Last updated: 2 พ.ย. 2569 | 20 จำนวนผู้เข้าชม |
อนาคตในจินตนาการของ Vianney Halter กลับมาอีกครั้ง ผ่านความร่วมมือครั้งใหม่กับ Louis Erard ที่ครั้งนี้ก้าวเข้าใกล้โลกของ Antiqua มากกว่าที่เคย กับ Futur Antérieur สองรุ่นใหม่ Gold และ Silver ซึ่งนำเอกลักษณ์ของนาฬิกาชั้นสูงระดับตำนานมาตีความใหม่ในรูปแบบที่ Louis Erard ไม่เคยสร้างมาก่อน ทั้งหน้าปัดแยกสองส่วน กลไกอัตโนมัติสองชุด และตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนถึง 67 ชิ้น แต่กลับมีความหนาเพียง 8.85 มิลลิเมตร โดยแต่ละรุ่นผลิตจำนวนจำกัดเพียง 178 เรือน
สำหรับ Manuel Emch ผู้บริหารที่อยู่เบื้องหลังทิศทางสร้างสรรค์ของ Louis Erard ความร่วมมือครั้งนี้เริ่มต้นจากความต้องการก้าวข้ามรูปแบบเดิมๆ ของการสร้างนาฬิการ่วมกับศิลปินและช่างนาฬิกาอิสระ เพราะนักสะสมในปัจจุบันไม่ได้ประทับใจกับคำว่า Limited Edition หรือ Exclusive ได้ง่ายเหมือนในอดีตอีกต่อไป พวกเขาติดตามอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด รู้จักทั้งแบรนด์และบุคคลเบื้องหลัง รวมถึงแยกออกว่าอะไรคือความพิเศษที่แท้จริง และอะไรเป็นเพียงกลยุทธ์ทางการตลาด Emch จึงเสนอให้ Vianney Halter พาความร่วมมือครั้งนี้เข้าใกล้ Antiqua มากขึ้น พร้อมกับสร้างบางสิ่งที่ Louis Erard ไม่เคยทำมาก่อน เป้าหมายไม่ใช่เพียงการนำชื่อของทั้งสองฝ่ายมาอยู่บนหน้าปัดเดียวกัน แต่ต้องเป็นนาฬิกาที่มีตัวตนชัดเจนในจักรวาลการออกแบบของ Halter ขณะเดียวกันก็ยังสะท้อนเอกลักษณ์ของ Louis Erard ได้อย่างสมบูรณ์ โดยกระบวนการสร้างสรรค์จึงเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การตั้งคำถาม และการท้าทายขอบเขตความคุ้นเคยของทั้งสองฝ่าย แม้ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก แต่สำหรับ Emch นั่นคือหัวใจของความร่วมมือที่แท้จริง เพราะผลงานที่ดีไม่ควรเป็นเพียงการรวมสองชื่อเข้าด้วยกัน หากต้องเป็นสิ่งที่ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยหากปราศจากการพบกันของคนทั้งสอง

แรงบันดาลใจจากอดีต สู่ความหลงใหลแห่งอนาคต
ความสัมพันธ์ระหว่าง Louis Erard และ Vianney Halter เริ่มต้นขึ้นในปี 2020 และประสบการณ์ที่สั่งสมร่วมกันตลอดหลายปีได้เปิดทางสู่การสร้างสรรค์ครั้งใหม่ที่ทะเยอทะยานยิ่งกว่าเดิม
แรงบันดาลใจสำคัญมาจาก Antiqua ผลงานระดับไอคอนของ Vianney Halter ซึ่งมีเอกลักษณ์จากหน้าปัดทรงช่องหน้าต่างหรือ Porthole พร้อมขอบยกสูงและหมุดย้ำที่ให้อารมณ์คล้ายเครื่องมือจากโลกอนาคตในจินตนาการของอดีต ดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครนี้ยังคงเป็นหนึ่งในผลงานที่นักสะสมกล่าวถึงเสมอมา ซึ่ง Futur Antérieur นำภาษาการออกแบบดังกล่าวมาต่อยอดผ่านโครงสร้างตัวเรือนใหม่ทั้งหมดของ Louis Erard โดยเลือกใช้หน้าปัดสองส่วนที่แยกจากกันอย่างชัดเจน หน้าปัดหนึ่งทำหน้าที่แสดงชั่วโมงและนาที ขณะที่อีกหน้าปัดแสดงวินาที ความพิเศษอยู่ที่แต่ละหน้าปัดขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติของตัวเอง รวมเป็นกลไกสองชุดที่ทำงานเคียงข้างกันภายในนาฬิกาเรือนเดียว และขอบหน้าปัดทั้งสองยกสูงขึ้นจากพื้นผิวตัวเรือน พร้อมหมุดย้ำที่กลายเป็นรายละเอียดสำคัญของงานออกแบบ เสริมด้วยเม็ดมะยมรูปทรงเฉพาะตัวและเข็มบลูสตีลที่สะท้อนเอกลักษณ์ของ Vianney Halter ได้อย่างชัดเจน
