Last updated: 25 ก.ย. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ตั้งแต่เปิดตัวในปี 1996 คอลเลคชั่น Overseas ของ Vacheron Constantin ก็มีนาฬิการุ่น ใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยออกแบบมาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการเดินทาง และการสํารวจเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีของคอลเลคชั่นนี้เมซงได้เปิดตัวรุ่น Overseas Perpetual Calendar Ultra-thin ด้วยหน้าปัดสีใหม่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ ซึ่งเป็นการผสมผสาน ที่ยังไม่เคยมีมาก่อน ในรุ่นลิมิเต็ดจํานวน 200 เรือน โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมกับกลไกคาลิ เบอร์ 1120 QP/1 ที่บางเป็นพิเศษ ความหนา 4.05 มม.) และมาพร้อมสายนาฬิกาสามเส้นที่ สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ

นาฬิการุ่นใหม่เพื่อเฉลิมฉลอง 30 ปีของจิตวิญญาณแห่งการสํารวจ
นาฬิกา Overseas ที่เปิดตัวในปี 1996 เป็นผู้สืบทอดที่สมศักดิ์ศรี ของรุ่น 222 ในตํานาน โดยรุ่นหลังที่เปิดตัวในปี 1977 และรุ่น Chronometre Royal ในปี 1975 ได้บุกเบิกสไตล์สปอร์ตซิคของเมซงการออกแบบคอลเลคชั่น Overseas โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยึดด้วยสกรูกับตัวเรือนแบบบางที่ถูกรังสรรค์ เพื่อเชื้อเชิญให้ผู้สวมใส่ออกเดินทาง นาฬิการุ่นนี้ผสมผสานความ ประณีตและฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมด้วยความอเนกประสงค์ ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่
ในปี 2004 Vacheron Constantin ได้เปิดตัวนาฬิกา Overseas รุ่นที่สอง ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสไตล์อย่างชัดเจนจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยการออกแบบที่ดูโดดเด่นและสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมสายนาฬิกาแบบ integrated และข้อสายที่ชวนให้นึกถึงมอลทีส ครอส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเมซง โดยรุ่นที่สองนี้นํามาซึ่งการเปิดตัวนาฬิการุ่นต่างๆ ที่มาพร้อมระบบคอมพลิเคชั่น รวมถึงรุ่นที่ประดับอัญมณีด้วย
ในปี 2016 เมซงได้เปิดตัวนาฬิการุ่นที่สามซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในปัจจุบัน ที่มาพร้อมกับกลไกใหม่ที่ออกแบบมาเฉพาะสําหรับคอลเลค ชั่นนี้ได้แก่กลไกโครโนกราฟ กลไกโซนเวลาคู่ (Dual time) และกลไกแสดงเวลาโลก แม้จะยังคงรักษาคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ และสร้างความสําเร็จให้กับคอลเลคชั่นนี้ อย่างขอบตัวเรือนแบบหยักและสายนาฬิกาแบบ integrated ซึ่งทั้งสองได้รับแรงบันดาล ใจจากมอสทิส ครอส แต่ก็ยังได้พัฒนาการออกแบบให้ลงตัวมากยิ่งขึ้น อีกหนึ่งนวัตกรรมสําคัญคือระบบถอดเปลี่ยนสายนาฬิกา อย่างรวดเร็ว (Quick-Change strap system) ที่ออกแบบมาโดยคํานึงถึงความสะดวกสบายในการสวมใส่ และความหลาก หลายในการใช้งาน ซึ่งช่วยให้สามารถปรับสไตล์ให้เหมาะกับทุกโอกาส ในปัจจุบัน นาฬิกา Overseas มาพร้อมชุดสายนาฬิกา ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ โดยทั่วไปจะมาพร้อมสายนาฬิกาสามแบบ ได้แก่ สายโลหะ สายหนัง และสาย ยางแต่รุ่นที่มาพร้อมสายหนังจระเข้หรือหนังลูกวัว จะมีเพียงสายยางเพิ่มเติมให้เท่านั้น
