PATEK PHILIPPE WATCH ART Grand Exhibition - Milan 2026

Last updated: 3 ต.ค. 2569  |  27 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PATEK PHILIPPE WATCH ART Grand Exhibition - Milan 2026

Patek Philippe เปิดฉาก WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 อย่างเป็นทางการ ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี สำหรับ Grand Exhibition ครั้งที่ 7 ของแบรนด์ Patek Philippe เลือกอิตาลี หนึ่งในตลาดประวัติศาสตร์ที่มีความผูกพันกับแบรนด์มาอย่างยาวนาน

ระหว่างวันที่ 2–18 ตุลาคม 2026 ผู้ชมและผู้หลงใหลในเรือนเวลาจะได้รับเชิญให้ก้าวเข้าสู่โลกของ Patek Philippe หนึ่งในแบรนด์อิสระจากเจนีวาที่ยังคงเป็นกิจการภายใต้การครอบครองของครอบครัว พร้อมสัมผัสบรรยากาศที่ได้รับการออกแบบขึ้นบนพื้นที่กว่า 2,900 ตารางเมตร ถ่ายทอดอารมณ์ของถนนและริมทะเลสาบแห่งเจนีวา ก่อนพาเข้าไปสำรวจโลกเบื้องหลังของ Patek Philippe

นี่คือนิทรรศการ Grand Exhibition ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่แบรนด์เคยจัดขึ้น และมาพร้อมการเปิดตัว นาฬิกา Limited Edition จำนวน 7 รุ่น รวมถึงผลงานที่รวบรวมศาสตร์แห่งงานหัตถศิลป์อันหายากและประณีตไว้มากมาย


จากความหลงใหลในเรือนเวลาสู่ Grand Exhibition
ในฐานะผู้สืบทอดประเพณีการทำนาฬิกาอันยิ่งใหญ่ของเจนีวา Patek Philippe ให้ความสำคัญกับการแบ่งปันความรักที่มีต่อศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาชั้นสูงมาโดยตลอด โดยเฉพาะผ่านนิทรรศการต่างๆ

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1970–1980 ในช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมนาฬิกากำลังเผชิญวิกฤตควอตซ์ Manufacture มีบทบาทสำคัญในการช่วยผลักดันการกลับมาของนาฬิกากลไก ผ่านนิทรรศการเดินทางในหัวข้อต่าง ๆ เช่น “The Creative Hand” และ “The Watch as a Work of Art”

จากนั้นเมื่อ 14 ปีก่อน Patek Philippe ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวแนวคิด Grand Exhibition รูปแบบใหม่ ซึ่งเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักกับผลงาน มรดก ปรัชญา และองค์ความรู้ที่หลากหลายของแบรนด์อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ตลอด 6 ครั้งที่ผ่านมา Grand Exhibition มีขนาดและขอบเขตที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้อนรับผู้เข้าชมรวมแล้วประมาณ 225,000 คน

หลังจากจัดขึ้นที่ Dubai ในปี 2012, Munich ในปี 2013, London ในปี 2015, New York ในปี 2017, Singapore ในปี 2019 และ Tokyo ในปี 2023 ครั้งนี้ Patek Philippe จึงเลือก Milan เป็นจุดหมายของ Grand Exhibition ครั้งที่ 7


อิตาลี ประเทศแห่งรสนิยม งานฝีมือ และนวัตกรรม
อิตาลีมีบทบาทสำคัญในฐานะหนึ่งในตลาดหลักของ Patek Philippe มาโดยตลอด เป็นประเทศที่ผู้คนมีความเข้าใจในศาสตร์แห่งนาฬิกา ให้คุณค่ากับงานหัตถศิลป์อันหายาก และสามารถมองเห็นความเป็นเลิศทางเทคนิค รวมถึงความประณีตที่ซ่อนอยู่ในเรือนเวลาแต่ละเรือนได้อย่างลึกซึ้ง

