CZAPEK & CIE. Flagship Boutique

Last updated: 8 ก.ย. 2569  |  39 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CZAPEK & CIE. Flagship Boutique

Czapek & Cie (ซาเปก แอนด์ ซี.) เฉลิมฉลองการเปิดตัว Flagship Boutique แห่งใหม่ ณ หมายเลข 27 ถนน Quai des Bergues (เคเดส์แบร์ก)  สถานที่ซึ่ง François Czapek (ฟรองซัวส์ ซาเปก) ได้เริ่มจารึกประวัติศาสตร์ก้าวสำคัญในตำนานแห่งเรือนเวลาของนครเจนีวา และเนื่องในวาระเทศกาล Geneva Watch Days ทางแบรนด์ ได้เผยโฉมเรือนเวลารุ่น Quai des Bergues "Midnight in Geneva" ในตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาดใหม่ 40.5 มิลลิเมตร พร้อมด้วยรุ่น Place Vendôme Complicité Glacier Blue เรือนเวลาผลิตจำกัดพิเศษเพียง 10 เรือนในตัวเรือน Platinum ที่รังสรรค์ขึ้นจากสายสัมพันธ์และความร่วมมือเชิงกลไกอันลึกซึ้งระหว่าง Xavier de Roquemaurel (ซาเวียร์ เดอ ร็อคโมเรล) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Bernhard Lederer (เบิร์นฮาร์ด เลเดอเรอร์) ยอดปรมาจารย์แห่งเรือนเวลา


Quai des Bergues ไม่ได้เป็นเพียงแค่ที่ตั้งของที่อยู่อาศัยหรือสำนักงาน หากแต่เป็นจุดกำเนิดการเปลี่ยนผ่านของประวัติศาสตร์ Czapek จากยอดฝีมือผู้ก่อการปฏิวัติสู่ปรมาจารย์แห่งเรือนเวลา โดยในปี ค.ศ. 1839 François Czapek ช่างทำนาฬิกาชาวโปแลนด์เชื้อสายเช็ก ผู้ซึ่งต้องลี้ภัยมายังนครเจนีวาภายหลังจากความพ่ายแพ้ในเหตุการณ์การลุกฮือที่กรุงวอร์ซอ เมื่อปี ค.ศ. 1830 ได้ร่วมมือกับสหายชาวโปแลนด์และหุ้นส่วนท้องถิ่นจากเมือง Versoix (แวร์ซัวส์) ก่อตั้งบริษัทแห่งแรกขึ้นซึ่งได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ณ หมายเลข 29 ถนนเคเดส์แบร์ก เป็นเวลากว่าหกปีที่เวิร์กชอปริมฝั่งน้ำแห่งนี้ ได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดของประดิษฐกรรมเรือนเวลาชั้นสูงอันทรงเกียรติที่สุดยุคหนึ่ง และเมื่อเหล่าหุ้นส่วนได้ยุติบทบาทร่วมกันในปี ค.ศ. 1845 ซาเปกจึงได้ก่อตั้ง Czapek & Cie ขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 พฤษภาคมของปีเดียวกัน ก่อนจะขยายก้าวสำคัญด้วยการเปิดบูติกนาฬิกาแห่งแรก ณ Place Vendôme (ปลาส วองโดม) ในกรุงปารีส และก้าวขึ้นสู่การเป็นหนึ่งในยอดปรมาจารย์ช่างทำนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุคสมัย

เกือบสองศตวรรษต่อมา Czapek & Cie ซึ่งได้รับการฟื้นคืนชีวิตอีกครั้งในปี ค.ศ. 2015 โดยกลุ่มผู้ประกอบการผู้เปี่ยมด้วยความหลงใหลในเรือนเวลา ได้เวียนกลับคืนสู่ริมฝั่งน้ำแห่งเดิม ซึ่งการเปิดตัว Flagship Store แห่งใหม่ ณ นครเจนีวาในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการเดินทางกลับสู่บ้านเกิดควบคู่ไปกับการก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง อันเป็นประจักษ์พยานที่สะท้อนถึงอุดมการณ์ของแบรนด์ ที่เชื่อมั่นว่า การสร้างสรรค์อนาคตที่ดีที่สุดคือการหยั่งรากลึกและยึดมั่นในตัวตนอันแท้จริง

“หลังจากที่เราได้ตั้งชื่อคอลเลกชันแรกว่า ‘Quai des Bergues’ การได้เปิด Flagship Boutique บนถนน Quai des Bergues จึงเป็นความฝันอันเด่นชัดที่เรายึดมั่นมาโดยตลอด” Xavier de Roquemaurel ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าว

“สถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง ไม่ใช่เพียงสำหรับ Czapek เท่านั้น แต่ยังรวมถึงประวัติศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาร่วมสมัยของเจนีวา ด้วยเหตุที่กลุ่มช่างทำนาฬิกาชั้นสูง หรือ Cabinotiers (กาบิโนติเยร์) ได้จับจองพื้นที่ชั้นบนของอาคารริมฝั่งน้ำเพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ และปลีกตัวออกจากความแออัดจอแจของเมือง คอลเลกชันแรกในการฟื้นคืนชื่อแบรนด์ Czapek เมื่อปี ค.ศ. 2015 ก็รังสรรค์ขึ้นเพื่อสดุดีแก่ยุคสมัยดังกล่าว การกลับมา ณ ที่แห่งนี้จึงเป็นประจักษ์พยานที่ย้ำเตือนถึงอุดมการณ์และจุดยืนที่เรายึดมั่นเสมอมา”

บูติกแห่งนี้ได้เปิดต้อนรับสาธารณชนอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2026 พร้อมทั้งจัดงานเฉลิมฉลองค่ำคืนแห่งการเปิดตัวในวันที่ 1 กันยายน โดยได้รับเกียรติจากการรวมตัวของคณะสื่อมวลชน เหล่านักสะสม สถาบันชั้นนำในท้องถิ่น และมิตรสหายของแบรนด์ ซึ่งจัดขึ้นในคืนก่อนเริ่มต้นเทศกาล Geneva Watch Days ที่ Czapek ภาคภูมิใจในฐานะหนึ่งในพันธมิตรผู้ร่วมก่อตั้งดั้งเดิม

นิยามใหม่แห่งพื้นที่สำหรับเรือนเวลา
บูติก ณ หมายเลข 27 ถนน Quai des Bergues นำเสนอแนวคิดการออกแบบร้านรูปแบบใหม่ของแบรนด์ ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับสตูดิโอดีไซน์ขึ้นเป็นครั้งแรกในพื้นที่ค้าปลีกของ Czapek เอง โดยก่อนหน้านี้ แนวคิดดังกล่าวได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในเคาน์เตอร์ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเฟสแรกเมื่อปลายปี ค.ศ. 2023 และ Flagship Store แห่งนครเจนีวานี้ ถือเป็นพื้นที่บูติกอย่างเป็นทางการแห่งแรกที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของคอนเซปต์ดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

งานออกแบบตั้งใจทลายขนบเดิมๆ ของพื้นที่ค้าปลีกเรือนเวลาชั้นสูงอย่างสิ้นเชิง ด้วยการผสานผนังหินขัดธรรมชาติ อันเป็นสิ่งสะท้อนถึงภูมิทัศน์ดั้งเดิมของเมืองเจนีวา เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ American walnut (อเมริกัน วอลนัท) ผ้า Alcantara (อัลคันทารา) สีน้ำเงินมิดไนท์บลู และการวางผังพื้นที่ที่มุ่งเน้นการสร้างสุนทรียบทสนทนามิใช่เพียงการเสนอขาย ภายในร้านไร้ซึ่งเคาน์เตอร์ขวางกั้นระหว่างผู้เยี่ยมชมและเรือนเวลา หากแต่จัดวางอย่างลงตัวด้วยโต๊ะส่วนกลางและแท่นจัดแสดงแบบเปิด เพื่อเชิญชวนให้นักสะสมได้เดินชม นั่งพัก ค้นหา และสัมผัสประสบการณ์ตามจังหวะของตนเอง ซึ่ง Xavier Dietlin (ซาเวียร์ ดีตแลง) ผู้มีส่วนร่วมรังสรรค์ตู้จัดแสดง ได้นิยามพื้นที่นี้ไว้ว่าเป็นเสมือน "หอศิลป์แห่งโลกเรือนเวลา" โดดเด่นอยู่กลางพื้นที่ด้วยผลงานประติมากรรมชุด Rondo (รอนโด) โดย Oskar Zięta (ออสการ์ ซีตา) ศิลปินระดับโลกเชื้อสายโปแลนด์ งานประติมากรรมเหล็กกล้าขัดเงาดุจกระจกซึ่งก่อรูปด้วยเทคนิคการอัดลมขึ้นรูป อันเกิดจากสิ่งที่ซีตาเรียกว่า 'การปล่อยให้สูญเสียการควบคุมอย่างมีชั้นเชิง' อันหมายถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคที่ตั้งใจเปิดโอกาสให้เนื้อวัสดุได้แสดงรูปทรงตามธรรมชาติ บนพื้นผิวโค้งมนอันสะท้อนภาพของผู้มาเยือน เปรียบเสมือนสิ่งเตือนใจว่า สำหรับ Czapek แล้ว สิ่งที่ล้ำค่าที่สุดภายในพื้นที่แห่งนี้ก็คือเรือนเวลาที่อยู่บนข้อมือของคุณเสมอมา

