Last updated: 26 ก.ย. 2569 | 30 จำนวนผู้เข้าชม |
ค่ำวันที่ 25 กันยายน 2026 บริเวณลาน Parc Paragon ศูนย์การค้าสยามพารากอน กลับมาคึกคักเป็นพิเศษในฐานะหนึ่งในพื้นที่ไฮไลต์ของงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 เมื่อเหล่าคนรักนาฬิกา นักสะสม เซเลบริตี้ และสื่อมวลชน ต่างทยอยมารวมตัวกันเพื่อร่วมฟังการเสวนาพิเศษ “A CENTURY OF TUDOR” ซึ่งจัดขึ้นในเวลา 18.00 น. ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนใจและความคึกคักของผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งเรือนเวลา



ก่อนเริ่มการบรรยาย ผู้ร่วมงานต่างจับจองที่นั่งด้านหน้าเวที พร้อมเก็บภาพบรรยากาศของค่ำคืนสำคัญ ก่อนเข้าสู่เรื่องราวตลอด 100 ปีของ TUDOR ผ่านการถ่ายทอดโดย Cole Pennington, Spokesperson และ Marketing Manager ของแบรนด์ โดยหัวใจสำคัญของการเสวนาครั้งนี้ไม่ได้อยู่เพียงการย้อนรอยพัฒนาการของแบรนด์ หากคือการนำเสนอแนวคิดว่า ประวัติศาสตร์ของ TUDOR ไม่ได้ถูกเขียนขึ้นโดยแบรนด์เพียงลำพัง แต่เกิดจากผู้คนที่สวมใส่นาฬิกาและนำพาเรือนเวลาเหล่านั้นไปอยู่ท่ามกลางเหตุการณ์สำคัญของชีวิต
เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1926 เมื่อ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง Rolex จดทะเบียนชื่อ “The Tudor” ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างนาฬิกาที่เชื่อถือได้ในราคาที่เข้าถึงได้ ก่อนที่ TUDOR จะถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองของทศวรรษ 1920 และค่อยๆ เติบโตผ่านความเปลี่ยนแปลงของโลก ทั้งภาวะเศรษฐกิจตกต่ำในทศวรรษ 1930 และสงครามโลกครั้งที่สองในทศวรรษ 1940



หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 เมื่อ TUDOR ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการสำรวจด้วย Oyster Prince นาฬิกากลไกอัตโนมัติที่ได้รับการพัฒนาให้รองรับสภาพแวดล้อมอันท้าทาย โดยผ่านการทดสอบบนแผ่นน้ำแข็งขั้วโลกในภารกิจ British North Greenland Expedition ระหว่างปี 1952–1954 ขณะเดียวกัน การเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของแบรนด์ในปี 1954 ยังเป็นอีกก้าวสำคัญที่นำ TUDOR เข้าไปสู่โลกแห่งการสำรวจใต้ทะเล และได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือฝรั่งเศส
เข้าสู่ทศวรรษ 1960 เรื่องราวของ TUDOR ยิ่งเชื่อมโยงกับการสำรวจโลกใต้ทะเล เมื่อเรือนเวลาของแบรนด์ถูกนำไปใช้โดยหน่วยงานทางทหารและโครงการทดลองด้านการดำรงชีวิตใต้น้ำ ขณะที่ในทศวรรษ 1970 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่นาฬิกาควอตซ์กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิส TUDOR เลือกเดินหน้าพัฒนานาฬิกากลไก พร้อมเปิดตัวโครโนกราฟรุ่นแรกที่ใช้กลไกไขลานด้วยมือ และสร้างชื่อเสียงต่อเนื่องผ่านโลกมอเตอร์สปอร์ต



เรื่องราวในทศวรรษต่อมายังสะท้อนความสามารถของ TUDOR ในการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งการทดลองกับนาฬิกาควอตซ์ในช่วงทศวรรษ 1980 การขยายตลาดและพัฒนาคอลเลกชันนาฬิกาดำน้ำและโครโนกราฟในทศวรรษ 1990 รวมถึงการเปิดตัว Hydro 1200 ในช่วงทศวรรษ 2000 ซึ่งมาพร้อมความสามารถในการกันน้ำระดับ 1,200 เมตร
กระทั่งเข้าสู่ทศวรรษ 2010 TUDOR ได้สร้างบทใหม่ให้กับภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้วย Black Bay และ Pelagos สองคอลเลกชันที่กลายเป็นหัวใจสำคัญของ TUDOR ยุคใหม่ โดยผสานแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์เข้ากับวัสดุ เทคโนโลยี และกลไกการผลิตของยุคสมัย ก่อนเดินหน้าสู่ทศวรรษ 2020 ที่นาฬิกากลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมกระแสหลัก และ TUDOR เปิดโรงงานผลิตของตนเองที่เมือง Le Locle ในปี 2023 พร้อมยกระดับกระบวนการผลิตและมาตรฐานการรับรอง METAS



จากเรื่องราวตลอดหนึ่งศตวรรษ “A CENTURY OF TUDOR” จึงไม่ได้เป็นเพียงการย้อนมองประวัติศาสตร์ของแบรนด์ หากเป็นการมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเรือนเวลาและผู้คนที่เดินทางผ่านยุคสมัยไปพร้อมกัน เพราะสำหรับ TUDOR นาฬิกาอาจไม่สามารถเขียนประวัติศาสตร์ได้ด้วยตัวเอง แต่สามารถอยู่เคียงข้างผู้ที่สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ แนวคิดดังกล่าวสะท้อนปรัชญา “Born to Dare” ซึ่งยังคงเป็นแก่นสำคัญของ TUDOR และเป็นบทสรุปของหนึ่งศตวรรษที่เรื่องราวของแบรนด์ถูกถักทอขึ้นผ่านผู้คน ความกล้าท้าทาย และเรือนเวลาบนข้อมือ
24 ก.ย. 2569
26 ก.ย. 2569
24 ก.ย. 2569