MR. THIERRY STERN President of Patek Philippe

Last updated: 5 พ.ย. 2569  |  45 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MR. THIERRY STERN President of Patek Philippe

ในโลกที่ภาพบนหน้าจออาจทำให้เชื่อได้ทุกอย่าง Thierry Stern ยังเชื่อในพลังของการเห็นของจริงและพูดคุยกับคนที่สร้างมันขึ้นมา ระหว่างงาน WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 ประธานของ Patek Philippe เปิดวงสนทนากับผู้สื่อข่าวจากทั่วโลก แบ่งเป็นรอบๆ เพื่อตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ตั้งแต่ความตั้งใจให้นิทรรศการเป็นพื้นที่เรียนรู้ ไปจนถึงการเปิดตัว Gondolo Ladies First ที่ยืนยันว่ามาตรฐานของนาฬิกาผู้หญิงต้องทัดเทียมกับนาฬิกาผู้ชาย ทุกคำตอบสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะให้ผู้คนรู้จัก Patek Philippe ผ่านความเชี่ยวชาญของช่างนาฬิกา ความคิดสร้างสรรค์ และความใส่ใจต่อผู้คนที่เขาตั้งใจส่งต่อให้คนรุ่นถัดไป

ในโลกที่ AI และดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้น เหตุใดการสร้างประสบการณ์ที่มีมนุษย์เป็นหัวใจจึงยังสำคัญ?
ผมคิดว่ายิ่งสำคัญกว่าเมื่อก่อนเสียอีก เพราะวันนี้ผู้คนมักเชื่อว่าสิ่งที่เห็นบนหน้าจอคือความจริง การจัดนิทรรศการเช่นนี้ทำให้เราสามารถแสดงของจริงให้ทุกคนเห็นได้ สำหรับคนรุ่นใหม่ การแยกแยะว่าอะไรจริง อะไรไม่จริง อะไรทำด้วยมือ และอะไรยังคงเกิดจากความหลงใหล ไม่ง่ายเลย นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้ผมแสดงตัวตนที่แท้จริงของแบรนด์ คุณได้เห็นนาฬิกา ชิ้นงานจากพิพิธภัณฑ์ ช่างฝีมือ และเอกสารจดหมายเหตุ สิ่งเหล่านี้ต่างจากการนั่งดูภาพผ่าน iPad หรือโทรศัพท์ คุณเห็นภาพ แต่ไม่ได้สัมผัสความรู้สึก และไม่ได้พูดคุยกับผู้คน ที่นิทรรศการแห่งนี้ ถ้าคุณสงสัยก็ถามได้ และเราจะตอบ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือของจริง ผมชอบการกลับไปสู่รากฐานเช่นนี้ เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ผู้คนต้องการในวันนี้ แม้แต่ในร้านค้า ผมยังเห็นลูกค้าที่กลัวว่าสินค้าที่กำลังจะซื้ออาจเป็นของปลอม

หน้าที่ของผมคืออธิบายว่าเราทำอะไร ทำอย่างไร และคุณภาพของงานอยู่ตรงไหน เมื่อออกจากนิทรรศการ ผมอยากให้คุณมีความสุข ได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์และผลิตภัณฑ์ และมีความรู้มากขึ้น ความเข้าใจนั้นอาจทำให้คุณมั่นใจที่จะซื้อนาฬิกาคุณภาพดีสักเรือน ไม่จำเป็นต้องเป็น Patek Philippe ก็ได้ เพราะพื้นฐานของการทำนาฬิกาที่ดีมีสิ่งที่ร่วมกันอยู่

ถาม: เมื่อตัดสินใจจัดนิทรรศการครั้งแรก จุดประสงค์คืออะไร และเหตุผลในการจัดงานเปลี่ยนไปอย่างไรตลอดหลายปีที่ผ่านมา?
Thierry Stern: ครั้งแรกจัดที่ดูไบ จิตวิญญาณของงานเหมือนเดิม เพียงแต่มีขนาดเล็กกว่ามาก เป้าหมายคือการให้ความรู้ ช่วยให้ผู้คนเข้าใจนาฬิกา และสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ เรื่องนี้ไม่ควรถูกมองข้าม เรามาอิตาลีเพื่อให้ความรู้แก่ทั้งผู้แทนจำหน่ายและลูกค้าของพวกเขาด้วย

