Last updated: 3 ก.ย. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ท้องฟ้าที่พร่างพราวด้วยหมู่ดาว บรรดาดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์น้อยใหญ่ เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางบนฟากฟ้าอันไร้ขอบเขต จักรวาลที่แปรเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ล้วนเป็นภาพอันน่าอัศจรรย์ใจที่ Louis Moinet ปรมาจารย์แห่งศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาได้พบเห็นผ่านกล้องโทรทรรศน์ของเขา และเพื่อบันทึกการเคลื่อนไหวของดวงดาวเหล่านั้น จึงได้สร้างสรรค์ผลงาน Compteur de tierces อันเลื่องชื่อขึ้นในปี ค.ศ. 1816 ซึ่งถือเป็นโครโนกราฟเรือนแรกในหน้าประวัติศาสตร์
210 ปีต่อมา Les Ateliers Louis Moinet ได้เปิดตัว STELLARIUM เรือนเวลาที่เชื้อเชิญให้เราชื่นชมท้องฟ้าและจักรวาลผ่านสองมุมมอง โดยมีหน้าปัดที่เผยทิวทัศน์หมู่ดาวที่ส่องประกายพร่างพราวยามค่ำคืน ส่วนด้านหลังเป็นการเรียงรายของดวงดาวในจักรวาล ซึ่งสะท้อนหมุดหมายสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาได้อย่างแยบยล
“STELLARIUM คือพื้นที่ที่อุทิศให้กับหมู่ดาว เราได้ร่วมมือกับ Louis Moinet Technical Laboratory ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการเชิงเทคนิคของ Louis Moinet เพื่อสร้างเรือนเวลาที่เปรียบเสมือนจักรวาลให้ได้สำรวจ รายละเอียดมากมายจะค่อย ๆ เผยตัวออกมาอย่างละเมียดละไม และจริง ๆ แล้ว STELLARIUM ยังซ่อนทั้งความประหลาดใจและความลับไว้อีกหลายประการ” — Nathanaël Schaller ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director)
หน้าปัด: ทิวทัศน์แห่งหมู่ดาว
หน้าปัดของ STELLARIUM ถ่ายทอดภาพท้องฟ้าที่ประดับประดาไปด้วยหมู่ดาว ในเวลากลางวัน เส้นสายลองจิจูดและละติจูดเผยความงามเชิงกราฟิกที่กลมกลืนราวกับแผนที่ดาราศาสตร์ ส่วนยามค่ำคืน หมู่ดาวจะกลายเป็นดารานำที่เฉิดฉาย เปล่งประกายแสงสีฟ้าและดูราวกับหายลับไปในห้วงลึกไร้ที่สิ้นสุด
โดยมีฉากหลังคือหินอุกกาบาต Muonionalusta ที่อาบไล้ด้วยสีน้ำเงินเข้มลึกดุจห้วงรัตติกาล อุกกาบาตจากห้วงจักรวาลนี้สันนิษฐานได้ว่าก่อตัวขึ้นเมื่อราว 4.5 พันล้านปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระบบสุริยะแรกถือกำเนิด และเชื่อกันว่าตกลงสู่พื้นโลกเมื่อราวหนึ่งล้านปีก่อน ณ ตอนเหนือของประเทศสวีเดน ภายในเนื้ออุกกาบาตเผยลวดลาย Widmanstätten อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นรูปทรงเรขาคณิตตามธรรมชาติที่เกิดจากการเย็นตัวอย่างช้า ๆ สำหรับรุ่น STELLARIUM อุกกาบาตนี้ได้รับการย้อมสีน้ำเงินเข้มด้วยกระบวนการที่ซับซ้อนและเป็นความลับ แร่ธาตุจากนอกโลกชิ้นนี้เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมโยงระหว่างจักรวาลและกลไกแห่งเรือนเวลา อีกทั้งยังถูกนำมาใช้เป็นฉากหลังของกรงทูร์บิญองอีกด้วย
ความมีมิติ ลุ่มลึก ของหน้าปัด STELLARIUM เกิดจากการออกแบบที่ชาญฉลาดอย่างยิ่ง โดยประกอบขึ้นจากองค์ประกอบหลายชั้นที่จัดเรียงซ้อนกันอย่างประณีต โดดเด่นด้วยการผสมผสานเนื้อหินอุกกาบาตเข้ากับแผ่นแซฟไฟร์โปร่งใส


หมู่ดาวที่ร้อยเรียง: การพบพานบนฟากฟ้า
ด้านกลไกของ STELLARIUM เผยภาพอันตระการตาแห่งระบบสุริยะ บรรดาดาวเคราะห์ซึ่งบางดวงมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียงสองมิลลิเมตร ถูกวาดด้วยมืออย่างพิถีพิถันและจัดเรียงอยู่บนกริดที่ดูราวกับลอยเหนือท้องฟ้าที่พร่างพราวไปด้วยหมู่ดาว
