Last updated: 21 ต.ค. 2569 | 33 จำนวนผู้เข้าชม |
ปี 2026 นับเป็นวาระครบรอบ 100 ปีเกิดของ George Daniels ปรมาจารย์ช่างนาฬิกาชาวอังกฤษ ผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของวงการนาฬิกายุคใหม่ และเป็นผู้วางรากฐานให้กับการสร้างสรรค์นาฬิกาอิสระด้วยงานฝีมือ โดย Phillips in Association with Bacs & Russo ร่วมกับ The Hour Glass จัดนิทรรศการ George Daniels 100: The Genesis of Artisanal Watchmaking รวบรวมนาฬิกาผลงานของ Daniels จำนวน 22 เรือน มาจัดแสดงในงาน IAMWATCH 2026 ระหว่างวันที่ 12–15 พฤศจิกายน ณ โรงแรม The Singapore EDITION ประเทศสิงคโปร์ นับเป็นการรวมตัวของผลงานจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในรอบเกือบสองทศวรรษ
ไฮไลต์สำคัญของนิทรรศการคือการนำ Space Traveller I และ Space Traveller II สองนาฬิกาพกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกา กลับมาจัดแสดงร่วมกันเป็นครั้งแรก โดยทั้งสองเรือนสร้างขึ้นในปี 1982 และไม่เคยปรากฏเคียงข้างกันในนิทรรศการใดมาก่อน การพบกันครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้ศึกษาพัฒนาการของแนวคิดและความสามารถทางกลไกของ Daniels ผ่านผลงานสองชิ้นที่มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด

George Daniels (1926–2011) ไม่ได้เป็นเพียงช่างนาฬิกา แต่ยังเป็นวิศวกร นักออกแบบ และช่างฝีมือผู้เรียนรู้ศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาด้วยตนเอง ตลอดชีวิตเขาทุ่มเทให้กับการอนุรักษ์และพัฒนาการสร้างนาฬิกาด้วยมือ โดยเชี่ยวชาญถึง 32 จาก 34 สาขาทักษะที่จำเป็นต่อการผลิตนาฬิกาหนึ่งเรือนด้วยวิธีดั้งเดิม ผลงานที่เขาสร้างขึ้นด้วยตนเองประกอบด้วยนาฬิกาพก 24 เรือน และนาฬิกาข้อมือสองเรือน ได้แก่ Four-Minute Tourbillon และ Spring Case Tourbillon ก่อนร่วมพัฒนานาฬิกาซีรีส์ Millennium และ Anniversary กับ Roger W. Smith (โรเจอร์ ดับเบิลยู. สมิธ) ลูกศิษย์ผู้สืบทอดแนวทางการทำงานของเขา
ความพิเศษของผลงานเหล่านี้อยู่ที่กระบวนการสร้างสรรค์ซึ่งใช้เวลามากกว่า 2,500 ชั่วโมงต่อเรือน ตั้งแต่การออกแบบ ผลิตชิ้นส่วน ประกอบกลไก ไปจนถึงงานตกแต่งด้วยมือ Daniels ยังถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านหนังสือ Watchmaking ซึ่งกลายเป็นตำราสำคัญสำหรับช่างนาฬิกาทั่วโลก และมีอิทธิพลต่อช่างนาฬิกาอิสระหลายรุ่นจนถึงปัจจุบัน
ความสำเร็จของ Daniels ยิ่งมีความหมายเมื่อพิจารณาบริบทของอุตสาหกรรมนาฬิกาในช่วงเวลาที่เขาทำงาน ซึ่งเป็นยุคที่เทคโนโลยีควอตซ์จากญี่ปุ่นกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง ขณะที่นาฬิกาจักรกลเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ การเลือกสร้างนาฬิกาด้วยมือแทบทุกขั้นตอนจึงเป็นแนวทางที่สวนกระแสอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยุคที่ยังไม่มีโปรแกรมออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่องจักร CNC หรือเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการผลิตอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