สิ่งที่เปลี่ยนคือขนาดและเนื้อหา เรามีกลไกใหม่ เทคโนโลยีใหม่ และพื้นที่มากขึ้น เพราะมีทรัพยากรที่จะลงทุนมากขึ้น การจัดงานขนาดนี้ต้องใช้งบประมาณหลายล้าน หากบริษัทแข็งแกร่งก็ทำได้ แต่หากไม่แข็งแกร่ง การลงทุนเช่นนี้อาจเป็นความเสี่ยง

ดังนั้น ขนาดของงานพัฒนาขึ้น เนื้อหามากขึ้น แต่สารหลักที่ต้องการสื่อยังเหมือนเดิม วันนี้เรานำชิ้นงานจากพิพิธภัณฑ์มาประมาณหนึ่งร้อยชิ้น ต่างจากช่วงแรกที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น

อีกสิ่งที่พัฒนาคือการเปิดโอกาสให้ผู้ชมพูดคุยกับช่างนาฬิกาและวิศวกรโดยตรง พวกเขาสามารถถามคำถามได้จริง ๆ ความสัมพันธ์ระหว่างคนของ Patek Philippe กับลูกค้า การได้พบกันต่อหน้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ

ถาม: AI สามารถเพิ่มคุณค่าให้การทำงานของ Patek Philippe ในด้านใดบ้าง ตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการผลิต?
Thierry Stern: AI ช่วยเรื่องเอกสารและการจัดระเบียบงานได้ ผู้ช่วยของเราต้องดูแลอีเมลจำนวนมาก ส่วนการค้นข้อมูลในจดหมายเหตุก็ใช้เวลา AI น่าจะช่วยจัดหมวดหมู่และค้นหาข้อมูลเหล่านั้นได้รวดเร็วขึ้น นี่คือสิ่งที่มันควรทำ

แต่ AI ไม่ควรเข้ามาแทนผมในด้านการสร้างสรรค์ ผมอาจใช้มันช่วยงานที่ต้องทำให้เร็วขึ้น แต่ไม่ได้เพิ่มคุณค่าทางความคิดสร้างสรรค์โดยตรง ยกตัวอย่างการนำภาพเขียนมาปรับใช้กับนาฬิกาพก ภาพต้นฉบับเป็นสี่เหลี่ยม แต่เราต้องย่อและปรับองค์ประกอบให้เข้ากับพื้นที่ทรงกลม งานนี้อาจใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์หรือมากกว่า ถ้า AI ช่วยขั้นตอนนี้ได้ ทำไมจะไม่ใช้?

แต่เมื่อเป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ ผมคิดว่าต้องระวัง เราเคยลองเล่นกับมัน ผลลัพธ์อาจสวยและมีแนวคิดมากมาย แต่สิ่งนั้นไม่ใช่เรา ไม่ใช่จิตวิญญาณหรือ DNA ของผม ต่อให้สวย ผมจะมองหน้าคุณแล้วบอกว่า “เราสร้างมันขึ้นมา” ได้อย่างไร?

