Last updated: 15 ก.ย. 2569 | 30 จำนวนผู้เข้าชม |
JACOB & CO. ก้าวสู่บทใหม่แห่งศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกากลไก ด้วยผลงาน Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino ที่สะกดทุกสายตาเป็นครั้งแรกในโลกนาฬิกายุคใหม่ เมื่อบาลานซ์วีลได้รับการประดับประดาด้วยเพชรขาวบริสุทธิ์เจียระไนเหลี่ยมเกสร (brilliant cut) จำนวน 54 เม็ด ส่องประกายแสงให้กับหนึ่งในองค์ประกอบที่ท้าทายที่สุดของกลไก โดยไม่ลดทอนสมรรถนะด้านความเที่ยงตรงเลยแม้แต่น้อย การเหวี่ยงของบาลานซ์วีลที่ประดับเพชรและการหมุนของฟลายอิงทูร์บิญองสอดประสานกันอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดภาพเสมือนมีรัศมีที่เปล่งประกายโอบล้อมกลไกส่วนควบคุมการทำงาน
บาลานซ์วีลถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่สุดของกลไกนาฬิกา ทำหน้าที่ร่วมกับแฮร์สปริงในการควบคุมการทำงานโดยคอยกำกับการปลดปล่อยพลังงานผ่านเอสเคปเมนต์ และกำหนดอัตราการทำงานของกลไกของกลไก ทำให้ในการพัฒนาชิ้นส่วนนี้ ไม่ว่าจะเป็นมวล แรงเฉื่อย และสมดุลของบาลานซ์วีล จะต้องผ่านการคำนวณด้วยความละเอียดและแม่นยำในระดับไมโคร เพราะการเปลี่ยนแปลงแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถส่งผลโดยตรงต่อความเที่ยงตรงของกลไก
ช่างทำนาฬิกาชาวสวิสและฝรั่งเศสเคยทดลองนำเพชรมาประดับบนบาลานซ์วีลโดยตรงตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1820–1830 ซึ่งกลไกนาฬิกาในยุคสมัยนั้น ยังคงใช้เอสเคปเมนต์แบบทรงกระบอก และการคลาดเคลื่อนระดับหลาย ๆ นาทีต่อวันยังถือว่ายอมรับได้ น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการฝังเพชรจึงแทบไม่ส่งผลต่อความเที่ยงตรงแม่นยำ แต่เมื่อมาตรฐานด้านความเที่ยงตรงพัฒนาขึ้น แม้การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยบนบาลานซ์วีลก็ไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป จนทำให้ศิลปะการฝังอัญมณีเฟื่องฟูบนชิ้นส่วนอื่น ๆ ของกลไกแทน เช่นสะพานจักรหรือบริดจ์ แท่นเครื่อง และโรเตอร์ ส่วนกลไกส่วนควบคุมการทำงานนั้นปราศจากการประดับประดาเพิ่มเติมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับ Jacob & Co. แล้ว นวัตกรรมเริ่มต้นจากแนวคิดที่กล้าท้าทายกรอบเดิม ๆ ภายใต้ปรัชญา แรงบันดาลใจเกินขึ้นจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ (Inspired by the Impossible) เมซงจึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์แนวคิดที่ขยายขอบเขตของศาสตร์การทำนาฬิกาชั้นสูง และด้วยผลงาน Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino นี้ Jacob & Co. ได้รื้อฟื้นบทหนึ่งที่ถูกลืมเลือนไปจากหน้าประวัติศาสตร์วงการนาฬิกา โดยการนำเสนอบาลานซ์วีลประดับเพชรครั้งแรกในโลกนาฬิกาสมัยใหม่ โดยไม่ลดทอนสมรรถนะด้านความเที่ยงตรงแม้แต่น้อย
เปล่งประกายทุกการเคลื่อนไหว
การประดับเพชรขาวใสบริสุทธิ์เจียระไนทรงเหลี่ยมเกสรจำนวน 54 เม็ดบนบาลานซ์วีล ก่อให้เกิดเอฟเฟกต์ทางสายตาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกลไก บาลานซ์วีลเหวี่ยงตัวด้วยความถี่ 3 เฮิรตซ์ ขณะที่ฟลายอิงทูร์บิญองหมุนครบรอบหนึ่งครั้งทุก ๆ 60 วินาที การทำงานที่เป็นอิสระของทั้งสองจังหวะนี้ ทำให้ตำแหน่งของเพชรแต่ละเม็ดเปลี่ยนทิศทางที่สัมผัสกับแสงอยู่ตลอดเวลา จนเกิดเป็นรัศมีสว่างไสวโอบล้อมบาลานซ์วีล การประสานกันอย่างต่อเนื่องระหว่างการเหวี่ยงตัว การหมุน และการสะท้อนของแสง สร้างภาพลวงตาเสมือนมีวงแหวนที่เคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง เผยให้เห็นกลไกส่วนควบคุมการทำงานในมุมมองใหม่ ๆ ในวินาทีที่ผ่านพ้นไป
ทั้งนี้ บาลานซ์วีลไม่ได้เป็นเพียงชิ้นส่วนหนึ่งที่มีพื้นผิวพร้อมรับการตกแต่งเหมือนกับตัวเรือน หน้าปัด หรือสะพานจักร เพราะทุกการเสริมแต่งลงบนชิ้นส่วนที่ละเอียดอ่อนนี้ ล้วนส่งผลต่อมวลและการกระจายน้ำหนัก ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญต่อสมรรถนะในฐานะชิ้นส่วนควบคุมการทำงานของกลไก การเปลี่ยนแปลงใด ๆ จึงมีโอกาสที่จะกระทบต่อความเที่ยงตรงนาฬิกาโดยตรง
