Last updated: 26 ก.ย. 2569 | 20 จำนวนผู้เข้าชม |
ณ จุดบรรจบระหว่างดาราศาสตร์และศาสตร์แห่งความเป็นเลิศในการรังสรรค์เรือนเวลาจากเจนีวา Roger Dubuis เผยโฉมเรือนเวลาใหม่สะท้อนจังหวะแห่งจักรวาลผ่านกลไกอันซับซ้อน ผลงานอันสง่างามนี้ไม่เพียงแสดงหน่วยการเคลื่อนผ่านของเวลาบนโลก แต่ยังแสดงวัฏจักรข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ได้อย่างแม่นยำ ถ่ายทอดผ่านสุนทรียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง พร้อมกลไกคาลิเบอร์รุ่นใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
เปิดตัว Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar.
เช่นเดียวกับผลงานการสร้างสรรค์ทุกเรือนของ Roger Dubuis ที่นำเสนอในงาน Watches and Wonders Geneva 2026 เมซงได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่ของดวงดาวบนท้องฟ้า ตลอดจนการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่หล่อหลอมความเข้าใจของมนุษย์ต่อกาลเวลาและห้วงอวกาศ ผ่านฟังก์ชันปฏิทินอันแม่นยำและการแสดงเวลาผ่านกลไกอันซับซ้อน เรือนเวลาใหม่เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเวลา หากยังถ่ายทอดการเคลื่อนที่และความงดงามของจักรวาลที่อยู่เหนือโลก จุดประกายจินตนาการ พร้อมสะท้อนถึงความเที่ยงตรงและความเร้นลับของจักรวาล

ความเชื่อมโยงกับกลไกอันซับซ้อน
การรังสรรค์ฟังก์ชัน Perpetual Calendar ให้สมบูรณ์แบบนับเป็นหนึ่งในความท้าทายสูงสุดแห่งศาสตร์การรังสรรค์เรือนเวลา และเป็นกลไกที่ Mr. Roger Dubuis หลงใหลอย่างลึกซึ้ง ความสุขุม ความอดทน และความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละของเขา ล้วนสอดประสานกับความซับซ้อนของกลไกที่ต้องอาศัยทั้งเวลา ความแม่นยำและความทุ่มเท ด้วยเหตุนี้ Perpetual Calendar จึงได้กลายมาเป็นหนึ่งในกลไกอันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความทุ่มเทด้านเทคนิคที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
Perpetual Calendar รุ่นล่าสุดนี้โดดเด่นด้วยการแสดงผลแบบ Biretrograde อันเป็นซิกเนเจอร์ โดยการแสดงวันและวันที่เคลื่อนผ่านสเกลรูปวงรีอย่างต่อเนื่อง ก่อนย้อนกลับสู่จุดเริ่มต้นเมื่อครบรอบ
นับตั้งแต่ Mr. Roger Dubuis ร่วมจดสิทธิบัตรการแสดงผลแบบ Biretrograde กับ Jean-Marc Wiederrecht ในปี 1989 และนำเสนอในเรือนเวลารุ่นแรกๆ ของเมซงในปี 1996 ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้เติมเสน่ห์อันโดดเด่นให้แก่หน้าปัดเรือนเวลามาโดยตลอด
Perpetual Calendar ถือเป็นหนึ่งในสี่กลไกซับซ้อนระดับสูงแห่งศาสตร์การผลิตนาฬิกา โดยได้รับการออกแบบให้ติดตามการเดินทางของกาลเวลาได้อย่างแม่นยำ ด้วยการคำนึงถึงจำนวนวันที่แตกต่างกันในแต่ละเดือน รวมถึงวัฏจักรของปีอธิกสุรทิน กลไกนี้เผยให้เห็นถึงโครงสร้างอันซับซ้อนของกาลเวลา ซึ่งเหนือไปกว่าการแสดงชั่วโมงและวัน โดยหากตั้งค่าอย่างถูกต้องในวันนี้ ก็จะสามารถแสดงวันที่ได้อย่างแม่นยำต่อเนื่องไปจนถึงปี 2100

วิวัฒนาการอีกระดับของกลไก
ภายในเรือนเวลา กลไกคาลิเบอร์ใหม่ RD850 สะท้อนถึงวิวัฒนาการอีกระดับของกลไก Biretrograde Perpetual Calendar จาก Roger Dubuis ผ่านการพัฒนาด้านเทคนิคที่ก้าวล้ำยิ่งขึ้น
ด้วยพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมง และประกอบด้วยชิ้นส่วนกว่า 435 ชิ้น กลไกไขลานอัตโนมัตินี้ได้รับการพัฒนาและรังสรรค์ขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของ Roger Dubuis ณ กรุงเจนีวา
