MB&F Legacy Machine No1 EVO

Last updated: 15 ต.ค. 2569  |  26 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MB&F Legacy Machine No1 EVO

สิบห้าปีหลังจาก Legacy Machine N°1 เปิดบทใหม่ให้กับเรื่องราวของ MB&F วันนี้ LM1 กลับมาอีกครั้งในชื่อ LM1 EVO โดยรักษาสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์และการแสดงเวลาสองเขตที่เป็นอิสระจากกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมตัวเรือนที่เล็กลง ชุดแสดงพลังงานสำรองที่ออกแบบใหม่ และความสะดวกในการสวมใส่ประจำวันตามแนวทางของคอลเลกชั่น EVO ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมสายที่สามารถเปลี่ยนได้

กลับสู่อนาคตอีกครั้ง
ในปี 2011 Legacy Machine N°1 เปิดบทใหม่ให้กับ MB&F ด้วยเครื่องบอกเวลาที่มีความคลาสสิกมากขึ้นในตัวเรือนทรงกลม ได้แรงบันดาลใจจากนักคิดผู้บุกเบิกการผลิตนาฬิกาตามขนบในศตวรรษที่ 19 แต่ยังคงความเป็นสามมิติและเอกลักษณ์ของ MB&F อย่างชัดเจน ขับเคลื่อนด้วยกลไกที่พัฒนาขึ้นเองร่วมกับ Jean-François Mojon และ Kari Voutilainen พร้อมงานตกแต่งอันประณีตระดับสูง LM1 ได้รับทั้งรางวัล Public Prize และ Best Men’s Watch Prize จาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève ในปี 2012 สิบห้าปีต่อมา เครื่องบอกเวลาที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราว Legacy กลับมาในรูปแบบใหม่กับ LM1 EVO


สถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ยังคงจดจำได้ทันที หน้าปัดสองชุดแสดงเวลาสองเขตที่เป็นอิสระจากกันอย่างสมบูรณ์ ขณะที่จักรกรอกขนาดใหญ่ 14 มิลลิเมตร ซึ่งครั้งนี้ทำงานร่วมกับสายใยจักรกรอกคู่ Straumann® ยังคงดูราวกับลอยอยู่เหนือกลไก ณ ใจกลางขององค์ประกอบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การกลับมาครั้งนี้ก้าวไปไกลกว่าการรำลึกถึงอดีต LM1 EVO ได้รับการปรับโครงสร้างเพื่อการใช้ชีวิตที่ต่างออกไป ทั้งการทำงานที่ยาวนานขึ้น ความสะดวกในการใช้งาน และการปกป้องจากตัวเรือน EVO ที่พัฒนาขึ้นโดยให้ความสำคัญกับสมรรถนะ

กลไกที่ปรับปรุงใหม่เพิ่มระยะเวลาสำรองพลังงานเป็น 60 ชั่วโมง และเปลี่ยนจากชุดแสดงพลังงานสำรองแบบเดิมที่มีลักษณะคล้ายเครื่องวัดมุมเซ็กซ์แทนต์ มาเป็นหน้าปัดเอียงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ให้บุคลิกสปอร์ตยิ่งขึ้น ตัวเรือนมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 42 มิลลิเมตร ลดลงจากต้นแบบที่มีขนาด 44 มิลลิเมตร พร้อมระบบดูดซับแรงกระแทก FlexRing ของ MB&F กันน้ำได้ 80 เมตร และใช้เม็ดมะยมแบบขันเกลียว ระบบเปลี่ยนสายช่วยเติมเต็มการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ให้ Legacy Machine รุ่นบุกเบิกของ MB&F กลายเป็นเครื่องบอกเวลาคู่กายที่ออกแบบเพื่อการใช้งานอย่างคล่องตัว