ดังนั้นบาลานซ์วีลจึงต้องได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้รองรับการประดับเพชรโดยยังคงรักษาคุณลักษณะเฉพาะที่จำเป็นต่อความเที่ยงตรงในการบอกเวลา ซึ่งการบรรลุผลลัพธ์นี้ได้ จะต้องอาศัยความแม่นยำระดับสูงสุดทั้งจากศาสตร์การทำนาฬิกาชั้นสูงและทักษะฝีมือในศิลปะการประดับอัญมณี ซึ่งต่างก็อยู่ภายใต้มาตรฐานความละเอียดแม่นยำที่เข้มงวดไม่แตกต่างกัน

ร้อยเรียงด้วยเฉดสีพาสเทล
อัญมณีสีเข้มมักซ่อนตำหนิไว้อย่างแนบเนียน ขณะที่สีอ่อนกลับเผยจุดบกพร่องให้เห็นอย่างง่ายดาย ศิลปะเครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงนั้นยกย่องอัญมณีที่เปล่งประกายชัดใสที่สุดมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นแซฟไฟร์สีน้ำเงินเข้ม มรกตสีเขียวสด หรือทับทิมสีแดงจัด ล้วนกลายเป็นมาตรฐานในการตัดสินความเลอค่าของอัญมณีระดับโลก ทว่า Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างออกไป ผลงานนี้เผยนิยามแห่งตัวตนผ่านเฉดสีพาสเทล ที่ทุกโทนสีอ่อนโยนกว่า ทุกการเปลี่ยนผ่านละเอียดอ่อนกว่า และทุกความไม่สมบูรณ์ถูกเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา จนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่อาจเลียนแบบได้
Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino ประดับประดาด้วยแซฟไฟร์จำนวน 366 เม็ดที่โอบคลุมทั้งตัวเรือน หน้าปัด เม็ดมะยม และตัวล็อกแบบหัวเข็มขัด อัญมณีเหล่านี้ได้รับการฝังแบบไร้หนาม (invisible setting) โดยยึดจากใต้เม็ดอัมณีโดยไม่มีหนามหรือเม็ดโลหะใด ๆ ปรากฏบนพื้นผิวเลย การจัดเรียงสีไม่เน้นความกลมกลืนต่อเนื่อง แต่เน้นความแตกต่างอย่างมีจังหวะ อย่างการเลือกใช้สีเขียวเคียงน้ำเงิน ลาเวนเดอร์เคียงชมพู เฉดสีจึงไม่ไหลลื่นตามลำดับสี แต่กลับปรากฏซ้ำในลำดับที่ร้อยเรียงอย่างพิถีพิถัน โดยมีโทนสีเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงอัญมณีเหล่านี้เข้าด้วยกัน แซฟไฟร์ 366 เม็ดล้วนผ่านการคัดสรรให้มีสีอ่อนละมุนเท่า ๆ กัน ทำให้การจัดเรียงที่ตั้งอยู่บนความแตกต่างกลับดูเป็นพื้นผิวที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว มากกว่าจะเป็นการกระจายตัวของอัญมณีที่โดดเด่นแข่งขันกัน
Jacob & Co. เรียกองค์ประกอบนี้ว่า Arlequino ซึ่งเป็นการอ้างอิงถึงตัวละคร Arlecchino จากศิลปะการแสดงละครคอมเมเดียเดลลาเต้ (commedia dell’arte) ของอิตาลี ที่มีชุดอันเป็นเอกลักษณ์เป็นลวดลายข้าวหลามตัดหลากสีจัดเรียงกันอย่างมีระเบียบ เป็นการอ้างอิงที่ค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือ รูปแบบนี้ไม่มีสีใดกลมกลืนเข้าหากัน แต่ตั้งอยู่บนการจัดเรียงอย่างมีแบบแผน
สัดส่วนที่สมดุลลงตัว
ตัวเรือนขนาด 42 มิลลิเมตรของ Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino ถ่ายทอดคอลเลกชัน Brilliant ในมิติใหม่ที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น ผลงานนี้รังสรรค์จากทองคำไวท์โกลด์ 18K ประดับแซฟไฟร์ทรงบาแกตต์ 194 เม็ด และเพชรทรงบาแกตต์อีก 32 เม็ด เม็ดมะยมตกแต่งด้วยแซฟไฟร์ทรงบาแกตต์ 12 เม็ดและเพชรขาวเพียงหนึ่งเม็ด ตัวเรือนหนา 11.61 มิลลิเมตร สัดส่วนทั้งหมดจึงเผยนิยามใหม่ของคอลเลกชัน Brilliant โดยยังคงความสง่างามและตัวตนที่กระจ่างชัดไว้อย่างสมบูรณ์
กลไกการทำงาน
Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino ขับเคลื่อนด้วยกลไกใหม่ Jacob & Co. คาลิเบอร์ JCFA02 ระบบจักรกลอัตโนมัติที่ผสานฟลายอิงทูร์บิญองเข้ากับไมโครโรเตอร์ ทำงานด้วยความถี่ 21,600 รอบต่อชั่วโมง (3 เฮิรตซ์) และมอบพลังงานสำรองได้นานถึง 72 ชั่วโมง ฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัลโปร่งใสเผยให้เห็นสะพานจักรที่ประดับด้วยเพชรเจียระไนเหลี่ยมเกสรจำนวน 234 เม็ด ซึ่งสะท้อนความงดงามอย่างลงตัวกับเพชรเจียระไนเหลี่ยมเกสร 54 เม็ดบนบาลานซ์วีล
พบกับนาฬิกา Jacob & Co. ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายดังนี้:
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสำคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนำนี้เอง ช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
11 ก.ย. 2569
14 ก.ย. 2569
15 ก.ย. 2569