Last updated: 6 พ.ย. 2569 | 47 จำนวนผู้เข้าชม |
นาฬิกา ดาโทกราฟ อัพ/ดาวน์ (DATOGRAPII UP/DOWN)
อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ เตรียมจัดแสดงนิทรรศการป๊อบอัพครั้งเอ็กซ์คลูซีฟ ภายใต้ชื่อ “Challenging Chronographs” ขึ้น ณ ชั้น M บริเวณ North Wing ของศูนย์การค้าสยามพารากอน ในระหว่าง วันที่ 18 พฤศจิกายน ถึง 13 ธันวาคม ค.ศ. 2026 เวลา 11.00 – 19.00 น. ทุกวัน เพื่อถ่ายทอดถึงความเชื่อมโยง ระหว่างโลกแห่งมรดกของเหล่ารถคลาสสิกกับหัวใจอันเป็นแก่นแท้แห่งศิลปะและศาสตร์ในการประดิษฐ์นาฬิกา ของโรงงาน พร้อมด้วยการสาธิตการทํางานจริงโดยช่างนาฬิกาและช่างฝีมือตกแต่งเรือนเวลาที่จะมาร่วมถ่ายทอดให้เห็นถึงทักษะแห่งงานหัตถศิลป์อันแสนพิเศษของพวกเขา
สถานที่ซึ่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงได้มาบรรจบกับโลกแห่งความสง่างามของยนตรกรรม
ภายในนิทรรศการ “Challenging Chronographs” ได้เตรียมนําเสนอเรื่องราวสําหรับเหล่าผู้ซึ่งหลงใหลในนาฬิกา เช่นเดียวกับผู้ที่ชื่นชอบในสุนทรียะความสวยงามของงานออกแบบให้ได้ร่วมค้นพบกันอย่างใกล้ชิด ผ่านสองความมุ่งมั่นหลักที่สร้างนิยามความโดดเด่นให้กับโรงงานการผลิตแห่งนี้ ทั้งการปรากฏตัวมาอย่างยาวนาน
นับหลายทศวรรษในโลกแห่งประวัติศาสตร์ยานยนต์ และชื่อเสียงอันโด่งดังในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญในนาฬิกา โครโนกราฟระดับแถวหน้าสูงสุดของโลกการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง
ความเชื่อมโยงของ อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ กับโลกแห่งยานยนต์คลาสสิกนั้นหยั่งรากลึกมาอย่างยาวนาน นับตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2012 ที่โรงงานการผลิตแห่งนี้ได้ร่วมเป็นพันธมิตรอย่างเป็นทางการของการจัดงาน Concorso d'Eleganza Villa d'Este ที่มีขึ้นบนริมฝั่งทะเลสาบโคโม ซึ่งนับเป็นหนึ่งในการเฉลิมฉลองรถยนต์คลาสสิกที่หรูหราเอ็กซ์คลูซีฟ และมีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในโลก และเดินทางมาบรรจบกับโอกาสฉลองครบปีที่ 15 ของการเป็นพันธมิตร ร่วมกันในปี ค.ศ. 2026 นี้ โดยในแต่ละปี อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ ได้มอบเรือนเวลาพิเศษเพียงเรือนเดียวในโลก ซึ่งแกะสลักด้วยมือให้แก่ผู้ชนะรางวัล “Best of Show” อันทรงเกียรติ กลายเป็นประเพณีที่ได้ส่งมอบรางวัลให้แก่ รถยนต์ชั้นยอดมาแล้วทุกประเภท นับตั้งแต่รถบูกัตติ (Bugatti) วินเทจ จนถึงรถบีเอ็มดับบลิว (BMW) หายากรุ่นก่อนสงคราม
ความหลงใหลในความสง่างามของยานยนต์นี้ยังได้ครอบคลุมไปถึงงาน Concours of Elegance ที่จัดขึ้น ณ พระราชวังแฮมป์ตันคอร์ตของสหราชอาณาจักร ซึ่ง อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ ได้ร่วมเป็นพันธมิตรมาตั้งแต่ ปี ค.ศ. 2018 เช่นเดียวกับงาน Audrain Newport Concours d'Elegance & Motor Week ในสหรัฐอเมริกา แต่ละการจัดงานเหล่านี้ โรงงานการผลิตได้มอบเรือนเวลาพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สะท้อนถึงงานหัตถศิลป์ ความแม่นยํา และงานออกแบบอันกล้าหาญของเหล่ายานยนต์ที่นํามาจัดแสดง อันเป็นหัวใจเดียวกันกับ การสร้างสรรค์ความสมบูรณ์แบบด้านจักรกลที่ได้หลอมรวมความหลงใหลของเหล่านักสะสมจากทั้งสองโลกให้เป็นหนึ่งเดียว
ความเชียวชาญในนาฬิกาโครโนกราฟ
