HUBLOT MP-14 Origin by Jeff Koons

Last updated: 18 ก.ย. 2569  |  25 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT MP-14 Origin by Jeff Koons

Hublot ร่วมกับศิลปินร่วมสมัยระดับโลก Jeff Koons (เจฟฟ์ คูนส์) เปิดตัวความร่วมมือครั้งสำคัญด้วยนาฬิกา 2 รุ่นที่ถ่ายทอดแนวคิดของการเปลี่ยนสิ่งธรรมดาให้กลายเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่น ได้แก่ Classic Fusion Balloon Dog และ MP-14 Origin by Jeff Koons ผลงานที่บรรจบกันระหว่างศิลปะร่วมสมัยและศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงได้อย่างน่าจับตามอง

โดยเฉพาะ MP-14 Origin by Jeff Koons ซึ่งผสานสถาปัตยกรรมของแซฟไฟร์ ไทเทเนียม และไวท์โกลด์ประดับอัญมณีเข้าด้วยกัน เพื่อถ่ายทอดภาพของการกำเนิดจักรวาลในระดับจุลภาค ราวกับจับภาพเสี้ยววินาทีที่ทุกสิ่งกำลังถือกำเนิดและเริ่มขยายตัวออกไป

ผลงานรุ่นลิมิเต็ดเพียง 30 เรือนนี้ยังถือเป็นหมุดหมายสำคัญทางเทคนิคของ Hublot เพราะเป็นครั้งแรกที่แบรนด์นำเสนอ ทูร์บิญองอัตโนมัติแบบแกนกลาง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนหัวใจของจักรวาลกลไกที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนข้อมือ


MP-14 Origin by Jeff Koons เป็นสมาชิกของคอลเลกชั่น Exceptional Timepieces ซึ่งเปรียบเสมือนห้องทดลองด้านการผลิตนาฬิกาชั้นสูงของ Hublot พื้นที่สำหรับทดลองแนวคิดกลไกสุดขั้ว วัสดุขั้นสูง และสถาปัตยกรรมการแสดงเวลาที่แตกต่างจากกรอบเดิม โดยผลงานแต่ละรุ่นมีเป้าหมายที่จะผลักขอบเขตของศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาให้ก้าวไปไกลกว่าเดิม เปลี่ยนนวัตกรรมทางเทคนิคให้กลายเป็นพื้นที่แห่งการสำรวจอย่างไร้ขีดจำกัด

ชื่อ MP-14 ยังมีความหมายเฉพาะในเส้นทางศิลปะของ Koons โดยเชื่อมโยงกับเลข 14 ซึ่งสัมพันธ์กับนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของเขาในปี 1980 ที่ New Museum ในนิวยอร์ก ซึ่งในเวลานั้นตั้งอยู่บน Fifth Avenue บริเวณถนน 14th Street นับเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของจุดเริ่มต้นเส้นทางศิลปินของเขา

“MP-14 Origin by Jeff Koons คือการตีความ ‘การสร้างสรรค์’ ผ่านศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกา เป็นช่วงเวลาที่พลังงานเปลี่ยนกลายเป็นรูปทรง และรูปทรงเปลี่ยนกลายเป็นเวลา มันไม่ได้มีหน้าที่เพียงวัดเวลา แต่คือการย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดของเวลา การเคลื่อนไหวคือพลังแห่งการก่อกำเนิด ทูร์บิญองตรงกลางเปรียบเสมือนชีพจรแรกเริ่ม และทุกสิ่งค่อย ๆ คลี่ขยายออกจากจุดนั้นราวกับการขยายตัวที่ถูกควบคุมไว้ แนวคิดเรื่อง Big Bang จึงถูกแปลออกมาเป็นการเคลื่อนไหวที่ได้รับการออกแบบอย่างแม่นยำ แรงตึงของวัสดุ และฟิสิกส์ของแสง” Jeff Koons

ด้าน Julien Tornare ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Hublot กล่าวว่า “MP-14 Origin by Jeff Koons อยู่ตรงจุดตัดระหว่างวิสัยทัศน์สองแนวทางที่ดำเนินคู่ขนานกัน ระหว่างศิลปินผู้ท้าทายกรอบของการรับรู้ และโรงงานผู้ท้าทายขีดจำกัดของวัสดุ ทั้งสองต่างเริ่มต้นเส้นทางของตนเองในปี 1980 Jeff Koons เปลี่ยนรูปทรงที่คุ้นเคยให้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่มีพลังยิ่งขึ้น โดยใช้แสง ขนาด และการสะท้อนเพื่อเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้ชมมีส่วนร่วม ขณะที่ Hublot สร้างสรรค์ Art of Fusion ผ่านการหลอมรวมวัสดุ เทคนิค และศาสตร์แขนงต่างๆ เข้าด้วยกัน ผลงานชิ้นนี้จึงเป็นผลงานชั้นเยี่ยมอย่างแท้จริง สะท้อนความเชี่ยวชาญของเรา พร้อมยกระดับด้วยวิสัยทัศน์ของ Koons ที่ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงและการขยายขอบเขตของการรับรู้”