ผมยังไม่พร้อมยกหุ้นครึ่งหนึ่งให้คอมพิวเตอร์ครับ ผมคิดว่าสมองของผมยังทำงานได้ดี และลูกชายทั้งสองก็น่าจะมีความสามารถเพียงพอที่จะสร้างสรรค์และนำ Patek Philippe ต่อไป เราใช้ AI ช่วยได้ แต่ควรใช้กับงานที่มีประโยชน์จริง ๆ งานเอกสารเป็นสิ่งที่กินเวลามาก และผมไม่อยากเสียเวลาไปกับมัน

ถาม: ในการออกแบบนาฬิกาสำหรับผู้หญิง แบรนด์ให้ความสำคัญกับอะไร และแนวคิดนี้เปลี่ยนไปตามกาลเวลาหรือไม่?
Thierry Stern: คุณภาพ คุณภาพ และคุณภาพครับ สิ่งนี้ไม่เคยเปลี่ยน มีแต่พัฒนาขึ้น มาตรฐานของนาฬิกาผู้หญิงเหมือนกับนาฬิกาผู้ชาย เราต้องมอบคุณภาพที่ดีที่สุด งานตกแต่งที่ดีที่สุด และการออกแบบที่ดีที่สุด พร้อมสร้างความประหลาดใจให้ผู้สวมใส่ด้วย

สำหรับผลงานที่จะเปิดตัว สิ่งที่น่าสนใจคือเรานำเสนอเป็นทั้งคอลเลกชั่น การสร้างนาฬิกาหนึ่งรุ่นก็ท้าทายแล้ว แต่การสร้างหลายรุ่นให้เป็นคอลเลกชั่นยิ่งยากขึ้น คุณจะได้เห็นในคืนนี้ ผมยังไม่อยากพูดถึงผลิตภัณฑ์มากกว่านี้

สิ่งที่เปลี่ยนไปอาจเป็นวิธีสื่อสารและนำเสนอผลิตภัณฑ์ เมื่อห้าสิบปีก่อนเรามีเอกสารและแค็ตตาล็อก แต่วันนี้ เมื่อเดินเข้าไปในห้องจัดแสดง คุณจะเข้าใจว่าเราสื่อสารกับผู้ชมอย่างไร

ถาม: คุณให้ความสำคัญกับประสบการณ์ในร้านมากกว่าการซื้อออนไลน์ แล้วทำงานกับผู้แทนจำหน่ายอย่างไร เพื่อให้คนรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับดิจิทัลอยากเข้ามาชมนาฬิกาจริง?
Thierry Stern: ผมคิดว่าเราต้องมีทั้งสองโลก คุณสามารถนำเสนอนาฬิกาทางอินเทอร์เน็ตได้ วันนี้เราเห็นมันผ่านโทรศัพท์หรือ iPad แต่เมื่อห้าสิบปีก่อนเราดูผ่านแค็ตตาล็อก หลักการไม่ได้ต่างกันมากนัก และลูกค้าก็ยังต้องการมาลองของจริง

เมื่อเห็นภาพหรือวิดีโอ ลูกค้าอาจคิดว่า “สวยดีนะ แต่ขอลองบนข้อมือก่อน” นี่คือจุดสำคัญ และเป็นเหตุผลที่เราต้องมีผู้แทนจำหน่าย

เราจึงพยายามให้ร้านมีนาฬิกาเพียงพอที่จะเป็นตัวแทนของคอลเลกชั่น ลูกค้าที่เข้ามาจะได้ลองและพิจารณาของจริง หากร้านว่างเปล่า จะมีประโยชน์อะไร? ถ้าเข้ามาเพื่อดูเพียงภาพ คุณก็ดูจากโทรศัพท์ได้

กิจกรรมก็ช่วยได้ แต่ต้องน่าสนใจ การเสิร์ฟแชมเปญและอาหารดี ๆ ยังไม่เพียงพอ เมื่อมางานของ Patek Philippe ผู้ร่วมงานย่อมคาดหวังคำอธิบายที่ดี ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์จริง และพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ เราต้องมอบสิ่งเหล่านี้ให้พวกเขา

แต่ละประเทศมีรูปแบบการจัดงานของตัวเอง ขณะเดียวกันก็มีการดูแลจากเจนีวาและมีกลยุทธ์ร่วมกัน สิ่งที่เราสื่อสารในออสเตรเลียควรสอดคล้องกับสิ่งที่สื่อสารในสวิตเซอร์แลนด์

