HUBLOT Big Bang Original Soft Touch

Last updated: 3 ก.ย. 2569  |  38 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT Big Bang Original Soft Touch

นาฬิกาบางรุ่นสร้างขึ้นเพื่อให้มองเห็น ขณะที่บางรุ่นสร้างขึ้นเพื่อให้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ใหม่ และด้วย Big Bang Original Soft Touch (บิ๊ก แบง ออริจินัล ซอฟต์ ทัช) รุ่นใหม่ Hublot (อูโบลท์) นำเสนอสัมผัสในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเป็นครั้งแรกที่ทางแบรนด์นำยางสูตรพิเศษที่มีพื้นผิวเป็นเอกลักษณ์มาใช้กับตัวเรือน ขอบตัวเรือน หน้าปัด และสาย สร้างพื้นผิวที่มอบสัมผัสนุ่มและแตกต่างอย่างโดดเด่น Big Bang Original ยังคงเป็นตัวแทนที่ชัดเจนของเอกลักษณ์ Hublot ด้วยดีไซน์อันเป็นที่จดจำมาตั้งแต่ปี 2005 พร้อมได้รับการพัฒนาด้วยนวัตกรรมตลอด 20 ปีที่ผ่านมา และในวันนี้ได้กลายเป็นพื้นที่สำหรับนำเสนอความก้าวหน้าด้านวัสดุครั้งใหม่ ผลลัพธ์คือพื้นผิวที่ให้สัมผัสนุ่มเป็นพิเศษ ไม่ใช่การเคลือบหรือการปรับสภาพพื้นผิว แต่คือแนวทางใหม่ในการสร้างสรรค์นาฬิกา


HUBLOT นำเสนอสัมผัสใหม่ให้กับ Big Bang Original อันเป็นเอกลักษณ์
นับเป็นครั้งแรกที่ Hublot สร้างสรรค์นาฬิกาที่ไม่ได้ออกแบบมาเพียงเพื่อให้มองเห็น แต่ยังให้สัมผัสได้ถึงประสบการณ์ที่แตกต่าง

โดยมีให้เลือกทั้งรุ่น All Black และ All Red ซึ่งนำเอกลักษณ์ด้านสีอันโดดเด่นของแบรนด์ มาตีความผ่านแนวคิดด้านสัมผัสในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ยางสูตรพิเศษได้รับการพัฒนาผ่านกระบวนการขึ้นรูปแบบ Overmoulding โดยใช้แม่พิมพ์ที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสร้างพื้นผิวลงบนเนื้อวัสดุระหว่างการผลิต แตกต่างจากการเคลือบหรือการปรับสภาพพื้นผิวทั่วไป เพราะพื้นผิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างวัสดุ โครงสร้างพื้นผิวระดับจุลภาคประกอบด้วยองค์ประกอบขนาดเล็กหลายพันจุด ซึ่งช่วยสร้างสัมผัสที่นุ่มเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันยังคงความทนทานและความแข็งแกร่งตามคุณสมบัติของยางอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot

Big Bang Original Soft Touch All Black (บิ๊ก แบง ออริจินัล ซอฟต์ ทัช ออล แบล็ก) สานต่อมรดกของหนึ่งในเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นของ Hublot โดยแนวคิดสีโมโนโครมนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 และเปลี่ยนสีดำให้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเผยให้เห็นรูปทรง โครงสร้าง และลักษณะเฉพาะของนาฬิกา มากกว่าจะเป็นเพียงสีสัน All Black ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของ Art of Fusion ซึ่งสะท้อนการผสานระหว่างสุนทรียศาสตร์ วัสดุ และนวัตกรรม และ 20 ปีต่อมา Hublot นำเอกลักษณ์นี้มาตีความผ่านประสบการณ์ด้านสัมผัสที่แตกต่างออกไป โดยสีสันยังคงเดิม แต่ความรู้สึกที่ได้รับกลับเปลี่ยนไป เพราะเป็นครั้งแรกที่ All Black ไม่ได้มีเพียงภาพที่มองเห็น แต่ยังเป็นสัมผัสที่รับรู้ได้ ตัวเรือนไทเทเนียมสีดำเข้ม ปุ่มกดเคลือบ DLC สีดำ และโครงสร้างยาง Soft Touch ช่วยสร้างดีไซน์โมโนโครมที่ดูกลมกลืน