วัฒนธรรมอิตาลีเติบโตขึ้นจากการผสมผสานระหว่างความเคารพต่อประเพณีและองค์ความรู้ดั้งเดิม เข้ากับรสนิยมอันโดดเด่นในเรื่องการออกแบบและแฟชั่น รวมถึงจิตวิญญาณแห่งการบุกเบิก ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกค้าชาวอิตาลีสามารถเข้าใจแนวคิด “tradition of innovation” หรือ “ประเพณีแห่งนวัตกรรม” ซึ่งเป็นแนวทางที่ Patek Philippe ยึดถือมาตั้งแต่ปี 1839 ได้เป็นอย่างดี

An Exceptional Decor
ฉากอันน่าประทับใจกลางมิลาน
WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม ถึงวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม 2026 ณ CityOval ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ Palazzo delle Scintille ใจกลางย่าน CityLife หนึ่งในพื้นที่สำคัญของมิลาน อาคารแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์ และเป็นสิ่งก่อสร้างเพียงแห่งสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่จากอดีตของย่านอันทันสมัยแห่งนี้ ภายใต้โดมที่สูงถึง 30 เมตร นิทรรศการทอดตัวกินพื้นที่ประมาณ 2,900 ตารางเมตร


พื้นที่ทั้ง 15 โซนได้รับการออกแบบให้พาผู้ชมสำรวจโลกของ Patek Philippe ตั้งแต่คอลเลกชั่นนาฬิกาและกลไกในปัจจุบัน ไปจนถึงนาฬิกาประวัติศาสตร์ที่ได้รับการคัดเลือกมาเป็นพิเศษสำหรับการจัดแสดงในอิตาลี ยังมีนาฬิกา Limited Edition ผลงานที่นำเสนอนวัตกรรมทางเทคนิค งานเรือนเวลาชั้นสูง รวมถึงผลงานที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอิตาลี และคอลเลกชั่นใหม่สำหรับสุภาพสตรีที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก

ช่วงท้ายของนิทรรศการยังมีพื้นที่ใหม่ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe ผ่านเอกสารและวัตถุจำนวนมากที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ในคลังประวัติศาสตร์ของแบรนด์

นิทรรศการที่แบ่งออกเป็นหลายพื้นที่ตามธีมต่างๆ จะพาผู้ชมออกเดินทางค้นพบจักรวาลของ Patek Philippe พร้อมสัมผัสสถานที่สำคัญของแบรนด์ในเจนีวา ทั้งสำนักงานใหญ่เก่าแก่บน Rue du Rhône, Manufacture ที่ Plan-les-Ouates และ Patek Philippe Museum


The Entire Current Collection and Rare Handcrafts
เมื่อผลงานของวันนี้พบกับศิลปะหัตถกรรมอันหายาก
WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 รวบรวมนาฬิกาและวัตถุจัดแสดงไว้มากกว่า 500 ชิ้น สะท้อนความเชี่ยวชาญหลากหลายแขนงของ Patek Philippe

ผู้ชมจะได้พบกับ คอลเลกชั่นปัจจุบันของ Patek Philippe อย่างครบถ้วน ครอบคลุมนาฬิกาหลากหลายตระกูลและรุ่น ทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง ตั้งแต่นาฬิกาที่เป็นไอคอนด้านการออกแบบ ไปจนถึงเรือนเวลาที่บรรจุกลไกซับซ้อนที่สุดของแบรนด์

อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Rare Handcrafts งานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่ Patek Philippe ยังคงรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็นการวาดภาพขนาดจิ๋วบนอีนาเมล, Cloisonné Enamel, การแกะสลักด้วยมือ, Micro Wood Marquetry, งานกิโยเช่ด้วยมือ และงานฝังอัญมณี