นับตั้งแต่ปี 2016 คอลเลคชั่นนี้ได้ถูกต่อยอดจนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่มีฟังก์ชันบอกเวลาอย่างเรียบง่าย ไปจนถึง ระบบคอมพลิเคชันทางเทคนิคที่ซับซ้อนที่สุดในการรังสรรค์นาฬิกา รวมถึงรุ่นที่มีกลไกแบบสเกเลตัน มีการเพิ่มตัวเรือนที่ทํา จากไทเทเนียมและแพลทินัม นอกเหนือจากตัวเรือนสแตนเลสสตีลและทอง 18K ซึ่งเป็น (ซึ่งเป็นวัสดุตัวเรือนดั้งเดิมของคอลเลคชั่นนี้มา ตั้งแต่ปี 1996


สีหน้าปัดใหม่
ปี 2016 เป็นปีที่นาฬิกา Overseas รุ่นล่าสุดถูกเปิดตัวขึ้น Vacheron Constantin ได้นําเสนอหน้าปัดสีฟ้าอะซูร์ (Azure) เฉดใหม่ซึ่ง เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างนักออกแบบและ ผู้ผลิตหน้าปัดของเมซง สีน้ําเงินเข้มกลายเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบผลงานของเมซง โดดเด่น ด้วยมิติทางสายตาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างเฉดสีเมทัลลิกและการเคลือบวาร์นิชหลายชั้น
นาฬิกา Overseas Ultra-Thin Perpetual Calendar รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยการใช้สีน้ําเงินเฉดใหม่ สีฟ้าอะซูร์ (Azure) เป็นเฉด ที่อ่อนกว่า นุ่มนวลกว่า และไม่จัดจ้าน สะท้อนความรู้สึก แห่งการ หลีกหนีและพื้นที่อันกว้างใหญ่ ซึ่งส่วนสําคัญในคอลเลคชั่นนี้ โดย มีลักษณะเฉพาะตัวซึ่งถ่ายทอดโทนสีที่แตกต่างไปตามแสง และ เมื่อผสานกับความเงางามที่เรียบหรูของไวท์โกลด์ จึงสร้างความสมดุลที่ละเอียดอ่อนระหว่างความเรียบหรูและความสง่างาม
มิติความลึกของหน้าปัดที่เคลือบแลคเกอร์ถูกเน้นย้ำด้วยความกลมกลืนของช่องแสดงผลต่างๆโดยเฉพาะแผ่นหมุนแสดงข้างขึ้นข้างแรมที่มีเฉดสีฟ้าที่เข้ากัน การแสดงผลปฏิทิน และมาร์กเกอร์ บอกชั่วโมงถูกรังสรรค์ให้ตัดกับหน้าปัดอย่างปราณีตช่วยเพิ่มความชัดเจนในการอ่านเวลา พร้อมทั้งรักษาความสมดุลของความงดงามโดยรวม
นาฬิการุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอย่างแท้จริงมาพร้อมระบบถอดเปลี่ยนสาย นาฬิกาโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ซึ่งเป็นคุณสมบัติเฉพาะของคอลเลคชั่น Overseas สายนาฬิกาทําจาก ไวท์โกลด์แบบintegrated มาพร้อมหัวล็อคที่มีระบบปรับขนาดแบบไมโคร (amicro-adjustment system) และเสริมด้วยสายยางตกแต่งลวดลายสองเส้น - เส้นหนึ่งสีขาว และอีกเส้นสีเดนิม - โดย แต่ละเส้นมีหัวล็อคแบบหมุดทําจากไวท์โกลด์ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้

ความเชี่ยวชาญในการผลิตนาฬิกา ที่บางเป็นพิเศษนํามาประยุกต์ใช้ กับระบบปฏิทินถาวร