แต่สำหรับ Daniels การรักษาศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาจักรกลไม่ได้หมายถึงการยึดติดกับอดีต เขามุ่งค้นหาวิธีพัฒนาประสิทธิภาพของกลไกอย่างต่อเนื่อง ผลงานสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งคือการคิดค้น Co-Axial Escapement ระบบเอสเคปเมนต์ที่ช่วยลดการพึ่งพาสารหล่อลื่นและเพิ่มความเสถียรของความเที่ยงตรงในระยะยาว นับเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญของระบบเอสเคปเมนต์หลังจากการคิดค้น Lever Escapement โดย Thomas Mudge เมื่อราวสองศตวรรษก่อน และในที่สุดเทคโนโลยีของ Daniels ก็ได้รับการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสผ่าน Omega
อย่างไรก็ตาม ความสำคัญของ Daniels ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการคิดค้น Co-Axial Escapement แต่ครอบคลุมถึงแนวคิดการสร้างนาฬิกาที่หลอมรวมความคิดสร้างสรรค์ วิศวกรรม งานฝีมือ และความเป็นอิสระเข้าด้วยกัน ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญของวงการเครื่องบอกเวลาอิสระในปัจจุบัน

Space Traveller I & II สองผลงานสำคัญที่กลับมาพบกัน
Space Traveller I และ Space Traveller II ถือเป็นผลงานที่สะท้อนพัฒนาการทางความคิดของ Daniels ได้อย่างชัดเจน แม้จะสร้างขึ้นในปีเดียวกัน แต่ทั้งสองไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาสองเวอร์ชันที่มีรายละเอียดแตกต่างกัน หากเป็นการต่อยอดแนวคิดเดียวกันจากผลงานต้นแบบไปสู่กลไกที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
หลังจากสร้าง Space Traveller I สำเร็จ Daniels ได้จำหน่ายนาฬิกาเรือนดังกล่าวออกไป แต่ไม่นานก็รู้สึกเสียดายที่ต้องแยกจากผลงานของตัวเอง แทนที่จะสร้างนาฬิกาแบบเดิมขึ้นมาอีกเรือน เขากลับเลือกพัฒนาแนวคิดให้ก้าวหน้าขึ้นผ่าน Space Traveller II ด้วยการเพิ่มกลไกโครโนกราฟที่สามารถจับเวลาทั้ง Mean Solar Time หรือเวลาสุริยะเฉลี่ย และ Sidereal Time หรือเวลาดาราคติ เข้าไปในโครงสร้างที่มีความซับซ้อนอยู่แล้ว
Space Traveller II จึงกลายเป็นผลงานที่ Daniels เก็บไว้เป็นนาฬิกาส่วนตัวจนกระทั่งเสียชีวิตในปี 2011 และการนำทั้งสองเรือนมาจัดแสดงร่วมกันในครั้งนี้ จะทำให้เห็นกระบวนการพัฒนาความคิดของเขาจากจุดเริ่มต้นไปสู่การสร้างสรรค์กลไกที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
มรดกที่เปลี่ยนทิศทางของวงการนาฬิกาอิสระ
อิทธิพลของ George Daniels ปรากฏชัดในผลงานของช่างนาฬิกาอิสระรุ่นต่อมา โดยเฉพาะ Roger W. Smith ผู้เคยเป็นลูกศิษย์และยังคงสืบทอดวิธีการสร้างนาฬิกาด้วยมือ ขณะที่ François-Paul Journe (ฟรองซัวส์-ปอล ชูร์น) ก็เคยกล่าวถึง Daniels ในฐานะบุคคลผู้มีอิทธิพลต่อแนวทางการทำงานของเขา