ความท้าทายไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดวางกลไกสองชุด แต่รวมถึงการออกแบบตัวเรือนสเตนเลสสตีลที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 67 ชิ้น ให้มีความหนาเพียง 8.85 มิลลิเมตร นับเป็นโครงสร้างใหม่ที่ Louis Erard ไม่เคยผลิตมาก่อน โดยสามารถรักษามิติของงานออกแบบที่มีลักษณะคล้ายประติมากรรมสามมิติเอาไว้ ขณะเดียวกันก็มีรูปทรงบางเพรียวและรับกับข้อมือได้อย่างลงตัว เมื่อพิจารณาใกล้ๆ จะพบรายละเอียดงานขัดแต่งที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ภายในช่องหน้าปัดทั้งสองใช้พื้นผิวลายเกรน ตัดกับวงแหวนขัดลายวงกลมและขอบมุมขัดเงา ส่วนพื้นผิวด้านหน้าตัวเรือนตกแต่งด้วยลายขัดวงกลม ขณะที่ด้านข้างใช้ลายขัดแนวตั้ง สลับกับขอบขัดเงาที่ช่วยเน้นเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิตให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทุกรอยต่อ วงแหวน และหมุดย้ำจึงไม่ได้เป็นเพียงส่วนประกอบทางเทคนิค แต่มีบทบาทในการสร้างบุคลิกของนาฬิกาอย่างแท้จริง และยิ่งพลิกชมในมุมต่างๆ ก็ยิ่งค้นพบรายละเอียดที่ซ่อนอยู่บนตัวเรือน
ชื่อ Futur Antérieur มาจากรูปกาลในภาษาฝรั่งเศสที่ใช้อธิบายเหตุการณ์ซึ่งจะเสร็จสิ้นลง ณ จุดหนึ่งในอนาคต สอดคล้องกับแนวคิดของผลงานที่นำภาพอนาคตจากจินตนาการในอดีตกลับมาสร้างขึ้นใหม่ในปัจจุบัน Vianney Halter อธิบายว่า เมื่อครั้งสร้าง Antiqua เขาจินตนาการถึงวัตถุชิ้นหนึ่งที่ราวกับเดินทางมาจากโลกอนาคตซึ่งใครบางคนเคยฝันถึงเมื่อนานมาแล้ว และความร่วมมือกับ Louis Erard ก็ทำให้โลกแห่งจินตนาการนั้นขยายตัวออกไปอีก สิ่งที่ทำให้เขาพึงพอใจที่สุดคือ แม้จะมองเห็นความเชื่อมโยงกับผลงานในอดีตได้ทันที แต่ Futur Antérieur กลับเป็นนาฬิกาที่ไม่เคยมีใครพบเห็นมาก่อน

เสน่ห์ที่มาเป็นคู่
Futur Antérieur เปิดตัวพร้อมกันสองบุคลิก ได้แก่ Gold และ Silver ซึ่งใช้โครงสร้างตัวเรือนและแนวคิดการออกแบบเดียวกัน แต่ถ่ายทอดอารมณ์แตกต่างกันผ่านสีสันและวัสดุ โดยรุ่น Gold โดดเด่นด้วยหน้าปัดโทนสีทองที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเปี่ยมด้วยบุคลิก จับคู่กับสายหนังนกกระจอกเทศสีดำ ขณะที่รุ่น Silver เลือกใช้หน้าปัดโทนสีเงินที่ดูเยือกเย็นและร่วมสมัย เสริมด้วยสายหนังนกกระจอกเทศสีน้ำเงินซึ่งรับกับเข็มบลูสตีลได้อย่างลงตัว ทั้งสองรุ่นใช้หมุดย้ำเคลือบสีทองเหลือง 1N ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมโยงทางสายตาและเน้นรายละเอียดของขอบหน้าปัดให้โดดเด่นยิ่งขึ้น การเลือกใช้หนังนกกระจอกเทศยังเป็นอีกองค์ประกอบที่สะท้อนความใส่ใจในรายละเอียด ด้วยพื้นผิวที่มีลวดลายเฉพาะตัวและความแตกต่างตามธรรมชาติของหนังแต่ละชิ้น ทำให้สายแต่ละเส้นมีบุคลิกไม่ซ้ำกัน อีกทั้งยังช่วยสร้างความสมดุลระหว่างความโดดเด่นของงานโลหะบนตัวเรือนกับสัมผัสของวัสดุธรรมชาติ