Big Bang Original Soft Touch All Red (บิ๊ก แบง ออริจินัล ซอฟต์ ทัช ออล เรด) สะท้อนถึงอีกหนึ่งความก้าวหน้าครั้งสำคัญของ Hublot ในด้านการพัฒนาวัสดุ นั่นคือการสร้างเซรามิกไฮเทคสีสันสดใสรุ่นแรกของโลก โดยในปี 2018 Hublot เปิดตัวเซรามิกสีแดงซึ่งสร้างนิยามใหม่ให้กับการใช้เซรามิกในวงการนาฬิกา และพิสูจน์ให้เห็นว่าประสิทธิภาพทางเทคนิคระดับสูงสามารถผสานเข้ากับสีสันอันโดดเด่นได้อย่างลงตัว และในวันนี้ สีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ได้รับการตีความในอีกมิติผ่านประสบการณ์ด้านสัมผัสรูปแบบใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความเข้มข้นและความโดดเด่นของสีแดงในโลกของ Hublot นอกจากนั้น All Red เปลี่ยนสีสันให้กลายเป็นความรู้สึก ผสานความโดดเด่นที่มองเห็นได้เข้ากับสัมผัสที่นุ่มนวลอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผ่านตัวเรือนไทเทเนียมที่ขึ้นรูปด้วยยาง Soft Touch สูตรพิเศษ

นิยามใหม่ของ Big Bang Original
Big Bang Original Soft Touch ขับเคลื่อนด้วยกลไกโครโนกราฟ Unico ที่ Hublot พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด สะท้อนความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของแบรนด์ ผ่านนวัตกรรมที่ได้รับสิทธิบัตร 5 รายการ ทั้งคอลัมน์วีล ระบบคลัตช์คู่ โครงสร้างแบบหลายชั้น ชุดเฟืองที่ได้รับการปรับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และโรเตอร์ทังสเตนแบบฉลุเป็นรูปตัว H พร้อมสำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ภายใต้ตัวเรือนขนาด 43 มม. นาฬิกาผสานโครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ของ Big Bang รุ่นดั้งเดิมเข้ากับรายละเอียดร่วมสมัย โดยตัวเรือนไทเทเนียมบางส่วนหุ้มด้วยยางสูตรพิเศษที่มีพื้นผิวโดดเด่น ขณะที่หน้าปัดใช้วัสดุแบบเดียวกัน พร้อมลวดลายคาร์บอน หน้าปัดย่อยแบบยกนูน และวงแหวนรอบหน้าปัดในโทนสีเดียวกัน ช่วยสร้างมิติแบบสามมิติที่เพิ่มความลึกให้กับนาฬิกา พร้อมรายละเอียดการตกแต่งที่ประณีต ทั้งขอบตัวเรือนแบบลบมุม ตัวเชื่อมสายที่โค้งมนและเรียบเนียน เม็ดมะยมที่หุ้มด้วยยาง และปุ่มกดทรงสี่เหลี่ยมพร้อมแผ่นยางอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ส่วนสายมาพร้อมระบบ One Click ช่วยให้เปลี่ยนสายได้ง่ายและยังคงผสานเข้ากับตัวเรือนได้อย่างลงตัว

นวัตกรรมด้านวัสดุ ถ่ายทอดผ่านสัมผัสที่แตกต่าง
ตั้งแต่เซรามิกสีสันต่าง ๆ ไปจนถึงแซฟไฟร์ Magic Gold และนวัตกรรมด้านวัสดุอีกมากมาย Hublot ได้ขยายขีดความสามารถของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาอย่างต่อเนื่องผ่านแนวคิด Art of Fusion และด้วย Big Bang Original Soft Touch Hublot นำเสนออีกหนึ่งนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือวัสดุที่โดดเด่นไม่เพียงในด้านรูปลักษณ์ แต่ยังรวมถึงความรู้สึกเมื่อสัมผัส Big Bang Original Soft Touch ได้รับการออกแบบ พัฒนา และประกอบขึ้นที่โรงงาน Hublot ในเมืองนียง สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญ ความคิดสร้างสรรค์ และความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาทุกเรือนของ Hublot ความเชื่อมั่นนี้ยังสะท้อนผ่านการรับประกันแบบ “5+5” ของ Hublot ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการรับประกันที่ครอบคลุมที่สุดในอุตสาหกรรม โดยให้ความคุ้มครองสูงสุดถึง 10 ปี และเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของ Hublot ที่มีต่อผลิตภัณฑ์ รวมถึงทีมงานผู้ออกแบบ พัฒนา และประกอบนาฬิกา


