานหัตถศิลป์แต่ละแขนงบนหน้าปัด ด้วยกลไกคาลิเบอร์ 2460 G4 ผสานกับเครื่องหมายแสดงเวลาและวันที่ซึ่งอยู่บริเวณวงแหวนรอบนอก ทำให้พื้นผิวของหน้าปัดเปรียบเสมือนผืนผ้าใบจิตรกรรมสำหรับการรังสรรค์ผลงาน

นวัตกรรมงานหัตถศิลป์ในการรังสรรค์เรือนเวลา การเสริมสร้างอนาคตงานหัตถศิลป์ด้านการผลิตนาฬิกาผ่านโครงการบ่มเพาะและการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ
การรักษาและคงไว้ซึ่งจินตนาการในการสร้างสรรค์คือส่วนสำคัญของเอกลักษณ์ของ Vacheron Constantin นับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1755 ความมุ่งมั่นอันยาวนานนี้ได้นำพาเมซงมาสู่การผสมผสานเวิร์กช็อปที่อุทิศให้กับหัตถศิลป์ชั้นสูง (Métiers d'Art) เช่น งานสลักลายกิโยเช่ การแกะสลัก การลงยา การฝังอัญมณี และการผลิตนาฬิกาชั้นสูง ซึ่งล้วนป็นศิลปะการตกแต่งแบบดั้งเดิมในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
เมซงยังมองการณ์ไกลไปสู่อนาคตเสมอ จึงได้พัฒนาความร่วมมือกับสถาบันทางวัฒนธรรมต่างๆ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ Louvre และ Metropolitan Museum of Art ควบคู่ไปกับการสนับสนุนศิลปินและช่างฝีมือผ่านโครงการที่มีจุดมุ่งหมายไม่เพียงแค่การอนุรักษ์กิจกรรมของเหล่าศิลปินและช่างหัตถศิลป์เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการศึกษา การยอมรับจากสาธาณชนและการเข้าใจคุณค่าของศิลปะอีกด้วย
Vacheron Constantin ยังคงมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยการส่งเสริมนวัตกรรมงานหัตถศิลป์ที่นำไปประยุกต์กับการผลิตนาฬิกาผ่านโครงการ “One of Not Many Crafts Programme” โครงการนี้ริเริ่มจากการเชิญช่างหัตถศิลป์ที่มีผลงานซึ่งไม่ เกี่ยวข้องกับงานหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบดั้งเดิมในศาสตร์การผลิตนาฬิกา พร้อมท้าทายให้ช่างเหล่านี้ถ่ายทอดงานฝีมือลงบนหน้าปัดนาฬิกาที่มีขนาดเล็กโดยยังคงรักษาข้อจำกัดทางเทคนิคของนาฬิกาที่ต้องสามารถใช้งานได้จริงไว้

“ภารกิจของ Vacheron Constantin คือการสร้างสรรค์และพัฒนาเพื่อขยายขอบเขตศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูงอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จนี้เกิดจากการบุกเบิกเทคนิคที่เป็นเอกลักษณ์ และความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ไม่มีใครเทียบได้ พร้อมทั้งผสมผสานงานหัตถศิลป์ที่ยังไม่เคยปรากฎในการผลิตนาฬิกา เมซงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อทักษะฝีมืออันล้ำค่าที่มีมาหลายศตวรรษ พร้อมทั้งแสวงหาสิ่งใหม่ๆ และพัฒนาความเชี่ยวชาญในด้านใหม่ๆ ที่หลากหลายอย่างต่อเนื่อง” คุณ Sandrine Donguy ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และการสร้างสรรค์กล่าว
โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของ Vacheron Constantin ในการส่งเสริมความเป็นเลิศทางศิลปะและการอนุรักษ์ทักษะที่ ประมาณค่ามิได้อย่างต่อเนื่อง โดยเมซงมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการส่งเสริมระบบนิเวศแห่งการสร้างสรรค์ทางศิลปะในวงกว้าง ด้วยการขยายการสนับสนุนให้ไปไกลเกินกว่างานหัตถศิลป์ชั้นสูงแบบดั้งเดิมในศาสตร์การผลิตนาฬิกา โดยแนวทางนี้ไม่เพียงแต่ส่งเสริมการแสวงหาแนวทางสร้างสรรค์ใหม่ในการผลิตนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของทักษะของช่างหัตถศิลป์ และการแสดงออกเชิงศิลปะในหลากหลายสาขา เพื่อให้องค์ความรู้และศิลปหัตถกรรมยังคงมีคุณค่าและได้รับการต่อยอดสู่คนรุ่นถัดไป

