Last updated: 26 ก.ย. 2569 | 26 จำนวนผู้เข้าชม |
Roger Dubuis ปิดฉากไตรภาค Knights of the Round Table ผลงานการสร้างสรรค์เรือนเวลาซึ่งอุทิศแด่ เมอร์ลิน (Merlin) บุคคลสำคัญแห่งตำนานกษัตริย์อาเธอร์ หลังจากถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความรอบรู้เหนือสรรพสิ่งและพลังแห่งเวทมนตร์ของเขามาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้เมซงสดุดีพลังแห่งการแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเมอร์ลิน พร้อมถ่ายทอดความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังพลังอันลึกลับนี้ผ่านงานฝีมืออันประณีตและศิลปะการรังสรรค์เรือนเวลาอันเหนือชั้น
เรือนเวลารุ่นลิมิเต็ดเอดิชันใหม่นี้ถูกผลิตขึ้นอย่างจำกัดเพียง 28 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีเขียวเข้มแบบหลายมิติ ซึ่งประกอบขึ้นจากบล็อกทรงหกเหลี่ยมจำนวน 57 ชิ้น รังสรรค์จากวัสดุที่แตกต่างกันถึง 4 ชนิด
เพื่อเฉลิมฉลองความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมืออันโดดเด่นของเมซง ตัวเรือนได้รับการแกะสลักด้วยมือเป็นครั้งแรก เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมอร์ลิน พร้อมประดับด้วย 12 รูปสลักอัศวินอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งรังสรรค์อย่างประณีตด้วยเทคนิคไมโครสคัลป์ต์
ตำนานบทสุดท้าย
ตลอดระยะเวลากว่าทศวรรษ Roger Dubuis ได้นำตำนานกษัตริย์อาเธอร์มาตีความใหม่ผ่านผลงาน Knights of the Round Table อันโดดเด่น สำหรับไตรภาคที่อุทิศแด่เมอร์ลิน (Merlin) เมซงได้เผยให้เห็นเรื่องราวและแง่มุมที่แตกต่างกันของพ่อมด นักพยากรณ์ และที่ปรึกษาในตำนาน ผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดชะตากรรมของกษัตริย์อาเธอร์และเหล่าอัศวินแห่งโต๊ะกลม พร้อมถ่ายทอดพลังแห่งเวทมนตร์ จินตนาการอันไร้ขอบเขต ตลอดจนความเฉลียวฉลาดและพลังอันลึกลับของเขา ผ่านการผสานศาสตร์แห่งงานศิลป์ชั้นสูง (métiers d’art) การออกแบบเชิงสถาปัตยกรรมและความเชี่ยวชาญด้านกลไกอันประณีตไร้ที่ติ
ต่อเนื่องจาก Omniscient Merlin ซึ่งเปิดตัวในปี 2024 เพื่อสดุดีความหยั่งรู้รอบด้านของจอมเวทผู้มองเห็นสรรพสิ่ง และ Enchanter Merlin ในปี 2025 ซึ่งอุทิศให้แก่พลังเวทมนตร์อันลึกลับของเขา ในปีนี้ Roger Dubuis เผยบทสรุปของไตรภาคด้วย Metamorph Merlin ผลงานสร้างสรรค์ใหม่ล่าสุดที่ถ่ายทอดความสามารถอันน่าอัศจรรย์ของเมอร์ลินในการแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสัญลักษณ์ของกวางขาวในตำนาน ตัวแทนแห่งการเปลี่ยนแปลงและการก้าวผ่านระหว่างโลกแห่งความจริงและโลกแห่งมนตรา ผลงานชิ้นนี้เผยอีกแง่มุมของตำนานเมอร์ลิน พร้อมนำเรื่องราวจากตำนานโบราณมาตีความใหม่ผ่านผลงาน Haute Horlogerie ร่วมสมัย สะท้อนแนวทางอันโดดเด่นของ Roger Dubuis ในการหลอมรวมตำนาน จินตนาการ และความเชี่ยวชาญด้านเรือนเวลาชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้ขีดจำกัด
ภูมิทัศน์แห่งสถาปัตยกรรม