พื้นที่ห้องรับรองส่วนตัวถูกออกแบบขึ้นเพื่อต้อนรับการสนทนาอันลึกซึ้งในเชิงศาสตร์แห่งเรือนเวลา พร้อมการบริการระดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเหล่านักสะสม ขณะที่พื้นที่แกลเลอรีหลัก พร้อมถ่ายทอดความสมบูรณ์แบบของ Czapek ผ่านการจัดแสดงเรือนเวลาครอบคลุมทุกคอลเลกชัน กลไกทุก Caliber ตลอดจนนาฬิกาประวัติศาสตร์ระดับวินเทจให้สัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่ผ่านประตูเข้ามา บูติกแห่งนี้จึงเป็นประจักษ์พยานเชิงรูปธรรมที่ถ่ายทอดปรัชญาอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์ตลอดมา ว่าเรือนเวลานั้นคือจุดเริ่มต้นของสัมพันธภาพ มิใช่จุดสิ้นสุดของการซื้อขายเพียงเท่านั้น


Quai des Bergues "Midnight in Geneva" — บทใหม่แห่งเรือนเวลาอันเป็นเอกลักษณ์
เมื่อครั้งที่ Czapek เปิดตัวบูติกร่วมสมัยแห่งแรก ณ นครเจนีวา ในปี ค.ศ. 2019 แบรนด์ได้เฉลิมฉลองวาระสำคัญด้วยการเผยโฉมรุ่น Quai des Bergues “Midnight in Geneva” เรือนเวลาผลิตจำกัดพิเศษเพียง 18 เรือน ตัวเรือน Stainless Steel ขนาด 42.5 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดแก้ว Aventurine Glass สีน้ำเงินเข้มล้ำลึก ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ ไขลานด้วยมือ Calibre SXH1 อันเป็นเอกสิทธิ์ของสถาบัน ซึ่งมาพร้อมกำลังสำรองพลังงานยาวนานถึง 7 วัน

เนื่องในวาระการเปิดตัวบูติก ณ หมายเลข 27 ถนน Quai des Bergues แบรนด์ Czapek ได้นำหัตถศิลป์อันเป็นจุดเริ่มต้นดังกล่าวกลับมาถ่ายทอดใหม่อีกครั้ง โดยนำเสนอผ่านตัวเรือนขนาดใหม่ 40.5 มิลลิเมตร ซึ่งนับเป็นขนาดลำดับที่สามของคอลเลกชัน Quai des Bergues ตัวเรือนยังคงอัตลักษณ์อันเด่นชัดของรุ่นดั้งเดิมไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นทรวดทรงตัวเรือนอันโค้งมน รูปทรงเรขาคณิตของสลักสายอันเป็นเอกลักษณ์ และฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ที่เผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายในอย่างงดงาม พร้อมกันนี้ ยังได้ปรับแต่งร่องเค้าโค้งบริเวณข้างตัวเรือนอย่างประณีตเพื่อให้สอดรับกับขนาดของกลไกคาลิเบอร์ ตลอดจนปรับองศาความลาดเอียงของสลักสาย เพื่อมอบการสวมใส่ที่กระชับและสมบูรณ์แบบบนขนาดข้อมือที่หลากหลาย

หน้าปัดแก้ว Aventurine Glass สีน้ำเงินเข้ม สะท้อนประกายวิบวับของแร่ธาตุตามธรรมชาติอันเป็นที่มาของชื่อรุ่น ถูกนำมาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดนี้เป็นครั้งแรก การรังสรรค์ผลงานด้วยวัสดุอเวนจูรีนไม่ว่าจะในมิติใดนับเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากโครงสร้างวัสดุมีความซับซ้อน เปราะบาง และไม่ยินยอมให้เกิดความผิดพลาดแม้แต่น้อย

