JAEGER-LECOULTRE Return to Homo Faber Biennial

Last updated: 15 ก.ย. 2569  |  18 จำนวนผู้เข้าชม  | 

JAEGER-LECOULTRE Return to Homo Faber Biennial

Jaeger-LeCoultre ประกาศการกลับมาเยือนเมืองเวนิสในเดือนกันยายน เพื่อเข้าร่วมงาน Homo Faber Biennial ครั้งที่ 4 หนึ่งในนิทรรศการชั้นนำของโลกที่อุทิศให้กับงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย จัดขึ้นโดย Michelangelo Foundation for Creativity and Craftsmanship งาน Homo Faber เฉลิมฉลององค์ความรู้และทักษะเชิงช่าง หรือ savoir-faire ของช่างฝีมือผู้มากความสามารถจากทั่วโลก พร้อมยกย่องและสนับสนุนทักษะฝีมืออันล้ำค่าของมนุษย์ ซึ่งอยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานหัตถศิลป์อันงดงาม


Homo Faber Biennial 2026 มาในธีม “An Island of Light” ออกแบบโดย Es Devlin นักออกแบบเวทีและศิลปินชาวอังกฤษผู้ได้รับรางวัลมากมาย โดยจะนำเสนอผลงานจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญกว่า 500 คน จากมากกว่า 70 ประเทศ ผ่านพื้นที่จัดแสดง 15 ห้องภายใต้ธีมที่แตกต่างกัน จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน 2026 ณ Fondazione Giorgio Cini บนเกาะ San Giorgio Maggiore เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

เฉลิมฉลองความงาม พร้อมเปิดมุมมองสู่งานฝีมืออันล้ำค่า
เพื่อตอกย้ำความเชี่ยวชาญอันโดดเด่นของห้องงาน Métiers Rares™ และสะท้อนคุณค่าหลักของแบรนด์ Jaeger-LeCoultre ได้รับเลือกให้เข้าร่วมจัดแสดงในพื้นที่จัดแสดง 2 ห้องของ Homo Faber 2026 ในพื้นที่ “An Atelier Alive” ซึ่งจัดขึ้นภายใน Sala degli Arazzi โดยแบรนด์เฉลิมฉลองพรสวรรค์และองค์ความรู้เชิงช่างที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน และยังคงสืบทอดต่อไปทั้งในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาและศิลปะการตกแต่ง ผ่านนาฬิกา Reverso รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น 4 เรือน

ด้านหลังตัวเรือนของนาฬิกาแต่ละเรือน ถ่ายทอดภาพจำลองอันละเอียดประณีตของภาพวาดเมืองเวนิสจากช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยศิลปินชาวอังกฤษผู้ยิ่งใหญ่ J.M.W. Turner (เจ.เอ็ม.ดับเบิลยู. เทอร์เนอร์) ผ่านเทคนิคการวาดภาพขนาดจิ๋วบนอีนาเมลแบบ Grand Feu หนึ่งในภาพสำคัญคือ ‘The Dogana and San Giorgio Maggiore’ ซึ่งถ่ายทอดภาพเกาะเดียวกับสถานที่จัดงาน Homo Faber Biennial แห่งนี้


ความหลงใหลที่ Turner มีต่อแสงแห่งเวนิสยังสอดคล้องอย่างงดงามกับธีมของ Homo Faber 2026 อย่าง “An Island of Light” ขณะที่ผลงานศิลปะขนาดจิ๋วเหล่านี้สะท้อนความมุ่งมั่นร่วมกันในการอนุรักษ์ความงามและมรดกทางศิลป์

ผู้เข้าชมยังจะได้สัมผัสกับอีกหนึ่งศาสตร์ที่ละเอียดอ่อนและต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูง นั่นคือการบูรณะภาพวาดโดยปรมาจารย์แห่งยุคเก่า (Old Master painting restoration) ผ่านการทำงานของผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะ ซึ่งจะช่วยฟื้นคืนชีวิตให้กับผลงานชิ้นเอกจากยุคเรอเนซองส์

ลวดลายจำนวนมากบนผลงานนาฬิกาจาก Métiers Rares™ ของ Jaeger-LeCoultre ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ และ Sala Bianca ซึ่งนำเสนอภายใต้ธีม “An Infinite Birdsong” จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับจัดแสดงผลงานอีก 3 ชิ้นของแบรนด์

จากคอลเลกชั่น Vallée des Merveilles™ นาฬิกา Reverso One จำนวน 2 รุ่นนำเสนอศิลปะการประดับอัญมณีและอีนาเมล ผ่านภาพนกท่ามกลางดอกไม้ โดยแต่ละเรือนต้องใช้เวลาสำหรับงานประดับอัญมณีระหว่าง 125–160 ชั่วโมง


เคียงข้างกันคือ Atmos Régulateur Enamel ‘Colibris’ รุ่นใหม่ในเฉดสีใหม่ ซึ่งผ่านกระบวนการลงอีนาเมลด้วยมือเป็นเวลาถึง 230 ชั่วโมง ตัวเรือนของนาฬิกาถูกขนาบด้วยแผง Grand Feu enamel ที่วาดด้วยมือ ถ่ายทอดภาพนกฮัมมิงเบิร์ดท่ามกลางดอกซากุระและดอกไฮเดรนเยีย