ณ หัวใจของเอกลักษณ์ในการประดิษฐ์นาฬิกาแห่ง อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ นั้นคือความเชี่ยวชาญของโรงงาน ในการสร้างสรรค์นาฬิกาโครโนกราฟ ประเพณีนี้ได้เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 1999 โดยการเปิดตัวของ ดาโทกราฟ (DATOGRAPH) นาฬิกากลไกโครโนกราฟแบบอินเฮาส์ชุดแรกของผู้ผลิต และเป็นกลไกที่ได้สร้างมาตรฐานใหม่ ให้กับนาฬิกาประเภทนี้ในทันที มาพร้อมด้วยหน้าปัดย่อยจับเวลานาทีแบบจั๊มปิ้งอันแม่นยําา รวมถึงฟังก์ชัน ฟลายแบ็ก และการแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (outsize date) อันเป็นเอกลักษณ์ของโรงงานการผลิต ซึ่งถูกจัดวาง อย่างสมดุลภายใต้งานออกแบบหน้าปัดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นกัน เรือนเวลา คาโทกราฟ ยังคงรักษาไว้ซึ่งความโดดเด่นของผลงานอ้างอิงรุ่นก่อนหน้าอันประณีตเชิงศิลปะแห่งเรือนเวลาที่สามารถจับวัดช่วงเวลาสั้น ๆ และ ได้วางรากฐานอันมั่นคงให้กับนาฬิกาโครโนกราฟ ลังเงอ ทุกๆ เรือน นับตั้งแต่นั้นมา

นาฬิกา ดาโทกราฟ อัพ/ดาวน์ “ลูเมน” (DATOGRAPII UP/DOWN “Lumen”)
ตลอดหลายปีต่อมา อา ลังเงอ แอนด์ โซเนอ ยังคงผลักซึ่งพรมแดนแห่งความซับซ้อนของการสร้างสรรค์กลไก จับเวลาโครโนกราฟให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น ด้วยผลงาน ดับเบิล สปลิท (DOUBLE SPLIT) ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2004 ในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นแรกของโลกที่มาพร้อมกลไกจักรกลแบบร้ตตราปอง คู่ ขณะที่นาฬิกา ทรีเปิล สปลิท (TRIPLE SPLIT) ซึ่งเผยโฉมในปี ค.ศ. 2018 ยังคงครองสถานะของการเป็นนาฬิกาจักรกลโครโนกราฟ แบบสปลิทเซคกันด์เพียงรุ่นเดียวในโลกที่สามารถจับวัดเวลาเปรียบเทียบได้นานถึงสิบสองชั่วโมง ความสลับซับซ้อนเหล่านี้ตอกย้ําถึงความทุ่มเทกว่า 25 ปีในการพัฒนานาฬิกาโครโนกราฟ ด้วยผลงานรวมถึง 13 รุ่น ที่มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลา และในบางรุ่นยังประสบความสําเร็จด้านการประดิษฐ์สร้างสรรค์นาฬิกาที่โดดเด่น ด้านเทคนิคอันเป็นที่ต้องการสูงสุดและสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองต้นกําเนิด อย่าง กลาสสูตเตอ (Glashütte)
นิทรรศการครั้งนี้พร้อมมอบโอกาสให้ผู้มาเยือนได้สํารวจถึงตํานานแห่งการสร้างสรรค์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด ทั้งจากผลงานเรือนเวลา ดาโทกราฟ และครอบครัวต่าง ๆ ของเหล่าเรือนเวลาสลับซับซ้อน ในฐานะตัวแทน บองการเป็นศูนย์กลางแห่งเรื่องราวนาฬิกาโครโนกราฟชั่นยอดจากโรงงานการผลิต
การสาธิตให้เห็นถึงงานหัตถศิลป์อย่างใกล้ชิด
ตลอดระยะเวลาของการจัดนิทรรศการป๊อบอัพครั้งสําคัญนี้ ยังมีช่างฝีมือและช่างนาฬิกาที่เดินทางมาจากโรงงาน การผลิตของ อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ ในเมืองกลาสฮูตเตอ มาร่วมสาธิตถึงงานหัตถศิลป์ให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัส กับประสบการณ์ทางเทคนิคอันพิถีพิถันละเอียดอ่อนซึ่งผ่านการรังสรรค์ขึ้นด้วยมือของศิลปินผู้ซึ่งอยู่เบื้องหลังความสวยงามและความสมบูรณ์แบบของนาฬิกาแต่ละเรือน โดยมีช่างนาฬิการะดับมาสเตอร์จากโรงงานที่เดินทา มาร่วมสาธิตถึงขั้นตอนการทํางานอันซับซ้อนภายในงานในระหว่างวันที่ 18 พฤศจิกายน ถึง 3 ธันวาคม ตามมาด้วย
การสาธิตของช่างฝีมือตกแต่งระดับมาสเตอร์ในระหว่างวันที่ 4-13 ธันวาคม ค.ศ. 2026 ซึ่งผู้มาเยือนจะสามารถชื่นชมศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและการตกแต่งด้วยมืออันประณีตวิจิตร ที่ต่างเผยให้เห็นถึงทุกๆ รายละเอียด งทําให้นาฬิกา ลังเงอ ทุก ๆ เรือนนั้นเป็นผลงานสร้างสรรค์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