สองเวลาอย่างไร้ข้อจำกัด
หัวใจของ LM1 คือแนวทางการแสดงเวลาสองเขตที่ให้อิสระอย่างแท้จริงมาโดยตลอด หน้าปัดย่อยทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงชุดแสดงเวลาที่เชื่อมโยงกันด้วยกลไก GMT ทั่วไป แต่แต่ละชุดแสดงชั่วโมงและนาทีของตนเอง ทำให้สามารถตั้งเวลาสองเขตแยกจากกันได้อย่างสมบูรณ์ หน้าปัดชุดที่สองจึงไม่ถูกจำกัดให้แสดงเฉพาะเวลาที่เหลื่อมกันเป็นชั่วโมงเต็ม ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับพื้นที่ที่เวลาท้องถิ่นต่างกัน 30 หรือ 45 นาที อีกการใช้งานหนึ่งคือสามารถใช้หน้าปัดชุดหนึ่งวัดระยะเวลาที่ผ่านไป ขณะที่อีกชุดยังคงแสดงเวลาปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง


บน LM1 EVO หน้าปัดด้านซ้ายและขวายังคงสร้างแรงดึงดูดทางสายตาที่ทำให้ต้นแบบมีเอกลักษณ์ เม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกาใช้ไขลานกลไกและตั้งเวลาบนหน้าปัดด้านขวา ส่วนเม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกาใช้ปรับเขตเวลาที่สองบนหน้าปัดด้านซ้าย ผลลัพธ์คือการใช้งานที่เข้าใจง่ายและองค์ประกอบที่สมมาตร โดยมีโครงสร้างกลไกซับซ้อนกว่าที่การแสดงเวลาอันเรียบง่ายภายนอกบ่งบอก ตามแนวทางของ MB&F

พลังงานสำรอง 60 ชั่วโมงบนหน้าปัดเอียง
หนึ่งในพัฒนาการที่เห็นได้ชัดที่สุดอยู่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา LM1 รุ่นต้นแบบแสดงพลังงานที่เหลือผ่านชุดแสดงพลังงานสำรองแนวตั้งซึ่งยกตัวขึ้นจากกลไกอย่างโดดเด่น ส่วน LM1 EVO ตีความฟังก์ชั่นนี้ใหม่เป็นหน้าปัดเอียง ผสานเข้ากับส่วนล่างขององค์ประกอบและอ่านค่าได้อย่างรวดเร็ว เบื้องหลังชุดแสดงผลนี้คือระยะเวลาสำรองพลังงานใหม่ 60 ชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 45 ชั่วโมงของ LM1 รุ่นต้นแบบ กลไกยังคงเป็นแบบไขลาน แต่ระยะเวลาการทำงานที่เพิ่มขึ้นช่วยลดความถี่ในการไขลาน พร้อมรักษาพิธีกรรมและความสัมพันธ์โดยตรงกับกลไกผ่านการไขลานด้วยมือไว้

จักรกรอกยังคงเป็นศูนย์กลาง
เอกลักษณ์ทางสายตาของ Legacy Machine N°1 ซึ่งต่อมากลายเป็นภาพจำของ MB&F ยังคงอยู่ครบถ้วนในแนวคิด นั่นคือจักรกรอกขนาดใหญ่ 14 มิลลิเมตรที่แขวนอยู่เหนือด้านหน้าปัด ทำงานด้วยความถี่ตามขนบดั้งเดิมที่ 2.5 เฮิร์ตซ์  สำหรับ LM1 EVO รุ่นใหม่ ระบบควบคุมความเที่ยงตรงได้รับการปรับปรุงด้วยสายใยจักรกรอกคู่ Straumann® ซึ่งประกอบด้วยสายใยจักรกรอกสองเส้นที่มีคุณสมบัติตรงกัน ติดตั้งในทิศทางตรงข้ามกัน โครงสร้างที่พบได้ยากอย่างยิ่งในการผลิตนาฬิกานี้ช่วยหักล้างการเคลื่อนตำแหน่งของจุดศูนย์ถ่วงและแรงเสียดทานด้านข้างบนแกนจักรกรอก ส่งผลให้ความเที่ยงตรงในตำแหน่งต่าง ๆ และความสม่ำเสมอของคาบการแกว่งดีขึ้น ระบบควบคุมอันเป็นนวัตกรรมนี้ถูกยกขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า แทนการซ่อนไว้ด้านหลังกลไก ด้วยสะพานจักรกรอกไทเทเนียมที่ออกแบบใหม่ เปลี่ยนองค์ประกอบควบคุมความเที่ยงตรงให้เป็นประติมากรรมที่เคลื่อนไหวได้