ภายในงานมีผลงานพิเศษจำนวน 25 ชิ้น ทั้งนาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาแขวน นาฬิกาพก และนาฬิกาข้อมือ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมอิตาลี อันเต็มไปด้วยมรดกทางศิลปะและทักษะงานฝีมือที่สืบทอดกันมา ที่สำคัญ ผู้ชมยังสามารถชมช่างฝีมือทำงานจริงต่อหน้า พร้อมสัมผัสความละเอียดอ่อนของแต่ละศาสตร์ได้อย่างใกล้ชิด


Jewels from the Patek Philippe Museum
เมื่อสมบัติจากเจนีวาเดินทางสู่มิลาน
ความพิเศษอีกประการของนิทรรศการครั้งนี้คือการนำผลงานจาก Patek Philippe Museum ในเจนีวา จำนวนประมาณ 80 ชิ้น มาจัดแสดงที่มิลานเป็นกรณีพิเศษ

ในกลุ่ม Antique Collection ซึ่งครอบคลุมช่วงเวลาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 ถึงต้นศตวรรษที่ 19 มีนาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดบางเรือนของโลก รวมถึงผลงานชิ้นเอกทั้งในด้านเทคนิคและสุนทรียศาสตร์ ซึ่งช่วยบอกเล่าประวัติศาสตร์ทั้งหมดของศาสตร์แห่งการบอกเวลา

ขณะที่ Patek Philippe Collection ถ่ายทอดมรดกอันยาวนานของ Manufacture ผ่านผลงานสำคัญ เช่น นาฬิกาข้อมือปฏิทินร้อยปีเรือนแรกที่ Patek Philippe ผลิตขึ้นในปี 1925 (No. P-72), World Time Ref. 1415 HU ปี 1948 (No. P-1026) และนาฬิกาพกจากปี 1918 ที่มาพร้อมระบบ Minute Repeater และพลังงานสำรอง 30 วัน ซึ่งเคยเป็นของ James Ward Packard (เจมส์ วอร์ด แพ็กการ์ด) (No. P-1703)

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ใหม่ในชื่อ “Historical Owners” ซึ่งพาผู้ชมไปพบกับเรือนเวลาที่เคยเป็นของบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาจี้ที่มอบให้ Queen Victoria (สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรีย) ในงาน Great Exhibition ที่กรุงลอนดอนเมื่อปี 1851 (No. P-24) หรือ นาฬิกาพกจากปี 1901 ที่ประดับภาพเหมือนของ Pope Leo XIII (สมเด็จพระสันตะปาปาลีโอที่ 13) (No. P-62) รวมถึงเรือนเวลาอื่น ๆ ที่เคยเป็นของนักสะสมและผู้สนับสนุนคนสำคัญของแบรนด์


An Exceptional Gathering of Horological Masterpieces
รวมผลงานชิ้นเอกแห่งศาสตร์การบอกเวลา
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญนำเสนอคอลเลกชั่นกลไกจำนวนมากที่ Patek Philippe ออกแบบและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของแบรนด์

ผู้ชมจะได้เห็นตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วนของนาฬิกา ไปจนถึงพื้นที่ที่อุทิศให้กับงานวิจัยและพัฒนา

ส่วนของ Complicated Watches ถ่ายทอดหนึ่งในความเชี่ยวชาญสำคัญของ Manufacture ก่อนเข้าสู่พื้นที่ Supercomplications ซึ่งจัดแสดงผลงานอย่าง Calibre 89 และ Star Caliber 2000

ขณะที่ห้อง “Master of Sound” เปิดโลกของนาฬิกาที่สามารถสร้างเสียงได้อย่างซับซ้อน รวมถึงผลงานที่ซับซ้อนที่สุดอย่าง Patek Philippe Grandmaster Chime ซึ่งมาพร้อม 20 complications และ Sky Moon Tourbillon Ref. 6002R-001

ผู้ชมยังมีโอกาสพบกับช่างนาฬิกาของ Patek Philippe และชมการสาธิตการทำงานของกลไกหลากหลายรูปแบบอย่างใกล้ชิด และเป็นครั้งแรกสำหรับ Grand Exhibition ขนาดใหญ่ของ Patek Philippe ที่มีการสร้างพื้นที่ขึ้นโดยเฉพาะเพื่อให้ผู้ชมและผู้หลงใหลในนาฬิกาได้เข้าไปสัมผัส สมบัติจากคลังประวัติศาสตร์ของ Manufacture