Homo Faber Fellowship
เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นร่วมกับ Michelangelo Foundation ในการอนุรักษ์และส่งต่อทักษะงานฝีมือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสู่คนรุ่นต่อไป Jaeger-LeCoultre จึงเป็นหนึ่งในพันธมิตรก่อตั้งโครงการ Homo Faber Fellowship นับตั้งแต่โครงการเริ่มต้นขึ้นในปี 2023

Homo Faber Fellowship ได้ปรับรูปแบบการเป็นพี่เลี้ยงแบบดั้งเดิมให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการมอบประสบการณ์การเรียนรู้แบบลงมือปฏิบัติในระดับนานาชาติ ผสานการถ่ายทอดทักษะงานฝีมืออันโดดเด่นเข้ากับความรู้ด้านธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ช่างฝีมือรุ่นใหม่สามารถเติบโตและดำรงอยู่ได้ในระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ยั่งยืน ในแต่ละปี โครงการ Fellowship จะจับคู่ระหว่างปรมาจารย์ด้านงานฝีมือผู้มีชื่อเสียงกับคนรุ่นใหม่ หรือ fellows ผ่านหลักสูตรฝึกอบรมที่ได้รับการสนับสนุนเป็นระยะเวลา 8 เดือนในยุโรป


แต่ละรอบเริ่มต้นด้วยมาสเตอร์คลาสแบบพำนักเป็นเวลา 1 เดือน ซึ่งประกอบด้วยเวิร์กช็อปด้านความคิดสร้างสรรค์ กรณีศึกษาด้านการออกแบบ ตลอดจนการฝึกอบรมด้านธุรกิจและการเป็นผู้ประกอบการ จากนั้นจึงเข้าสู่การฝึกงานแบบพำนักเป็นเวลา 6 เดือนในสตูดิโอของปรมาจารย์แต่ละคน โดยผู้เข้าร่วมจะได้แลกเปลี่ยนแนวคิด แบ่งปันทักษะ และพัฒนาเทคนิคของตนเองผ่านการร่วมกันสร้างสรรค์ผลงานหนึ่งชิ้น

ผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจากโครงการเหล่านี้จะถูกนำมาจัดแสดงใน Homo Faber 2026 กระจายอยู่ตามพื้นที่จัดแสดงต่างๆ ซึ่งแต่ละชิ้นสะท้อนวิสัยทัศน์ด้านความคิดสร้างสรรค์และทักษะงานฝีมือที่อยู่เบื้องหลังผลงานนั้น โดยผลงานทั้ง 10 ชิ้นที่จัดแสดงในครั้งนี้สร้างสรรค์โดยคู่ของปรมาจารย์และผู้เข้าร่วมโครงการจากสองรุ่นล่าสุด ได้แก่ รุ่น 2025/2026 และรุ่นก่อนหน้า 2024/2025



1. “Cabinet of Curiosity” โดย Navid Gholipour (ไซปรัส) และ Natali Touloupou (ไซปรัส) — งานไม้, รุ่น 2024/2025

2. “Matter to Reflect” โดย Eve George (ฝรั่งเศส) และ Alexandra Holmes (สหราชอาณาจักร) — งานเป่าแก้ว, รุ่น 2024/2025

3. “Suaimhneas” โดย Helen O’Connell (ไอร์แลนด์) และ Finn Conlon (ไอร์แลนด์) — งานแกะสลักหิน, รุ่น 2024/2025

4. “Balance” โดย Ole Morten Rokvam (นอร์เวย์) และ Line Blom Salvesen (นอร์เวย์) — งานเซรามิก, รุ่น 2024/2025

5. “Intérieurs en Couleurs” โดย Luis Minguez Serrano (สเปน) และ Gonzalo Minguez Minguez (สเปน) — งานเข้าเล่มหนังสือ, รุ่น 2024/2025 — จัดแสดงชั่วคราว

6. “Bird Houses” โดย Stian Korntved Ruud (นอร์เวย์) และ Marianne Bain (นอร์เวย์) — งานไม้, รุ่น 2024/2025

7. “Before the Storm” โดย Kim Jordan (สหราชอาณาจักร) และ Sandra Pinto (ฝรั่งเศส) — งานมาร์เกตรีฟาง, รุ่น 2025/2026

8. “Light of Longing” โดย Helena Imaginário (โปรตุเกส) และ O33 (จีน) — งานสร้างโคมไฟ, รุ่น 2025/2026

9. “Light of Andalusia” โดย Pablo TITO (สเปน) และ Tito Martínez (สเปน) — งานเซรามิก, รุ่น 2025/2026

10. “Liminal” โดย Kuniko Maeda (ญี่ปุ่น/สหราชอาณาจักร) และ Momoka Ienaga (ญี่ปุ่น) — งานประติมากรรมกระดาษ, รุ่น 2025/2026

Homo Faber 2026: An Island of Light เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมระหว่างวันที่ 1–30 กันยายน 2026 เวลา 10.00–19.00 น. ทุกวัน ณ Fondazione Giorgio Cini บนเกาะ San Giorgio Maggiore เมืองเวนิส สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ https://www.homofaber.com/en/biennial/homofaber-2026

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้