กลไกของ LM1 EVO ประกอบด้วยชิ้นส่วน 338 ชิ้นและทับทิม 25 เม็ด พร้อมงานตกแต่งด้วยมืออันประณีตตามขนบดั้งเดิม ทั้งกระเปาะทองรองรับทับทิมพร้อมขอบหลุมขัดเงา ขอบลบมุมขัดเงารวมถึงมุมเว้าด้านใน ลายเจนีวา และงานแกะสลักด้วยมือ สถาปัตยกรรมของกลไกยังคงสืบต่อแนวคิด Legacy Machine ที่นำหลักการของการผลิตนาฬิกาคลาสสิกมาพลิกจากภายในสู่ภายนอก ให้องค์ประกอบทางเทคนิคซึ่งโดยปกติมีเพียงช่างนาฬิกาที่ได้เห็น กลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพอันน่าชมสำหรับผู้สวมใส่

EVO Legacy Machine ที่สร้างขึ้นเพื่อชีวิตจริง
LM1 EVO ได้รับคุณสมบัติสำคัญของแพลตฟอร์ม EVO ซึ่งนำมาใช้กับ Legacy Machine รุ่นอื่นแล้ว ทั้งการกันน้ำ 80 เมตร และ FlexRing ระบบลดแรงกระแทกรูปวงแหวนที่ได้รับสิทธิบัตร ติดตั้งระหว่างตัวเรือนกับกลไกเพื่อเพิ่มการปกป้องจากแรงกระแทก

ในด้านการออกแบบ รุ่น EVO โดดเด่นด้วยตัวเรือนที่คำนึงถึงสรีระและการละเว้นขอบตัวเรือนแบบดั้งเดิม เปิดมุมมองชุดแสดงผลที่เสริมสารเรืองแสง Super-LumiNova อย่างเต็มตาผ่านกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม ส่วนด้านกลไกใช้การตกแต่งโทนเข้มเพื่อขับบุคลิกสปอร์ตและร่วมสมัยให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

LM1 EVO มาพร้อมสายยางแบบแนบต่อกับตัวเรือน ซึ่งสามารถถอดเปลี่ยนได้ทั้งบริเวณตัวเรือนและตัวล็อกสาย ทำให้ปรับนาฬิกาให้เข้ากับกิจกรรมในแต่ละวันได้สะดวกยิ่งขึ้น

สองบุคลิกสำหรับปี 2026
LM1 EVO นำเสนอผ่านสองรูปแบบที่แตกต่างกัน รุ่นไทเทเนียมผสานความเบาและบุคลิกเชิงเทคนิคของตัวเรือน EVO เข้ากับโครงสร้างด้านหน้าปัดโทนเงินสว่าง โดยมีชุดแสดงผลสีดำและเข็มสีน้ำเงินบนแผ่นฐานหน้าปัดชุบโรเดียม อีกเวอร์ชันนำสถาปัตยกรรมเดียวกันมาอยู่ในตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18K เฉด 5N+ ผลิตจำนวนจำกัด 33 เรือน พื้นผิวด้านหน้าปัดสีเขียวเข้มเป็นฉากหลังให้กับชุดแสดงผลสีดำ ขณะที่รายละเอียดโทนพิงก์โกลด์สะท้อนความอบอุ่นของตัวเรือน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้