A Fine Array of Limited Editions
เจ็ดบทพิเศษที่สร้างขึ้นเพื่อมิลาน
เช่นเดียวกับ Grand Exhibition ครั้งก่อนๆ WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 มาพร้อมการเปิดตัวนาฬิกา Limited Edition ในหลากหลายกลุ่มของคอลเลกชั่น Patek Philippe

หนึ่งในไฮไลต์คือ Instantaneous Perpetual Calendar Chronograph Ref. 5978P-010 พร้อมการแสดงข้อมูลผ่านช่องหน้าปัด รวมถึง Calatrava สามรุ่นที่นำดีไซน์ร่วมสมัยจาก Ref. 6007 มาตีความใหม่ และเลือกใช้สีที่สะท้อนธงชาติอิตาลี

ยังมี Minute Repeater Ref. 7047G-010 ที่มาพร้อมหน้าปัดแลกเกอร์สีแดงและสายหนังจระเข้สีเดียวกัน, Perpetual Calendar Ref. 7147G-010 กับหน้าปัดและสายสีเขียว และ Calatrava Ref. 7007G-010 กับหน้าปัดและสายสีขาว

สำหรับ Aquanaut Ref. 5167 มาในเวอร์ชันสปอร์ตใหม่ พร้อมหน้าปัด Sunburst สีน้ำเงินไล่เฉดดำ และสเกลนาทีสีแดงที่พิมพ์ลงบนหน้าปัด

ปิดท้ายด้วย World Time Minute Repeater ซึ่งสร้างขึ้นสำหรับมิลานในสองเวอร์ชัน โดยตรงกลางหน้าปัด Cloisonné Enamel ถ่ายทอดภาพใจกลางเมืองมิลานในเวลากลางวันบน Ref. 5531G-012 และภาพเดียวกันในยามค่ำคืนบน Ref. 5531G-013

Milan — A New Chapter of WATCH ART™
จาก Dubai ในปี 2012 สู่ Munich, London, New York, Singapore และ Tokyo วันนี้ Grand Exhibition เดินทางมาถึงมิลานเป็นครั้งที่ 7

และครั้งนี้ Patek Philippe ไม่ได้เพียงนำคอลเลกชั่นนาฬิกามาจัดแสดง แต่เปิดประตูให้ผู้ชมได้สัมผัสโลกทั้งหมดของ Manufacture ตั้งแต่ประวัติศาสตร์ที่สืบทอดมายาวนาน งานหัตถศิลป์ที่ต้องอาศัยมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ ไปจนถึงกลไกซับซ้อน งานวิจัย นวัตกรรม และสมบัติจากคลังประวัติศาสตร์ ทั้งหมดถูกถ่ายทอดผ่านพื้นที่กว่า 2,900 ตารางเมตร พร้อมผลงานมากกว่า 500 ชิ้น และ Limited Edition อีก 7 รุ่นสำหรับตลาดอิตาลี

นี่คือ WATCH ART™ ในแบบของ Patek Philippe นิทรรศการที่ไม่ได้เพียงบอกเล่าว่าแบรนด์สร้างนาฬิกาอย่างไร แต่ชวนให้ผู้ชมเข้าใจว่า เหตุใดศาสตร์แห่งการทำนาฬิกาจึงยังคงมีความหมาย และในปี 2026 เรื่องราวบทนี้กำลังถูกเล่าขึ้นที่มิลาน

วันที่ 2–18 ตุลาคม 2026 โอกาสสำหรับผู้ที่รักนาฬิกที่จะได้เห็นว่า เบื้องหลังชื่อ Patek Philippe ที่เราคุ้นเคยนั้น ยังมีโลกอีกใบซ่อนอยู่มากเพียงใด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้