หนึ่งในการพัฒนาด้านการใช้งานที่สำคัญเมื่อเทียบกับกลไก Perpetual Calendar รุ่นก่อนหน้า คือการเพิ่มฟังก์ชัน ปรับตั้งเดือน (Month Corrector) ซึ่งช่วยให้สามารถตั้งค่าเดือนได้อย่างง่ายดายด้วยการปรับเพียงครั้งเดียว การพัฒนาใหม่นี้ช่วยให้การปรับตั้งทำได้รวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยลดการใช้งานฟังก์ชันดังกล่าวโดยไม่จำเป็น
จันทรคติแห่งดาราศาสตร์
การผสานฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรมของดวงจันทร์ (Moonphase) ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพิ่มความซับซ้อนให้แก่กลไก RD850 โดยได้รับการออกแบบให้ติดตามวัฏจักรการโคจรของดวงจันทร์รอบโลก ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของวัฏจักรหนึ่งไปจนถึงจุดเริ่มต้นของวัฏจักรถัดไป ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 29 วัน 12 ชั่วโมง และ 45 นาที
ในทางปฏิบัติ ฟังก์ชันดังกล่าวจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของข้างขึ้นและข้างแรมได้อย่างใกล้เคียงกับการปรากฏของดวงจันทร์บนท้องฟ้าอย่างแท้จริง ขณะที่กลไกแสดงข้างขึ้นข้างแรมทั่วไปมักคำนวณวัฏจักรของดวงจันทร์โดยประมาณไว้ที่ 29.5 วัน ส่งผลให้เกิดความคลาดเคลื่อนประมาณหนึ่งวันในทุกๆ สองถึงสามปี ขณะที่ฟังก์ชันแสดงข้างขึ้นข้างแรมของ Roger Dubuis สามารถรักษาความแม่นยำได้ยาวนานถึงประมาณ 122 ปี ก่อนที่จะต้องปรับตั้งเป็นครั้งแรกด้วยการปรับเพียงหนึ่งคลิก
มาตรฐานการรับรองและศิลปะแห่งการตกแต่งมุมภายใน (Inner Angle Finishing)
กลไก RD850 ได้รับการรับรองโดย Poinçon de Genève ซึ่งเป็นมาตรฐานการรับรองจากหน่วยงานอิสระที่สะท้อนถึงความเป็นเลิศแห่งการรังสรรค์เรือนเวลาจากเจนีวา และเป็นเครื่องหมายรับรองมาตรฐานคุณภาพอันเข้มงวดของ Roger Dubuis ตราประทับอันทรงเกียรตินี้ไม่เพียงยืนยันถึงแหล่งกำเนิดของกลไกจากเจนีวาเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงลักษณะการรังสรรค์ การตกแต่ง และประสิทธิภาพการทำงานของกลไกอีกด้วย
กลไกคาลิเบอร์นี้ได้รับการตกแต่งพื้นผิวและรายละเอียดของชิ้นส่วนด้วยเทคนิคที่แตกต่างกันถึง 16 รูปแบบ สะท้อนถึงทักษะอันรอบด้านและความเชี่ยวชาญเชิงช่างชั้นสูง
หนึ่งในเทคนิคที่พบได้ยากและมีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคือ การตกแต่งมุมภายใน (Inner Angle Finishing) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในศาสตร์ดั้งเดิมอันเป็นเครื่องหมายแห่งการรังสรรค์เรือนเวลาชั้นสูง เทคนิคอันละเอียดอ่อนและท้าทายนี้เกิดจากฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งใช้เครื่องมือเฉพาะทางในการขึ้นรูปและแต่งวัสดุอย่างประณีต ก่อนขัดเกลาพื้นผิวจนเกิดเป็นความเรียบเนียนและเปล่งประกายอย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับเรือนเวลาใหม่นี้ การตกแต่งมุมภายในปรากฏอย่างโดดเด่นบนสะพานจักรทรง W ของกลไก Biretrograde ณ ตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา โดยปรากฏรายละเอียดดังกล่าวถึง 14 จุด
หลากมิติแห่งการค้นพบ
ดุจการทอดสายตาสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืน หน้าปัดแบบ Open-work ของเรือนเวลาเผยให้เห็นองค์ประกอบที่ซ้อนทับกันถึง 9 ชั้น พร้อมนำเสนอเฉดสีใหม่ “Astral Blue” สีน้ำเงินประกายดารา ซึ่งถ่ายทอดความลึกล้ำของจักรวาลผ่านเฉดสีอันหลากหลายที่ปรากฏในห้วงดาราจักรอันกว้างไกล