การประกอบกลไก ดาโทกราฟ เพอร์เพทชวล (DATOGRAPII PERPETUAL)
สําหรับไกด์ทัวร์และชมการสาธิตการทํางานของช่างนาฬิกาและช่างฝีมือภายในงาน สามารถทําการนัดหมายได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อมอบโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับประสบการณ์การทํางานของเหล่าช่างนาฬิกาและศิลปิน ช่างฝีมืออย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ตลอดจนร่วมชมการจัดแสดงต่าง ๆ ภายในนิทรรศการได้อย่างทั่วถึง
รายละเอียดของนิทรรศการ
วันที: 18 พฤศจิกายน ถึง 13 ธันวาคม ค.ศ. 2026
เวลา: 11.00 – 19.00 น. ทุกวัน
สถานที่: ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M, North Wing
ค้นพบเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกาโครโนกราฟของ อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ และสัมพันธภาพอันยาวนานกับ โลกแห่งยานยนต์คลาสสิกได้ที่นิทรรศการป๊อบอัพ “Challenging Chronographs” ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม
เกียวกับ อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ
เมื่อช่างนาฬิกาแห่งเดรสเดน เฟอร์ดินานด์ อา, ลังเงอ (Ferdinand A. Lange) ก่อตั้งโรงงานการผลิตนาฬิกาของเขาขึ้นในปี ค.ศ. 1845 เขา ได้วางรากฐานสําคัญให้กับอุตสาหกรรมการประดิษฐ์นาฬิกาอันเที่ยงตรงแม่นยําให้กับแคว้นแซกโซนี (Saxony) โดยเหล่าผลงาน นาฬิกาพกอันล้ําค่าของเขายังคงเป็นที่ปรารถนาอย่างสูงในหมู่นักสะสมทั่วโลก แต่เมื่อบริษัทถูกยึดคืนที่ดินในช่วงหลังสงครามโลก ครั้ง ที่สอง และชื่อของ อา, ลังเงอ แอนด์ โซเนอ แทบจะถูกลืมเลือนไป ทว่าในปี ค.ศ. 1990 วัลเตอร์ ลังเอ (Walter Lange) เหลนชายของ เฟอร์ดินานด์ อา. ลังเงอ ก็ได้ใช้ความกล้าหาญในกอบกู้และเปิดตัวแบรนด์ขึ้นใหม่อีกครั้ง และ ณ วันนี้ ลังเธอ ประดิษฐ์นาฬิกาข้อมือ เฉพาะจากวัสดุล้ําค่า อย่าง ทอง หรือแพลทินัม เพียงไม่กี่พันเรือนต่อปี ทั้งหมดยังบรรจุด้วยเหล่ากลไกชั้นยอดที่ผ่านการประดิษฐ์ตกแต่ง และประกอบขึ้นอย่างประณีตวิจิตรด้วยมือ ด้วยกลไก ซึ่งผลิตภายในโรงงานของตนเองถึง ถึง 77 คาลิเบอร์ที่ได้รับก รับการพัฒนาขึ้นนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1990 ทําให้ อา. ลังเงอ แอนด์ โซเนอ ยังคงครองตําแหน่งระดับสูงสุดในโลกแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา ความสําเร็จอันยิ่งใหญ่ของ แบรนด์ยังนับรวมไปถึง LANGE 1 นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกที่ผลิตเป็นผลงานปกติซึ่งมาพร้อมการแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (outsize date) และ ZEITWERK ด้วยการแสดงผ่านตัวเลขกระโดดอันแม่นยํา นอกจากนี้ ยังรวมถึงเรือนเวลาสลับซับซ้อนพิเศษ อาทิ MINUTE REPEATER PERPETUAL, LANGE 1 TOURBILLON PERPETUAL CALENDAR “Lumen และ TRIPLE SPLIT ซึ่งเป็นตัวแทน ของการแสดงออกถึงความมุ่งมั่นและพยายามที่จะเสาะหาความล้ําเลิศของเครื่องบอกเวลา พร้อมทั้งขับเคลื่อนประเพณีแห่งศิลปะการ ประดิษฐ์นาฬิกาไปสู่ระดับสูงสุดใหม่ ๆ เสมอ เช่นเดียวกับการเปิดตัวในปี ค.ศ. 2019 ของเรือนเวลาสปอร์ตหรู ODYSSEUS ใน สเตนเลสสตีลที่ได้สร้างหมุดหมายแห่งการเริ่มต้นบทใหม่ให้กับโรงงานการผลิต
4 พ.ย. 2569
6 พ.ย. 2569
6 พ.ย. 2569