หน้าปัดเรือนเวลาถ่ายทอดจินตภาพของผืนป่าในตำนาน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่เมอร์ลินสามารถแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้หลากหลายรูปแบบ และยังเป็นที่พำนักของท่านหญิงแห่งทะเลสาบ (Lady of the Lake) โดยนำเสนอสัญลักษณ์จากตำนานกษัตริย์อาเธอร์ผ่านภูมิทัศน์เชิงสถาปัตยกรรมอันซับซ้อน ซึ่งต่อยอดจากรูปทรงหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ที่ปรากฏครั้งแรกในบทที่หนึ่ง และได้รับแรงบันดาลใจจากเสาหินบะซอลต์แห่ง Giant’s Causeway การออกแบบครั้งนี้ถ่ายทอดผืนป่าอันหนาทึบผ่านการซ้อนทับของรูปทรงเรขาคณิตและเฉดสีเขียวเข้มหลากหลายระดับ ก่อเกิดเป็นพื้นผิวที่มีมิติและลุ่มลึก พร้อมสร้างบรรยากาศอันลึกลับและน่าค้นหา ชวนให้จินตนาการถึงโลกแห่งมนตราของเมอร์ลิน
ประกอบขึ้นอย่างประณีตจากบล็อกทรงหกเหลี่ยมจำนวน 57 ชิ้น หน้าปัดรังสรรค์จากวัสดุที่แตกต่างกันถึง 4 ชนิด ได้แก่ บล็อกสีเขียวเคลือบ CVD พิงค์โกลด์ขัดเงา กระจกใส และ Crystalium® วัสดุโลหะตระกูลแพลทินัมที่เปล่งประกายดุจผลึก โดยบล็อกแต่ละชิ้นได้รับการผสานเข้าด้วยกันอย่างพิถีพิถัน เผยมิติของพื้นผิวผ่านการเล่นกับแสงและเงา พร้อมจัดวางในระดับความสูงที่แตกต่างกัน ก่อเกิดเป็นโครงสร้างสามมิติอันโดดเด่น Roger Dubuis ผสานสถาปัตยกรรม วัสดุและแสงเงาเข้าด้วยกันอย่างเหนือชั้น เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศอันลึกลับและน่าหลงใหลของผืนป่า ซึ่งเผยเสน่ห์ที่แตกต่างกันในทุกมุมมอง
รังสรรค์ตำนานผ่านงานประติมากรรม
เป็นครั้งแรกในคอลเลกชันที่เรื่องราวแห่งตำนานไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบนหน้าปัด หากแต่ขยายไปสู่ตัวเรือนพิงค์โกลด์ ซึ่งทำหน้าที่เสมือนผืนผ้าใบสำหรับถ่ายทอดงานศิลป์อันประณีตและเปี่ยมด้วยรายละเอียด ตัวเรือนทั้งหมดได้รับการแกะสลักด้วยมืออย่างประณีต เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของเมอร์ลินทั้งในรูปกวางขาวในตำนาน สัญลักษณ์แห่งการแปรเปลี่ยน และในร่างบุรุษผู้เปี่ยมด้วยปัญญาพร้อมหนังสือ อันสื่อถึงภูมิปัญญาและญาณหยั่งรู้ ซึ่งเคยได้รับการนำเสนอไว้ในบทแรกของไตรภาค ฉากประติมากรรมนูนต่ำขนาดเล็กอันประณีตโอบล้อมรอบตัวเรือน ขยายเรื่องราวจากหน้าปัดไปสู่ทุกองค์ประกอบของเรือนเวลา พร้อมเผยอีกหนึ่งมิติของศาสตร์แห่งงานศิลป์ (métiers d’art) อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง
อัศวินแห่งโต๊ะกลมทั้ง 12 รูปสลักประดับรายล้อมหน้าปัดอย่างสง่างาม โดยแต่ละรูปสลักมีความสูงเพียง 6 มิลลิเมตร และต้องใช้เวลาราว 3 วัน ในการตกแต่งด้วยมืออย่างพิถีพิถันโดยช่างแกะสลักผู้เชี่ยวชาญ ตั้งแต่การรังสรรค์รูปทรงและการแกะสลัก ไปจนถึงการตกแต่งพื้นผิวด้วยแบล็กพาทินา (black patina) ทุกรายละเอียดได้รับการขัดเกลาอย่างประณีต เพื่อเผยให้เห็น มิติ พื้นผิว และความคมชัดของรายละเอียด พร้อมถ่ายทอดท่วงท่าและบุคลิกเฉพาะตัวของอัศวินแต่ละรูปสลัก องค์ประกอบที่ขนาบข้างเม็ดมะยมได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของดาบ Excalibur เพื่อสื่อถึงดาบในตำนานแห่งกษัตริย์อาเธอร์ ขณะที่สีเขียวของเม็ดมะยมสะท้อนถึงผืนป่าโดยรอบ อันเป็นถิ่นพำนักของกวางขาวในตำนาน
กลไกที่ขับเคลื่อนจินตนาการ
กลไกอัตโนมัติ Calibre RD821 ได้รับการพัฒนา ผลิต และตกแต่งด้วยมือทั้งหมดภายในโรงงานของ Roger Dubuis โดยได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรองรับโครงสร้างสามมิติของหน้าปัด พร้อมคงไว้ซึ่งสัดส่วนอันสมดุลของตัวเรือน Excalibur อันเป็นเอกลักษณ์ของเมซง