และแล้วความลับสุดยอดก็เผยตัวออกมา: บรรดาดาวเคราะห์ถูกจัดวางตามตำแหน่งจริงที่ปรากฏในวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2013 ซึ่งเป็นวันที่โลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาได้รับรู้ถึงหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ในวันนั้นเอง ณ หอดูดาวนูชาแตล (Neuchâtel Observatory) Jean‑Marie Schaller ได้เผยโฉม Compteur de tierces ผลงานที่ Louis Moinet สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1816 และได้รับการยืนยันว่าเป็นโครโนกราฟเรือนแรกบนหน้าประวัติศาสตร์
การปรับแต่งความพิเศษสำหรับแต่ละบุคคล
อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเรียงตัวของดวงดาวแบบวันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2013 เป็นเพียงหนึ่งในรูปแบบการจัดวางเท่านั้น ดวงดาวในระบบสามารถนำมาจัดเรียงใหม่ให้เป็นไปตามที่เจ้าของนาฬิกาต้องการ เพื่อสื่อถึงวันที่ที่มีความหมายพิเศษต่อเจ้าของเรือนเวลาได้เช่นกัน เพื่อบันทึกช่วงเวลาอันทรงคุณค่าผ่านดวงดาวบนฟากฟ้าให้ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์
“ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ผมเห็นคุณพ่อทุ่มเท ติดตาม ศึกษา ชีวิตและผลงานของ Louis Moinet อยู่เสมอ คุณพ่อมีความเคารพเชื่อมั่นในองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่ Louis Moinet มอบไว้ให้แก่วงการนาฬิกามาก ดังนั้น วันที่ 21 มีนาคม ค.ศ. 2013 จึงกลายเป็นหมุดหมายสำคัญในภารกิจที่เขาตั้งใจไว้ นั่นคือ การฟื้นคืน Louis Moinet ให้กลับสู่ตำแหน่งอันชอบธรรมท่ามกลางชื่อของบรรดาช่างทำนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ ผมชื่นชอบแนวคิดที่ว่า STELLARIUM สะท้อนเรื่องราวนี้ ซึ่งทั้งเป็นเรื่องของศาสตร์การทำนาฬิกาและยังมีมิติส่วนตัวอย่างลึกซึ้งครับ ดาราศาสตร์ได้พา Louis Moinet ไปสู่การสร้าง Compteur de tierces และสองศตวรรษต่อมา เหล่าดาวเคราะห์ก็ได้บ่งบอกวันที่ที่อัจฉริยภาพของเขาได้รับการยอมรับในที่สุด” Nathanaël Schaller ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ (Creative Director)
ตัวเรือน: ดีไซน์ที่ทรงพลัง
ตัวเรือนของ STELLARIUM โดดเด่นด้วยเส้นสายที่ดูสะอาดตา และโครงสร้างเชิงเทคนิคระดับสูง ดีไซน์ด้านข้างตัวเรือนแบบโอเพนเวิร์กเผยให้เห็นแกนไทเทเนียมเคลือบ DLC สีน้ำเงินที่บรรจุกลไกไว้ภายใน โครงสร้างนี้ถูกโอบล้อมด้วยกรอบเรดโกลด์ซึ่งประกอบขึ้นจากองค์ประกอบสี่ชิ้นที่เชื่อมต่อกันอย่างชาญฉลาด ขอบแซฟไฟร์โค้งมนช่วยขับเน้นงานออกแบบโดยรวมให้ยิ่งดูมีมิติและลุ่มลึกยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในผลงานของ Louis Moinet จะสัมผัสได้ถึงพลังความงามของตัวเรือน IMPULSION ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างแยบยลในผลงานรุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนบนของขาที่ปิดทึบ เส้นสายที่ทอดลงได้รับการออกแบบใหม่ และสายหนังมาพร้อมตัวล็อกแบบคลาสสิก

ทูร์บิญองลอยตัว
STELLARIUM มาพร้อมกลไกฟลายอิงทูร์บิญองติดตั้งในกรงแบบเยื้องศูนย์กลาง ราวกับท้าทายแรงโน้มถ่วงของโลกอย่างน่าหลงใหล กลไกชนิดขึ้นลานด้วยมือขับเคลื่อนด้วยสปริงลานสองชุดที่จัดเรียงแบบหัว‑ท้ายตามระบบ “volte‑face” มอบพลังงานสำรองได้อย่างเต็มที่ถึง 96 ชั่วโมง
พบกับนาฬิกา Louis Moinet ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสำคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนำนี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
3 ก.ย. 2569
3 ก.ย. 2569
2 ก.ย. 2569