ความท้าทายเฉพาะตัวของสัดส่วนนี้ อยู่ที่การสร้างหน้าปัดย่อยแบบเจาะลึกลงไป สำหรับแสดงวินาทีแยกและมาตรแสดงกำลังสำรองพลังงาน โดยแทนที่จะใช้วิธีการขุดเซาะพื้นผิวอเวนจูรีน ช่างฝีมือกลับเลือกใช้วิธีเจาะทะลุหน้าปัดหลักทั้งหมด แล้วจึงนำแผ่นหน้าปัดย่อยติดตั้งลงบนเพลทโลหะฐานชั้นล่าง ซึ่งมีความหนาเพียง 0.4 มิลลิเมตร ให้มองเห็นผ่านช่องเปิดดังกล่าว เทคนิคเชิงกลไกนี้ต้องอาศัยความเที่ยงตรงแม่นยำขั้นสูงสุดในทุกขั้นตอน เพื่อคงความสมบูรณ์ของเนื้อแก้วอเวนจูรีนไว้ พร้อมทั้งสร้างมิติความลึกของงานตกแต่งอันเป็นเอกลักษณ์ทางสุนทรียศาสตร์ของ Czapek

เช่นเดียวกับรุ่นปีก่อตั้ง ค.ศ. 2019 เรือนเวลารุ่นใหม่นี้ยังคงผลิตขึ้นจำนวนจำกัดเพียง 18 เรือนเท่านั้น เพื่อเป็นการระลึกถึงหมายเลข 18 ถนน Rue de la Corraterie 18 (รู เดอ ลา คอร์ราเตรี 18)  อันเป็นที่ตั้งของบูติกร่วมสมัยแห่งแรกของ Czapek ในนครเจนีวา จุดเริ่มต้นของตำนาน Midnight in Geneva โดยเรือนเวลารุ่นนี้จะมีวางจำหน่าย ณ แฟลกชิปบูติกแห่งใหม่ในเจนีวา รวมถึงตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ที่ได้รับการคัดสรรทั่วโลก พร้อมสำหรับการส่งมอบทันที


Complicité Glacier Blue: สายสัมพันธ์อันยั่งยืน
ในวาระเดียวกันนี้ Czapek ได้เผยโฉมภาพลักษณ์ใหม่ของเรือนเวลารุ่น Place Vendôme Complicité ในเฉดสี Glacier Blue ผลิตจำกัดเพียง 10 เรือน ในตัวเรือน Platinum 950 ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสืบทอดสถาปัตยกรรมเรือนเวลาที่ถือกำเนิดจากสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่าง Xavier de Roquemaurel ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ Bernhard Lederer ยอดปรมาจารย์ช่างทำนาฬิกาชาวเยอรมัน ผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมช่างทำนาฬิกาอิสระ AHCI - Académie Horlogère des Créateurs Indépendants

“Place Vendôme Complicité Glacier Blue ถือเป็นผลลัพธ์จากสายสัมพันธ์อันยั่งยืนอย่างแท้จริง” Xavier de Roquemaurel กล่าว “มันคือความร่วมมือเชิงกลไกและมิตรภาพ ระหว่างสองผู้สร้างสรรค์เรือนเวลาอิสระ ซึ่งเป็นที่มาและแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อคอลเลกชันนี้”

หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน อยู่ที่การทำงานของชุดจักรกรอกอิสระสองชุด ที่แกว่งในทิศทางตรงกันข้าม โดยแต่ละชุดได้รับการควบคุมโดยชุดปล่อยกำลังของตนเอง และเชื่อมโยงผ่านเฟืองต่างระดับ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ทำหน้าที่ปรับและคืนสมดุลให้กับความคลาดเคลื่อนของอัตราความเร็วระหว่างกัน สถาปัตยกรรมเชิงกลไกที่สามารถปรับแต่งจังหวะการทำงานได้ด้วยตัวเอง เผยให้เห็นการทำงานอย่างสมบูรณ์แบบบนฝั่งหน้าปัด โดยวางเด่นตระหง่านอยู่บนแท่นเครื่องหลัก พื้นผิวทราย เคลือบฟิล์มสีฟ้าอ่อนด้วยเทคโนโลยี PVD ให้โทนสีเย็นอันสุขุม รับกับหลักชั่วโมงแบบเจียระไนเหลี่ยมมุมขัดเงาดุจกระจกเคลือบโรเดียมและเข็มทรงดาบฉลุโปร่ง กลไกอินเฮาส์ ระบบไขลานด้วยมือ Calibre 8 ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนรวม 293 ชิ้น ขับเคลื่อนระบบชุดปล่อยกำลังคู่พร้อมชุดเฟืองต่างระดับและเข็มวินาทีกลาง มอบกำลังสำรองพลังงานยาวนาน 72 ชั่วโมง ซึ่งแสดงค่าอยู่ระหว่างชุดจักรกรอกทั้งสอง โดยจักรกรอกปรับความเฉื่อยได้ แต่ละชุด ได้รับการติดตั้งสกรูปรับตั้ง 4 ตัว และหมุดถ่วงน้ำหนัก 4 ตัว พร้อมสายใยจักรกรอกโค้งขมวดปลายแบบ Breguet ที่ผ่านการปรับแต่งจังหวะล้อไปกับคู่ของมัน เพื่อให้สองชุดระบบสั่นอิสระ ทำงานสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง สะพานเฟืองกระจกแซฟไฟร์สองชิ้น ซึ่งประดับทับทิม 6 เม็ดใน Gold Chatons เปิดเผยให้เห็นระบบชุดเฟืองทั้งหมด ขณะที่ฝาหลังโชว์งานขัดลบมุมด้วยมือตรงมุมลึกด้านในถึง 18 จุด รวมถึงการปาดเอียงขอบสะพานเฟืองและแท่นเครื่องด้วยมือ ตามมาตรฐานการประกอบนาฬิกาขั้นสูงแบบ Établissage (เอตาบลิสซาจ) ซึ่งเกิดจากองค์ความรู้ที่ Bernhard Lederer นำมาเติมเต็มให้แก่ประดิษฐกรรมรุ่นนี้ เรือนเวลารุ่นนี้พร้อมเปิดให้ครอบครอง ณ แฟลกชิปบูติกแห่งใหม่ในเจนีวา และผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลก


เกี่ยวกับ Czapek & Cie
Czapek คือแบรนด์เรือนเวลาร่วมสมัยที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อสืบทอดอุดมการณ์ของ François Czapek (ฟรองซัวส์ ซาเปก) ช่างทำนาฬิกาชาวโปแลนด์เชื้อสายเช็กในคริสต์ศตวรรษที่ 19 โดยในปี ค.ศ. 1832 ซาเปกได้ลี้ภัยจากความขัดแย้งทางการเมืองในกรุงวอร์ซอสู่นครเจนีวา ก่อนจะเริ่มก่อตั้งธุรกิจเรือนเวลาอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงทศวรรษ 1830 และหลังจากก่อตั้ง Czapek & Cie ขึ้นอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 1845 เขาก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดหาเรือนเวลาประจำราชสำนักจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 พร้อมทั้งเปิดบูติกนาฬิกาแห่งแรก ณ Place Vendôme (ปลาส วองโดม) ในกรุงปารีส ชื่อของ Czapek & Cie ได้รับการฟื้นชีวิตขึ้นอีกครั้งในปี ค.ศ. 2015 โดยกลุ่มผู้หลงใหลในเรือนเวลาที่มุ่งหวังจะชุบชีวิตมรดกทางประวัติศาสตร์และหัตถศิลป์ของแบรนด์ ซึ่งเรือนเวลารุ่น Quai des Bergues 33bis จากคอลเลกชันแรก อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกาพกของ Czapek & Cie ในยุคปี ค.ศ. 1850 สามารถคว้ารางวัลขวัญใจมหาชน (Public Prize) จากเวที GPHG (Grand Prix d'Horlogerie de Genève) ประจำปี 2016 มาครองได้สำเร็จ และในปี ค.ศ. 2020 แบรนด์ได้เปิดตัว Antarctique คอลเลกชันสปอร์ตหรู (Sport-Chic) ที่มาพร้อมกลไกอินเฮาส์ ชุดแรกของ Czapek

ในปัจจุบัน ประดิษฐกรรมเรือนเวลาชั้นสูง ของ Czapek เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากดีไซน์อันมีเอกลักษณ์ งานหัตถศิลป์คุณภาพสูง และจำนวนการผลิตที่จำกัด ด้วยสำนักงานใหญ่ในนครเจนีวาและโรงงานผลิต ณ เมือง La Chaux-de-Fonds (ลาโช-เดอ-ฟง) Czapek ยังคงยืนหยัดปกป้องปรัชญาการผลิตแบบ Établissage (เอตาบลิสซาจ) ในบริบทความร่วมมือยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

พบกับนาฬิกา Czapek & Cie ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128

PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสำคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนำนี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้