ประสบการณ์ด้านสัมผัสยังต่อเนื่องไปถึงกล่องบรรจุ ซึ่งมาพร้อมโลโก้ Hublot ที่ใช้พื้นผิวแบบเดียวกัน สะท้อนเอกลักษณ์ด้านสัมผัสของยาง Soft Touch ที่ใช้กับตัวนาฬิกา

คอลเลกชัน Big Bang Original Soft Touch วางจำหน่ายแล้วที่บูติก Hublot ที่ร่วมรายการ และทาง Hublot.com

เกี่ยวกับ HUBLOT
ในปี 1980 นับเป็นครั้งแรกที่นาฬิกาแบรนด์หนึ่งได้กล้าประกอบตัวเรือนทองคำเข้ากับสายยาง ซึ่งได้มาพลิกโฉมวงการนาฬิกาชั้นสูง ด้วยดีไซน์อันโดดเด่นของขอบตัวเรือนทรงช่องหน้าต่างเรือที่มีสกรูปรากฏให้เห็นเด่นชัด จึงเป็นที่มาของชื่อ Hublot (อูโบลท์) พร้อมกับแนวคิดของศิลปะแห่งการผสมผสาน (Art of Fusion) 

ในปี 2005 ทางแบรนด์ได้ยกระดับความคิดสร้างสรรค์ไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัว Big Bang (บิ๊ก แบง) มาพร้อมดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ ขนาดของตัวเรือนที่เหมาะสม และตัวเรือนในแบบหลายชั้น โดยในปีเดียวกัน Hublot ได้รับรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Best Design) จากงาน Grand Prix d'Horlogerie de Genève ตั้งแต่นั้นมา ด้วยวิสัยทัศน์ที่มาปฏิวัติวงการ นาฬิกา Big Bang ไม่เคยหยุดการพัฒนาและต่อยอดผลงานอย่างต่อเนื่อง และนี่คือนาฬิกาไอคอนเรือนแรกแห่งศตวรรษที่ 21

แนวคิดของการผสมผสานแฝงอยู่ในทุกองค์ประกอบ และเป็นแกนหลักที่แฝงไว้ในทุกคอลเลกชั่น นาฬิกา Big Bang ได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) ได้ผสานความโดดเด่นและเรียบง่ายได้อย่างสมดุล ส่วน Exceptional Timepieces (เอ็กเซ็ปชั่นนอล ไทม์พีซเซส) ได้เขียนนิยามแห่งความคาดหวังขึ้นใหม่กับผลงานสร้างสรรค์ที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร และด้วยแนวทางที่ท้าทายขนบธรรมเนียม Hublot ได้ถ่ายทอด DNA ของแบรนด์ผ่านกลไก In-house อย่าง Unico (ยูนิโค่), Meca-10 (เมก้า-10) และ Tourbillon (ทูร์บิญอง) ที่มาเพิ่มอีกมิติให้กับศิลปะแห่งการผสมผสาน

ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป Hublot ได้ยกระดับการรับประกันสำหรับนาฬิกาที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งครอบครองหลังวันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป โดยการรับประกันพื้นฐานนาน 5 ปี และสามารถขยายการรับประกันเพิ่มเติมได้อีก 5 ปี ผ่านโปรแกรม Hublotista ทั้งนี้การลงทะเบียนเพื่อขยายระยะเวลาการรับประกันจะต้องดำเนินการในช่วงที่การรับประกันพื้นฐานยังคงมีผลอยู่ เพื่อให้การคุ้มครองรวมยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี

ศาสตร์แห่งการผสมผสานเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตวิญญาณของ Hublot และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายใน La Manufacture เท่านั้น แต่ยังสะท้อนออกมาในทุกมิติของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นบนสนามฟุตบอลผ่านความร่วมมือกับมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่าง UEFA Champions League และ UEFA Euro™ หรือในคอนเสิร์ต การแข่งขันบาสเกตบอล การแสดงศิลปะ ตลอดจนประสบการณ์ด้านรสชาติร่วมกับเชฟมิชลิน สตาร์ของ Hublot และนี่คือจุดเริ่มต้นของ Hublot Vibes ผ่านช่วงเวลาที่แบ่งปันกันในกลุ่ม Hublotistas (อูโบลท์ทิสต้า) คอมมูนิตี้ที่ภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของนาฬิกา Hublot ซึ่งศิลปะแห่งการผสมผสานนี้ได้ก้าวข้ามขอบเขตไปอีกขั้น ความเป็นมาที่กลายเป็นวิถีชีวิต และนั่นคือ วิถีของ Hublot
 
UNICO กลไกอินเฮาส์อันเป็นเอกลักษณ์ของ HUBLOT
Unico คือกลไกแรกที่ Hublot ผลิตขึ้นในปี 2010 โดยออกแบบ พัฒนา และผลิตภายในโรงงานอย่างครบวงจร นับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่สะท้อนถึงความเป็นอิสระ นวัตกรรม และตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กลไกนี้ได้พัฒนาจนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของการทำนาฬิกา Hublot ด้วยดีไซน์โครโนกราฟที่ทันสมัยและเป็นที่จดจำได้
 
ด้วยคุณสมบัติเด่นอย่างคอลัมน์วีลที่มองเห็นได้จากด้านหน้า และชุดเอสเคปเมนต์ซิลิคอน กลไก Unico จึงเป็นพลังกลไกระดับสูงที่โดดเด่นทั้งในด้านความงามและเทคนิคอันล้ำสมัย ไม่ได้เป็นเพียงหัวใจที่ขับเคลื่อนนาฬิกาเท่านั้น แต่ยังเป็นองค์ประกอบที่นิยามตัวตน คุณสมบัติสำคัญประกอบด้วยกลไกโครโนกราฟแบบฟลายแบ็คที่ที่ผสานโครงสร้างแบบอินทิเกรต  ให้ความแม่นยำระดับ 1/8 วินาที สามารถรีเซ็ตและเริ่มจับเวลาใหม่ได้ทันที พร้อมความเที่ยงตรงอยู่ที่ -2/+4 วินาทีต่อวัน และพลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง กลไกนี้ยังมาพร้อมนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรถึง 5 รายการ ได้แก่ ระบบคลัตช์แบบแกว่งที่ช่วยชดเชยระยะฟันเฟือง ระบบป้องกันการสั่นของเข็มโครโนกราฟ
 
กลไกตัวบล็อคเฟืองจักรแบบ “ไร้แรงเสียดทาน” ระบบปรับอัตราเดินของนาฬิกาอย่างละเอียด และระบบตั้งเวลาที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกสูง โดยทั้งหมดผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน Chronofiable® ของ Hublot เพื่อรับประกันประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และความเที่ยงตรงสูงสุด
 
จาก Big Bang สู่ Big Bang Original Soft Touch
2005: Big Bang ถือกำเนิดขึ้น พร้อมสร้างนิยามใหม่ให้กับการออกแบบนาฬิการ่วมสมัยผ่านแนวคิด Art of Fusion
2006: All Black กลายเป็นแนวคิดสำคัญที่เปลี่ยนความเรียบง่ายของสีโมโนโครมให้กลายเป็นเอกลักษณ์
2018: Hublot เปิดตัว Red Ceramic เซรามิกไฮเทคสีสันสดใสรุ่นแรกของโลก
2026: Big Bang Original กลับมาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์จากปี 2005 ซึ่งได้รับการพัฒนาด้วยนวัตกรรมตลอด 20 ปีที่ผ่านมา
2026: Big Bang Original Soft Touch เติมมิติด้านสัมผัสรูปแบบใหม่ให้กับนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot
 

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้