จักรวาลกลไกที่กำลังเคลื่อนไหว
MP-14 Origin by Jeff Koons คือการหลอมรวมระหว่างศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูงกับศิลปะที่มองไปไกลกว่าความคุ้นเคย ตัวนาฬิกาถ่ายทอดตัวตนของ Hublot ในฐานะห้องทดลองแห่งการสร้างสรรค์กลไก ผ่านแนวคิดที่ท้าทาย วัสดุสมัยใหม่ และวิธีคิดเกี่ยวกับเวลาในรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามขนบเดิม

หัวใจสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนข้อจำกัดให้กลายเป็นความเป็นไปได้ ตั้งแต่ความเชี่ยวชาญในการขึ้นรูปแซฟไฟร์ ไปจนถึงการพัฒนาทูร์บิญองอัตโนมัติแบบแกนกลางรุ่นแรกของ Hublot ซึ่งสามารถรองรับสถาปัตยกรรมกลไกหลายชั้นที่เคลื่อนไหวอยู่ภายใน พร้อมระบบมวลแกว่งรอบนอกที่ช่วยสร้างเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการส่งพลังงาน

เมื่อมองครั้งแรก MP-14 Origin by Jeff Koons ให้ความรู้สึกราวกับวัตถุจากอนาคต ตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมขนาด 44 มิลลิเมตร สร้างขึ้นจากแซฟไฟร์และไทเทเนียม โดยความโปร่งใสและมิติความลึกไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบของตัวเรือน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมกลไกไปพร้อมกัน

ตัวเรือนแซฟไฟร์ทรงแปดเหลี่ยมมีลักษณะคล้ายกล่องใส ต้องผ่านกระบวนการขึ้นรูปและแมชชีนเป็นเวลาประมาณ 534 ชั่วโมง ก่อนประกอบเข้ากับฝาหลังไทเทเนียม สกรู และ “หู” ตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ของ Hublot ที่ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา

ภายในคือระบบกลไกที่ราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในแรงโน้มถ่วง วงแหวนศูนย์กลางหลายชั้นทำจากไวท์โกลด์ประดับเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์และแซฟไฟร์สีน้ำเงิน จัดเรียงเป็นชั้นวงโคจรที่ค่อย ๆ รวมตัวเข้าหาศูนย์กลาง

เหนือโครงสร้างดังกล่าวคือโดมแซฟไฟร์ใส ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากผลงาน Gazing Ball ของ Koons และเคลือบด้วยแล็กเกอร์สีน้ำเงินโปร่งแสงด้วยฝีมือช่างลงสีระดับไมโครเพนเตอร์ ภายใต้โดมนี้คือทูร์บิญองแกนกลางที่ซ่อนตัวอยู่ เปรียบเสมือนต้นกำเนิดของระบบทั้งหมด เป็น “ชีพจรแรก” ทางกลไกที่ทำให้โครงสร้างโดยรอบดูราวกับกำลังขยายตัวออกจากศูนย์กลาง

การแสดงชั่วโมงและนาทีถูกนำเสนอผ่านวงแหวนหมุน 2 ชั้นที่แขวนลอยอยู่ภายในโครงสร้าง แต่ละวงบรรจุลูกบาศก์แสดงเวลาที่ดูเหมือนกำลังลอยอยู่ในวงโคจร โดยฝั่งชั่วโมงใช้สเตนเลสสตีลขัดเงาสีแดง เคลือบด้วยแล็กเกอร์สีแดงโปร่งแสง ขณะที่ฝั่งนาทีใช้สเตนเลสสตีลขัดเงาสีเทา

องค์ประกอบทั้งสองเคลื่อนตัวเหนือวงแหวนศูนย์กลางที่ประดับด้วยเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์ สร้างภาพการโคจรของวัตถุท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีวงแหวนอีก 2 วงที่ทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบคงที่ ไม่หมุนไปพร้อมกับระบบ โดยวงแหวนนาทีประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงินเพื่อบอกตำแหน่งทุก 15 นาที ขณะที่วงแหวนชั่วโมงประดับแซฟไฟร์สีน้ำเงินสำหรับระบุตำแหน่งชั่วโมง เมื่อรวมวงแหวนทั้ง 4 ชั้นเข้าด้วยกัน มีอัญมณีทั้งหมด 202 เม็ด คิดเป็นน้ำหนักรวมประมาณ 2.6 กะรัต