ด้วยกลไกคาลิเบอร์ 1120 QP/1 Vacheron Constantin ได้สานต่อมรดกอันยาวนานของเมซง ในการพัฒนากลไกนาฬิกาที่บางเป็นพิเศษ กลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติรุ่นนี้ พร้อมปฏิทินถาวร แบบเต็มรูปแบบและแสดงข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ โดยมีความหนาเพียง 4.05 มม. - ทําให้เรือนนาฬิกานี้ยังคงรักษาความบางเป็นพิเศษ ด้วยตัวเรือนที่มีความสูงเพียง 8.1 มม. นับเป็น ความสําเร็จอันน่าทึ่งในการย่อส่วน โครงสร้างกลไกนาฬิกานี้แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคในการผสานกลไกที่ขึ้นชื่อเรื่องความซับซ้อนเข้าไปในพื้นที่ที่กะทัดรัดเช่นนี้ ปฏิทินถาวรสามารถคํานวณเดือนที่มี 28, 30 และ 31 วัน รวมถึงปีอธิกสุรทินได้โดยอัตโนมัติ และไม่ จําเป็นต้องปรับตั้งเวลาจนถึงปี 2100 ซึ่งเป็นปีศตวรรษที่ไม่ใช่อธิกสุรทิน เนื่องจากไม่สามารถ หารด้วย 400 ได้ลงตัวตามกฎของปฏิทินเกรกอเรียน
ฝาหลังตัวเรือนวัสดุคริสตัลแซฟไฟร์เผยให้เห็นถึงความพิถีพิถันในรายละเอียดของการตกแต่ง กลไกตามแบบฉบับดั้งเดิมของกลไกคาลิเบอร์นาฬิกาชั้นสูงสะพานจักรตกแต่งลวดลาย Cotes de Genève พร้อมการลบมุมขัดเงาขอบเมนเพลตตกแต่งลวดลาย perlage และการขัดเงาผิวซาติน ในแนวตั้งหรือแบบวงกลมบนชิ้นส่วนของปฏิทิน นอกจากนี้ยังโดดเด่นขึ้นด้วยโรเตอร์ขึ้นลานที่ทํา จากทอง 22K ที่สลักลายเข็มทิศ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของจิตวิญญาณแห่งการสํารวจของคอลเลคชั่น Overseas ความปราณีตในการตกแต่งชิ้นส่วนทั้ง 276 ชิ้นของคาลิเบอร์ รวมถึงชิ้นส่วนที่มองไม่ เห็นเมื่อกลไกถูกประกอบเสร็จแล้ว สะท้อนถึงความเป็นเลิศในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกา ซึ่งเป็น เอกลักษณ์ของคอลเลคชั่น Overseas



วาเชอรอง คองสตองแตง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1755 เป็นหนึ่งในโรงงานการผลิตนาฬิกาอัน เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงดําเนินการผลิตมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 270 ปี โดย สืบทอดมรดกอันภาคภูมิใจแห่งความเป็นเลิศในการผลิตนาฬิกาและและความประณีตทางสุนทรียภาพผ่านช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญหลายชั่วอายุคน
ณ จุดสูงสุดของศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และความสง่างามอันเหนือล้ำ เมซงได้รังสรรค์นาฬิกาพร้อมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งทางด้านเทคนิคและ สุนทรียะความงาม เช่นเดียวกับสัมผัสแห่งการประดับตกแต่งระดับสูงสุด
วาเชอรอง กองสตองแตง นําชีวิตใหม่มาสู่มรดกอันทรงคุณค่าที่มิอาจเทียบเคียงได้ ตลอด จนจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันต่าง ๆ ทั้ง แพทริโมนี (Patrimony), ทราดิชันแนล (Traditionnelle), เมดิเยร์ ดาร์ต (Métiers d'Art), โอเวอร์ซีส์ (Overseas), ฟิฟตี้ซิกซ์ (Fiftysix), อิสโทริก (Historiques) และเอเมรี (Égerie) เมซงแห่งนี้ยังนําเสนอ ให้กับลูกค้าและนักสะสมผู้หลงใหลในเรือนเวลาด้วยโอกาสอันหายากในการครอบครองผล งานวินเทจอันเก่าแก่ภายในคอลเลกชัน เล คอลเลกซิยอนเนอร์ (Les Collectionneurs) เช่นเดียวกับเรือนเวลาที่รังสรรค์ขึ้นพิเศษและมีเพียงหนึ่งเดียวจากแผนก เล คามิโนเกียร์ (Les Cabinotiers) แห่งเมซง
22 ก.ย. 2569
22 ก.ย. 2569
18 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569