Futur Antérieur Gold และ Futur Antérieur Silver ผลิตจำนวนจำกัดรุ่นละ 178 เรือน โดยเลข 178 ถือเป็นตัวเลขสัญลักษณ์ที่ Louis Erard ใช้กับผลงาน Collaboration สื่อถึงแนวคิดที่ว่าความแข็งแกร่งเกิดขึ้นจากการร่วมมือกัน Futur Antérieur เป็นมากกว่าการนำแรงบันดาลใจจาก Antiqua กลับมาใช้อีกครั้ง แต่เป็นการต่อยอดแนวคิดของ Vianney Halter ผ่านมุมมองและความเชี่ยวชาญของ Louis Erard จนเกิดเป็นผลงานที่มีตัวตนของตัวเองอย่างชัดเจน นาฬิกาทั้งสองรุ่นสร้างสรรค์ขึ้นที่ Le Noirmont ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมสะท้อนแนวคิดที่ว่า อนาคตของการประดิษฐ์นาฬิกาไม่จำเป็นต้องตัดขาดจากอดีต หากสามารถนำประวัติศาสตร์และจินตนาการมาสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
อนาคตมีเรื่องราวจากอดีต!

เกี่ยวกับ LOUIS ERARD
Louis Erard ก่อตั้งขึ้นในปี 1929 เป็นแบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระที่มุ่งนำเสนอความเชี่ยวชาญด้านการประดิษฐ์นาฬิกาและงานศิลปหัตถกรรมให้เข้าถึงผู้คนในวงกว้างมากขึ้น ผ่านผลงานที่ผสมผสานมรดกดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์
จิตวิญญาณแห่งความเป็นอิสระซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของเทือกเขา Jura สะท้อนผ่านนาฬิกากลไกและคอลเลกชั่น Regulator ที่กลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์
ภายใต้การนำของ Manuel Emch แบรนด์ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและความเป็นตัวของตัวเองมากกว่าการเดินตามแนวทางตลาด โดยมุ่งสร้างคุณค่าและความเป็นเลิศในระยะยาว แทนการเติบโตอย่างรวดเร็ว
ความร่วมมือกับนักสร้างสรรค์และช่างนาฬิกาอิสระระดับแนวหน้า อาทิ Alain Silberstein, Vianney Halter และ Konstantin Chaykin ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาเอกลักษณ์ของ Louis Erard ผ่านการทดลองแนวคิดและภาษาการออกแบบใหม่ๆ ที่ท้าทายขนบของอุตสาหกรรมนาฬิกา
เกี่ยวกับ Vianney Halter
Vianney Halter เกิดในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี 1963 และทำงานอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์ เป็นหนึ่งในช่างนาฬิกาอิสระที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของวงการ ด้วยความหลงใหลในเครื่องจักร กลไก และการสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่อยู่ภายใต้กรอบความคิดแบบดั้งเดิม
เขาเริ่มต้นเส้นทางในฐานะช่างนาฬิกาอิสระตั้งแต่ปี 1984 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากดาราศาสตร์ นิยายวิทยาศาสตร์ และเครื่องบอกเวลาในประวัติศาสตร์ ก่อนนำองค์ประกอบเหล่านั้นมาผสมผสานเข้ากับเทคนิคการประดิษฐ์นาฬิกาแบบดั้งเดิม
ผลงานสำคัญอย่าง Antiqua และ Deep Space Resonance สะท้อนความสามารถในการสร้างโลกแห่งจินตนาการผ่านกลไกจักรกล ด้วยรูปทรงและแนวคิดที่แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไป
สำหรับ Halter เสรีภาพในการสร้างสรรค์และความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงผลักดันสำคัญ นาฬิกาของเขาจึงไม่ใช่เพียงเครื่องประดับหรือเครื่องมือบอกเวลา แต่เป็นผลงานศิลปะที่เชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และจินตนาการเข้าด้วยกัน
2 พ.ย. 2569
2 พ.ย. 2569
27 ต.ค. 2569