มิติขององค์ประกอบทั้ง 9 ชั้นประกอบด้วย
· วงแหวนขอบหน้าปัดด้านในแบบสองพื้นผิว (Double-surface Flange) ตกแต่งด้วยสีฟ้าอัสซูร์ (Azure)
· หน้าปัดย่อยแสดงสุริยวิถี (Ecliptic Counters) รังสรรค์จาก Mother-of-pearl สีน้ำเงินประกายดารา (Astral Blue) พร้อมตกแต่งมุมและขัดเงาอย่างประณีต
· จานแสดงเดือน (Month Disc) รังสรรค์จาก Mother-of-pearl สีน้ำเงินประกายดารา (Astral Blue)
· จานแสดงปีอธิกสุรทิน (Leap Year Disc) ณ ตำแหน่ง 1 นาฬิกา ตกแต่งด้วยลายปัดแนววงกลม (Circular Brushing) พร้อมเคลือบผิวสีเทา
· หน้าปัดแผ่นฐานหลัก (Main Plate Dial) ตกแต่งด้วยลายปัดแนววงกลม (Circular Brushing) พร้อมเคลือบผิวสีเทา
· หน้าปัดย่อยแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase Counter) โดดเด่นด้วย Mother-of-pearl สีน้ำเงินประกายดารา (Astral Blue)
· จานแสดงข้างขึ้น-ข้างแรมหลัก (Main Moonphase Disc) รังสรรค์จากหินอเวนจูรีน Aventurine พร้อมตกแต่งด้วยดวงจันทร์ทรงโดมจากทองคำพิงก์โกลด์ 18K ซึ่งผ่านการแกะสลักด้วยเลเซอร์ เพื่อเพิ่มมิติและรายละเอียดอันงดงามให้แก่พื้นผิว
· กลไกคาลิเบอร์แบบโปร่ง (Open-work) เผยให้เห็นการตกแต่งมุมภายในบนสะพานจักรของกลไก Retrograde
· ชุดโมดูลบนแท่นเครื่องหลัก (Main Plate Module) โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบ Sun-brushing พร้อมเคลือบผิวสีเทา
เรือนเวลาที่รังสรรค์อย่างประณีตด้วยทองคำ
สง่างามด้วยขนาดตัวเรือน 40 มม. เรือนเวลารุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นจากทองคำพิงก์โกลด์ 18K เติมเต็มดีไซน์อันโดดเด่นด้วยสายหนังลูกวัวสี Astral Blue ซึ่งถ่ายทอดความงดงามของ Excalibur Biretrograde Perpetual Calendar ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เกี่ยวกับ ROGER DUBUIS
ด้วยการผสานกันอย่างเหนือความคาดหมายระหว่างเอกลักษณ์อันโดดเด่นและความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา Roger Dubuis ยืนหยัดอยู่แนวหน้าของวงการเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยการแสดงออกทางศิลป์มาตั้งแต่ปี 1995 ด้วยการบุกเบิกแนวคิด Hyper Horology อันล้ำสมัย เมซงได้สร้างชื่อจากความหลงใหลอย่างไร้ขีดจำกัดในการคิดค้น ออกแบบ และสร้างสรรค์อนาคตแห่ง Haute Horlogerie โดยมีค่านิยมแห่งความรื่นรมย์ อิสรภาพ และจิตวิญญาณแห่งการท้าทาย เป็นแรงขับเคลื่อนในการก้าวข้ามขีดจำกัดและนิยามศาสตร์แห่งเรือนเวลาขึ้นใหม่
ด้วยรากฐานจากโรงงานผลิตแบบครบวงจรของเมซง ซึ่งทุกกลไกได้รับการผลิตขึ้นภายใน Roger Dubuis ยึดมั่นในสมรรถนะและมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ เรือนเวลาชิ้นเอกที่ได้รับการรับรอง Poinçon de Genève สะท้อนการผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านทักษะเชิงช่างศิลป์อันโดดเด่นและงานฝีมือที่สืบทอดต่อกันมา ซึ่งเมซงนำมาตีความใหม่ในแต่ละปีด้วยความคิดสร้างสรรค์อันเปี่ยมด้วยพลังและการเลือกใช้วัสดุอันล้ำสมัย ด้วยแนวคิดอันล้ำสมัยและจิตวิญญาณแห่งการกล้าท้าทายกรอบเดิม Roger Dubuis พร้อมนำเสนอคอลเลกชันต่างๆ แก่นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา
26 ก.ย. 2569
26 ก.ย. 2569