กลไกประกอบด้วยชิ้นส่วนจำนวน 172 ชิ้น และได้รับการตกแต่งด้วยมือผ่านเทคนิคอันประณีตที่แตกต่างกันถึง 14 รูปแบบ ตามเกณฑ์อันเข้มงวดของการรับรอง Poinçon de Genève (Geneva Seal) อันทรงเกียรติ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ของ Roger Dubuis ที่มีต่อความเป็นเลิศแห่งศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาแห่งเจนีวา

ตัวเรือนพิงค์โกลด์ขนาด 45 มม. เสริมด้วยกระจกแซฟไฟร์ที่เปิดเผยภูมิทัศน์เชิงประติมากรรมของหน้าปัดจากหลากหลายมุมมอง ด้านหลังเผยให้เห็นโรเตอร์แบบโปร่งที่สามารถหมุนได้ 360° ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าต่างกระจกสีของปราสาทยุคกลาง สานต่อบทสนทนาระหว่างโลกแห่งตำนานและศิลปะแห่งกลไก
ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 28 เรือน Excalibur The Metamorph Merlin ปิดฉากไตรภาค Merlin พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Roger Dubuis ที่มีต่อศาสตร์แห่ง Haute Horlogerie ซึ่งนำเรื่องราวจากตำนานมาสู่ชีวิตผ่านพลังแห่งกลไก งานฝีมืออันประณีต และการออกแบบที่ท้าทายทุกกฎเกณฑ์
เกี่ยวกับ ROGER DUBUIS
ด้วยการผสานกันอย่างเหนือความคาดหมายระหว่างเอกลักษณ์อันโดดเด่นและความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งเรือนเวลา Roger Dubuis ยืนหยัดอยู่แนวหน้าของวงการเรือนเวลาที่เปี่ยมด้วยการแสดงออกทางศิลป์มาตั้งแต่ปี 1995 ด้วยการบุกเบิกแนวคิด Hyper Horology® อันล้ำสมัย เมซงได้สร้างชื่อจากความหลงใหลอย่างไร้ขีดจำกัดในการคิดค้น ออกแบบ และสร้างสรรค์อนาคตแห่ง Haute Horlogerie โดยมีค่านิยมแห่งความรื่นรมย์ อิสรภาพ และจิตวิญญาณแห่งการท้าทาย เป็นแรงขับเคลื่อนในการก้าวข้ามขีดจำกัดและนิยามศาสตร์แห่งเรือนเวลาขึ้นใหม่
ด้วยรากฐานจากโรงงานผลิตแบบครบวงจรของเมซง ซึ่งทุกกลไกได้รับการผลิตขึ้นภายใน Roger Dubuis ยึดมั่นในสมรรถนะและมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ เรือนเวลาชิ้นเอกที่ได้รับการรับรอง Poinçon de Genève (Geneva Seal) สะท้อนการผสานงานฝีมือแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย ถ่ายทอดผ่านทักษะเชิงช่างศิลป์อันโดดเด่นและงานฝีมือที่สืบทอดต่อกันมา ซึ่งเมซงนำมาตีความใหม่ในแต่ละปีด้วยความคิดสร้างสรรค์อันเปี่ยมด้วยพลังและการเลือกใช้วัสดุอันล้ำสมัย ด้วยแนวคิดอันล้ำสมัยและจิตวิญญาณแห่งการกล้าท้าทายกรอบเดิม Roger Dubuis พร้อมนำเสนอคอลเลกชันต่างๆ แก่นักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา
เกี่ยวกับ TKI
TKI Group เป็นหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายสินค้าหรูชั้นนำของประเทศไทย ดำเนินธุรกิจแบบครอบครัวมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489 เชี่ยวชาญด้านนาฬิกาหรู เครื่องประดับชั้นสูง กล่องหมุนนาฬิกา และเครื่องเขียนระดับพรีเมียม TKI มุ่งมั่นนำเสนอสินค้าที่ดีที่สุดและสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 80 ปี ด้วยความเคารพและใส่ใจลูกค้าอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีเป้าหมายในการขยายความรู้และความหลงใหลในเรือนเวลาชั้นเลิศ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่เห็นคุณค่าอย่างแท้จริงในเรือนเวลาระดับโลก