Michael Tay - Group Managing Director ของ The Hour Glass กล่าวว่า Daniels เป็นช่างนาฬิกาอิสระอย่างแท้จริงคนแรก ๆ ของศตวรรษที่ 20 และผลงานของเขามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจวงการนาฬิกาอิสระในปัจจุบัน เพราะ Daniels ได้พิสูจน์ว่าการสร้างนาฬิกาสามารถรักษาความเป็นส่วนตัว ความคิดสร้างสรรค์ และมาตรฐานที่ไม่ประนีประนอมไว้ได้ แม้ต้องทำงานท่ามกลางกระแสการผลิตแบบอุตสาหกรรม
สำหรับ Michael Tay การรวบรวมนาฬิกา 22 เรือนในปีครบรอบ 100 ปีชาตกาลครั้งนี้ ไม่ได้มีความหมายเพียงการนำผลงานหายากมาจัดแสดง แต่เป็นโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นภาพรวมของความสำเร็จตลอดชีวิตของ Daniels และเข้าใจถึงอิทธิพลที่เขามีต่อวัฒนธรรมการสร้างนาฬิกาอิสระ โดยเฉพาะการได้เห็น Space Traveller ทั้งสองเรือนอยู่ในสถานที่เดียวกัน ซึ่งเป็นภาพที่เขาปรารถนาจะเห็นมาตลอดเส้นทางการทำงาน

ด้าน Aurel Bacs - Senior Consultant ของ Phillips Watches กล่าวถึงความสำคัญของ Daniels ว่า หากปราศจากบุคคลผู้นี้ วงการนาฬิกาอิสระอาจไม่ได้มีช่างนาฬิการุ่นใหม่ที่เปี่ยมด้วยความสามารถและความคิดสร้างสรรค์อย่างที่เห็นในปัจจุบัน การร่วมมือกับ The Hour Glass ในงาน IAMWATCH จึงเป็นโอกาสสำคัญในการยกย่องหนึ่งในช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20
ภาพยนตร์สารคดีพิเศษ ถ่ายทอดอิทธิพลของ George Daniels
นอกจากการจัดแสดงนาฬิกาแล้ว Phillips in Association with Bacs & Russo ยังจัดทำภาพยนตร์สารคดีพิเศษ เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและอิทธิพลของ George Daniels ผ่านมุมมองของช่างนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเขา โดยถ่ายทำใน Isle of Man ประเทศอังกฤษ และสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมบทสัมภาษณ์และภาพบันทึกทางประวัติศาสตร์จาก The George Daniels Educational Trust
ภาพยนตร์ดังกล่าวจะเปิดฉายรอบพิเศษล่วงหน้า (Avant-Première) ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2026 ภายในงาน IAMWATCH เพื่อร่วมรำลึกถึงชีวิต ผลงาน และแนวคิดของบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญต่อการกำเนิดและเติบโตของวงการนาฬิกาอิสระร่วมสมัย
นิทรรศการ George Daniels 100: The Genesis of Artisanal Watchmaking จึงไม่ใช่เพียงการย้อนชมผลงานของช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ แต่ยังเป็นการสำรวจจุดกำเนิดของแนวคิดที่เปลี่ยนทิศทางการประดิษฐ์นาฬิกาสมัยใหม่ จากยุคที่งานฝีมือแบบดั้งเดิมถูกท้าทายด้วยเทคโนโลยีใหม่ สู่ช่วงเวลาที่นาฬิกาอิสระกลายเป็นหนึ่งในแขนงการสร้างสรรค์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดของวงการเครื่องบอกเวลาชั้นสูง
หลังสิ้นสุดการจัดแสดงในสิงคโปร์ นิทรรศการนี้จะเดินทางต่อไปยัง Phillips London ในช่วงต้นปี 2027
รายละเอียดการเข้าชมนิทรรศการ
IAMWATCH 2026 — George Daniels 100
12–15 พฤศจิกายน 2026
รอบบุคคลทั่วไป
13–15 พฤศจิกายน 2026 เวลา 11.00–20.00 น.
วันที่ 12 พฤศจิกายน สงวนสำหรับผู้ได้รับเชิญเท่านั้น
The Singapore EDITION
38 Cuscaden Road, Singapore 249731
19 ต.ค. 2569
17 ต.ค. 2569
16 ต.ค. 2569
16 ต.ค. 2569