ครั้งแรกของ Hublot กับทูร์บิญองอัตโนมัติที่วางอยู่ใจกลางกลไก
เบื้องหลังจักรวาลแห่งการเคลื่อนไหวนี้คือกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ HUB9014 ซึ่งพัฒนาขึ้นโดยโรงงานของ Hublot โดยเป็นกลไกอัตโนมัติที่ใช้ทูร์บิญองแบบแกนกลาง พร้อมระบบขึ้นลานแบบ peripheral oscillating weight หรือวงแหวนโดยรอบ แทนรูปแบบของครึ่งวงกลมปกติ จึงเผยให้เห็นชุดกลไกได้เต็มตายิ่งกว่า ทำงานด้วยความถี่ 3 เฮิรตซ์ หรือ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง และสำรองพลังงานได้นาน 60 ชั่วโมง

กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วนทั้งหมด 594 ชิ้น
ระบบขึ้นลานแบบ peripheral เข้ามาแทนที่โครงสร้างการขึ้นลานแบบดั้งเดิมที่ใช้โรเตอร์ครึ่งวงกลมตรงกลาง ทำให้พื้นที่ภายในยังคงเปิดกว้างและรักษาสมดุลของโครงสร้างเอาไว้ ขณะเดียวกันยังช่วยให้กลไกดูเหมือนกำลังลอยตัวอยู่ภายในตัวเรือน

กรงทูร์บิญองถูกวางในตำแหน่งกึ่งกลางใต้โดมแซฟไฟร์ ราวกับองค์ประกอบต่อต้านแรงโน้มถ่วงที่กำลังลอยอยู่กลางจักรวาล เปลี่ยนกลไกควบคุมความเที่ยงตรงของเวลาให้กลายเป็นภาพการเคลื่อนไหวที่มองเห็นได้จริง

แม้แต่สายก็ได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของสถาปัตยกรรมเดียวกัน โดยใช้แซฟไฟร์เป็นวัสดุหลักและยึดด้วยสกรูไทเทเนียม เชื่อมต่อจากตัวเรือนสู่ข้อมืออย่างต่อเนื่องราวกับเป็นชิ้นงานเดียวกัน

รายละเอียดที่น่าสนใจอีกประการคือระบบการทำงาน 2 ฟังก์ชันถูกซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างของนาฬิกา ทั้งระบบขึ้นลานและการตั้งเวลาได้รับการออกแบบให้ไม่รบกวนความบริสุทธิ์ของดีไซน์ โดยตำแหน่งสำหรับขึ้นลานระบุด้วยข้อความ “ENERGY PULSE” ส่วนการตั้งเวลาระบุด้วยคำว่า “COSMIC ALIGN”


นาฬิกาที่ไม่ได้เพียงแสดงจักรวาล แต่เคลื่อนไหวราวกับจักรวาล
MP-14 Origin by Jeff Koons ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงนำเสนอภาพของจักรวาล หากแต่พยายามทำให้ตัวมันเอง “ทำงาน” ราวกับจักรวาลจริงๆ เป็นพื้นที่แห่งการเคลื่อนไหวที่สร้างขึ้นเพื่อบรรจุเวลา ณ ช่วงขณะที่ทุกสิ่งกำลังถือกำเนิด

แม้แต่กล่องนาฬิกาก็ยังได้รับการออกแบบให้เป็นประสบการณ์ต่อเนื่องจากตัวนาฬิกา โดยใช้แนวคิดของกระจกเงาแบบไร้จุดสิ้นสุด ผสานแสง LED และเทคนิคกระจกทางเดียว เพื่อสร้างภาพลวงตาของพื้นที่ที่ทอดยาวอย่างไร้ขอบเขต ราวกับผู้ชมกำลังมองเข้าไปในมิติที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

รูปทรงแปดเหลี่ยมของนาฬิกาถูกนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบกล่อง พร้อมโดมใสด้านบน ทำให้ภาษาทางสถาปัตยกรรมของ MP-14 Origin by Jeff Koons ขยายจากข้อมือออกไปสู่พื้นที่โดยรอบ กลายเป็นประสบการณ์เชิงศิลปะที่ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตัวนาฬิกา

ตั้งแต่ตัวเรือนแซฟไฟร์ที่ต้องใช้เวลาผลิตหลายร้อยชั่วโมง ไปจนถึงกลไกอัตโนมัติ คาลิเบอร์ HUB9014 พร้อมทูร์บิญอแกนกลางรุ่นแรกของ Hublot ทุกองค์ประกอบของ MP-14 Origin by Jeff Koons ล้วนสะท้อนแนวคิดเรื่อง นวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และความกล้าที่จะก้าวข้ามกรอบเดิม

ความมั่นใจในคุณภาพและความน่าเชื่อถือของนาฬิกาที่ผลิตโดยโรงงาน Hublot ยังสะท้อนผ่านโปรแกรมรับประกัน 5+5 Warranty ซึ่งสามารถขยายความคุ้มครองได้นานสูงสุด 10 ปี อันเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อมั่นของแบรนด์ที่มีต่อทั้งนาฬิกาและความเชี่ยวชาญของทีมงานผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์

MP-14 Origin by Jeff Koons ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 30 เรือนเท่านั้น

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้