“โครงการ “One of not Many Crafts Programme” ได้ขยายขอบเขตการสร้างสรรค์ของหัตถศิลป์ชั้นสูง (Métiers d'Art) ในการผลิตนาฬิกา ด้วยการนำงานหัตถศิลป์ที่ไม่ข้องเกี่ยวกับศาสตร์แห่งนาฬิกามาประดับบนหน้าปัดนาฬิกา แนวทางนี้ได้ส่งเสริมการคิดนอกกรอบจากเดิม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการบ่มเพาะความคิดสร้างสรรค์ที่เปิดโอกาสใหม่ให้กับการแสดงออกทางศิลปะภายใต้ข้อจำกัดของการผลิตนาฬิกา” คุณ Christian Selmoni ผู้อำนวยการด้านสไตล์ และมรดกของเมซง กล่าวอธิบาย
เรือนเวลาที่ประดับตกแต่งเสร็จสมบูรณ์ได้กำเนิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยนระหว่างช่างหัตถศิลป์อิสระกับผู้เชี่ยวชาญของเมซง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในเชิงเทคนิคและความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่คุ้นเคย การแลกเปลี่ยนนี้ก่อให้เกิดเครื่องมือ เทคนิค และวิธีการทำงานรูปแบบใหม่ที่ช่วยเพิ่มพูนทักษะและความเชี่ยวชาญให้กับทั้งเหล่าศิลปินที่ได้รับเชิญและช่างหัตถศิลป์ชั้นสูง (Métiers d'Art) ของ Vacheron Constantin
ผลลัพธ์ที่ได้คือซีรีส์นาฬิกาจำนวนหกเรือน ซึ่งแต่ละเรือนมาจากพื้นฐานงานฝีมือที่แตกต่างกัน พร้อมถ่ายทอดอัตลักษณ์ทางศิ ลปะอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวงานปักทองคำ งานศิลป์จากขนนก งานมาร์เกตรีไม้ งานประติมากรรมแก้ว งานประติมากรรมกระดาษ และงานโอริกามิขนาดเล็ก: หกสาขางานหัตถศิลป์ หกศิลปิน หกหน้าปัดที่เป็นผลงานศิลปะขนาดเล็ก โดยหน้าปัดทั้งหมดได้แรงบันดาลใจจากอาณาจักรของสัตว์ ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจอันล้ำค่าที่มีมาอย่างยาวนานของ Vacheron Constantin
การนำเสนอผลงานที่โดดเด่นด้วยฝีมือของช่างหัตถศิลป์และวิสัยทัศน์เชิงศิลปะอันเป็นเลิศ หน้าปัดทุกชิ้นล้วนเป็นผลงานศิลปะในตัวเอง นอกจากนั้นช่างผลิตนาฬิกาของ Vacheron Constantin ยังได้ปรับแต่งคุณสมบัติ และการตกแต่งของคาลิเบอร์ 2460 G4 ให้เข้ากับสุนทรียภาพโดยรวมของแต่ละชิ้นงานได้อย่างลงตัว มอบความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวระหว่างงานศิลปะกับการรังสรรค์นาฬิกาชั้นสูง คาลิเบอร์นี้ทำให้หน้าปัดมีพื้นที่สำหรับการแสดงผลงานศิลปะได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้งานหัตถศิลป์ชั้นสูง (métiers d’art) ฉายความโดดเด่นได้อย่างเต็มที่ด้วยระบบแสดงเวลาอันเป็นเอกลักษณ์ที่แสดงชั่วโมง นาที วันในสัปดาห์ และวันที่ผ่านช่องแสดงข้อมูลสี่ช่องที่ส่วนปลายหน้าปัดทั้งสี่ด้าน
คอลเลคชั่นนี้ยังเสริมด้วยสองส่วนประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ โรเตอร์ขึ้นลานทองคำ 22K ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษและสลักลายด้วยมือ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเครื่องมือของช่างหัตถศิลป์ เพื่อยกย่องงานหัตถศิลป์นาฬิกาแต่ละเรือนยังจับคู่กับสายนาฬิกาที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ซึ่งมีลวดลายสะท้อนเอกลักษณ์ของหน้าปัดผ่านการประทับลายนูน


ความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์ชิ้นงานขนาดเล็ก: เติมเต็มมิติให้กับหน้าปัดด้วยงานหัตถศิลป์ล้ำจินตนาการผ่านนาฬิกาหกรุ่น
การรวมตัวกันของช่างหัตถศิลป์ หกท่านที่ไม่เคยรังสรรค์ผลงานที่มีขนาดเล็กในระดับนี้มาก่อน โดยโครงการนี้ได้เปลี่ยนเรือนเวลาให้กลายเป็นห้องทดลองแห่งการสร้างสรรค์ศิลปะ
ภายในกรอบตัวเรือนที่กำหนดขนาดไว้ที่ 42 มิลลิเมตร และความสูงระหว่างพื้นผิวหน้าปัดกับกระจกแซฟไฟร์ที่ปกป้องหน้าปัดขนาดไม่เกิน 4 มิลลิเมตรนี้ ช่างหัตถศิลป์แต่ละท่านต้องคิดค้นผลงานในรูปแบบใหม่ทั้งหมด โดยปรับแต่งเทคนิคที่เคยใช้กับงานขนาดใหญ่ให้เข้ากับงานขนาดเล็กของการผลิตนาฬิกาชั้นสูง
ตลอดระยะเวลาหลายปีกระบวนการวิจัย การสร้างชิ้นงานต้นแบบการรังสรรค์เครื่องมือ และกระบวนการใหม่ทั้งหมดช่วยผลักดันให้งานศิลป์จากขนนก งานประติมากรรมแก้ว งานประติมากรรมกระดาษ งานปักทองคำ งานมาร์เกตรีไม้ และงานโอริกามิขนาดเล็กสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดดั้งเดิมไปได้
โครงการนี้ได้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างศิลปินกับช่างทำนาฬิกาและช่างฝีมือของ Vacheron Constantin ความเชี่ยวชาญในการรังสรรค์ผลงานขนาดเล็กของพวกเขามี บทบาทสำคัญในการแก้ไขความท้าทายทางเทคนิคและการผสมผสานงานหัตถศิลป์เหล่านี้เข้ากับสถาปัตยกรรมอันละเอียดอ่อนของนาฬิกาที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ผลลัพธ์ที่ได้คือซีรีส์นาฬิกาที่นำงานหัตถศิลป์แบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ในขนาดเล็กที่ถ่ายทอดลงบนหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งเป็นการขยายขอบเขตการสร้างสรรค์ของหัตถศิลป์ชั้นสูง (Métiers d'Art) ในวงการนาฬิกาควบคู่ไปกับการนำเสนอการตี ความอาณาจักรของสัตว์ในมุมมองที่ล้ำสมัย อันเป็นแรงบันดาลใจที่เชื่อมโยงนาฬิกาทั้งหกเรือนเข้าไว้ด้วยกัน

งานศิลป์จากขนนก
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Feathersnake
ศิลปิน: Julien Vermeulen
งานศิลป์จากขนนกถูกเลือกมาใช้ ในการรังสรรค์งูในจินตนาการให้ มีชีวิตโดยพันเลื้อยอยู่รอบหน้ าปัดภายในภูมิทัศน์อันน่าอั ศจรรย์ แม้จะยกตัวขึ้นเหนือพื้นผิวได้ เพียงสามมิลลิเมตร แต่งูกลับมีมิติและโดดเด่นอย่ างน่าทึ่ง ลักษณะสามมิติอันซับซ้อนนี้เกิ ดขึ้นจากการใช้วัสดุโลหะที่พั ฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงรองรั บขนนก ช่วยให้ศิลปินสามารถเพิ่มวอลุ่ มของชิ้นงานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งประกายเหลือบสี ตามธรรมชาติของขนนกที่จะเปลี่ ยนไปตามแสงตกกระทบ ช่วยเสริมมิติของความลึกให้เด่ นชัดยิ่งขึ้น เพื่อให้ได้ผลลัพธ์นี้

งานประติมากรรมแก้ว
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Glassoctopus
ศิลปิน: Simone Crestani
ภูมิทัศน์ยามค่ำคืนในรู ปทรงกลมของหน้าปัด ปลาหมึกยักษ์แก้วโปร่งใสขนาดเล็ กปรากฏกายขึ้นมาราวกับว่าล่ องลอยอยู่ท่ามกลางโลกใต้สมุ ทรในจินตนาการ ฉากหลังประกอบด้วยพื้นหลังสี ทองที่สลักลายกิโยเช่ด้วยมืออย่ างประณีต เคลือบด้วยสีน้ำเงินเข้มที่ ชวนให้ผู้ชมดำดิ่งลึกลงสู่ก้ นมหาสมุทร สิ่งมีชีวิตนี้รังสรรค์ขึ้ นจากแก้วใสล้วนอย่างประณีต มีความสูงเหนือหน้าปัดเพียง 3.5 มิลลิเมตร ประติมากรรมแก้วขนาดเล็กนี้จึ งเป็นผลงานที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง

โอริกามิขนาดเล็ก
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Oraygami
ศิลปิน: Anja Midori
กลุ่มของกระเบนราหูขนาดเล็กที่ ลอยอยู่ภายในหน้าปัดที่ดูราวกั บกำลังล่องน้ำผ่านความลึ กของมหาสมุทร ว่ายวนไปมาบนพื้นหลังสีน้ำเงิ นเข้มของยามค่ำคืนบนหน้าปัดที่ สลักลายกิโยเช่ด้วยมือ ปลากระเบนราหูแต่ละตัวมี ความยาวหลากหลาย ตั้งแต่ 5 มิลลิเมตรไปจนถึงสูงสุด 10 มิลลิเมตร ซึ่งถูกพับจากกระดาษญี่ปุ่นที่ ระบายสีด้วยมือพิเศษสำหรั บโครงการนี้ และติดวางไว้บนก้านทองเหลื องละเอียด ทำให้ดูราวกับเป็นฉากของสิ่งมี ชีวิตกำลังลอยตัวอย่างไร้น้ำหนั กอยู่ใต้ผืนน้ำ

งานปักทองคำ
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Tigerbroidery
ศิลปิน: Laura Baverstock
เสือในเฉดสีเหลืองน้ำผึ้งและสี ส้มแมนดารินอันเปล่งประกายที่ กำลังเดินย่างอย่างท้าทายผ่านป่ าดงดิบในจินตนาการ ที่เต็มไปด้วยพืชพรรณเขียวชอุ่ มบนหน้าปัดนาฬิกา ฉากนี้เป็นผลลัพธ์มาจากเทคนิคที่ หายากในการผลิตนาฬิกานั่นคือ การปักทองคำ สัตว์ตระกูลแมวนี้ถูกรังสรรค์ขึ้ นจากเส้นลวดเยลโลว์โกลด์และไวท์ โกลด์ 9 กะรัต เพื่อสร้างโทนสีส้มอบอุ่ นและรายละเอียดสีขาวอันเป็ นเอกลักษณ์ของขนเสือ ในขณะที่ลายพาดกลอนบนตัวเสือนั้ นรังสรรค์ขึ้นจากเส้นลวดสี ดำเคลือบเซรามิกที่พัฒนาขึ้ นมาเป็นพิเศษ วางบนฐานทองแดง การผสมผสานของวัสดุทั้งหมดนี้ก่ อให้เกิดเสือที่งดงามมีมิติ ราวกับงานประติมากรรมพร้ อมเอฟเฟกต์การตัดกันระหว่ างแสงและเงาที่โดดเด่น

งานประติมากรรมกระดาษ
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Papercroc
ศิลปิน: Marianne Guély
จระเข้สีขาวล้วนกำลังเลื้อยผ่ านพืชพรรณที่ดูราวกับถูกปกคลุ มไปด้วยหิมะบนหน้าปัดนาฬิกา แม้ว่าจะดูคล้ายชิ้นงานแกะสลั กน้ำแข็ง แต่แท้จริงแล้ว จระเข้นี้ถูกรังสรรค์ขึ้ นจากกระดาษฝ้ายสีขาวทั้งหมด ผลงานนี้คือผลลัพธ์จากการรั งสรรค์ประติมากรรมกระดาษขนาดเล็ กด้วยแผ่นกระดาษที่มีสองน้ำหนัก คือ 250 และ 300 แกรม ที่ผสมผสานระหว่างเทคนิ คการประทับลายนูน การตัดด้วยเลเซอร์ และการประกอบด้วยมือ โครงสร้างแบบเรียงซ้อนที่มี ความสูงเพียง 3 มิลลิเมตร รังสรรค์ลายนูนต่ำที่ละเอียดอ่ อนและมีการไล่ระดับความลึกที่ เล่นกับแสง ซึ่งเมื่อแสงเคลื่อนผ่านพื้นผิ วที่เป็นสีเดียว จะแสดงให้เห็นเส้นโค้งทุกเส้ นและแสดงมิติด้านความซับซ้ อนขององค์ประกอบ

งานมาร์เกตรีไม้
Métiers d'Art Tribute to the Animal Kingdom – Woodenwings
ศิลปิน: Anna Le Corno
เหยี่ยวที่ดูดุดันเข้ าครองความโดดเด่นบนหน้าปัดนาฬิ กาในการทดลองงานศิลปะประดับไม้ สามมิติ รังสรรค์จากไม้ที่แตกต่างกันถึ งสิบสองชนิด โดยแต่ละชนิดมีลายไม้ เนื้อสัมผัส และสีสันเฉพาะตัว รวมถึงไม้ยูคาลิปตัสรมควั นและไม้เบิร์ชย้อมสีน้ำเงินเข้ม เหยี่ยวตัวนี้ผ่านการแกะสลั กและขึ้นรูปด้วยมืออย่างประณีต เผยให้เห็นทุกรายละเอี ยดของขนและพื้นผิวที่เรียงซ้ อนเป็นชั้นอย่างสมจริง สร้างความรู้สึกถึงการเคลื่ อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา
25 ส.ค. 2569
26 ส.ค. 2569
26 ส.ค. 2569