ถาม: เมื่อผู้คนมักนึกถึงมรดกของ Patek Philippe ก่อน เรื่องราวด้านการวิจัยและพัฒนา รวมถึงนวัตกรรม ถูกบดบังไปหรือไม่?
Thierry Stern: ไม่ครับ เพราะมรดกเหล่านั้นเกิดจากการวิจัยและพัฒนาในยุคของมัน ผมถามเสมอว่า Patek Philippe เป็นที่รู้จักเพราะอะไร? เพราะผมเป็นคนสนุก หรือเพราะเราเป็นธุรกิจครอบครัวหรือ? ไม่ใช่ครับ เราเป็นที่รู้จักเพราะความเชี่ยวชาญในการทำนาฬิกา

นั่นหมายถึงกลไก นวัตกรรมที่เราพัฒนาขึ้น ชิ้นส่วนเล็กๆ ภายใน วิธีตกแต่ง วิธีบูรณะ และการออกแบบตัวเรือนที่ห่อหุ้มกลไกเหล่านั้น

ผมไม่ได้อยากให้ผู้คนรู้จักเราเพียงเพราะ Nautilus (นอทิลุส) เรือนหนึ่งขายได้สิบล้านยูโร ผมยินดีกับเรื่องนั้น แต่ไม่ใช่เหตุผลหลักที่อยากให้คุณรู้จักแบรนด์ ผมอยากให้รู้ว่าเรามีกลไกหลากหลายประเภท มี 64 คาลิเบอร์ในคอลเลกชั่นตามที่กล่าวถึงในวันนี้ และยังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เรามีนาฬิการาว 170–180 แบบ ครอบคลุมคอลเลกชั่นต่าง ๆ นี่คือสิ่งสำคัญ

ผมจึงอยากให้พิพิธภัณฑ์อยู่ตรงกลางของการสื่อสารมากขึ้น แต่ต้องทำให้มีชีวิตสำหรับคนรุ่นใหม่ ภายในนิทรรศการมีตู้จัดแสดงที่ใช้วัตถุเล่าเรื่อง และอีกตู้มีภาพยนตร์ประกอบอยู่ด้านหลัง นี่คือทิศทางที่ผมอยากเห็นในพิพิธภัณฑ์ ให้ประวัติศาสตร์มีชีวิต ไม่ใช่สวยงามแต่เงียบจนดูไร้ชีวิต

การสื่อสารเรื่อง R&D ก็เช่นเดียวกัน เราต้องเน้นเทคโนโลยีและองค์ความรู้ เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้ Patek Philippe เป็นที่รู้จัก ผมเคารพ Nautilus และเห็นว่าเป็นงานออกแบบที่ดี แต่แบรนด์มีมากกว่านาฬิกาหนึ่งรุ่นหรือราคาประมูลของนาฬิกาหนึ่งเรือน

เมื่อผลงานของเราขายได้ 31 ล้านในงาน Only Watch (โอนลี วอทช์) บางคนรู้จักเราเพียงจากตัวเลขนั้น ผมดีใจครับ แต่ตัวเลขนั้นไม่ใช่ทั้งหมดของ Patek Philippe

ถาม: นิทรรศการเดินทางไปยังเมืองที่มีวัฒนธรรมต่างกัน สำหรับมิลาน คุณอยากเล่าเรื่องอะไร และสิ่งนั้นเชื่อมโยงกับผู้ชมอย่างไร?
Thierry Stern: ผมไม่คิดว่าเราเล่าเรื่องต่างกัน เราปรับชิ้นงานให้เหมาะกับประเทศที่ไปจัดงาน แต่เรื่องราวหลักเหมือนเดิม คือการส่งเสริมศิลปะการสร้างเครื่องบอกเวลาชั้นสูง

ที่มิลาน เราต้องการนำเสนอทั้งองค์ความรู้และความหลงใหลของเรา สิ่งที่แตกต่างอาจเป็นคอลเลกชั่นรุ่นผลิตจำกัดที่สร้างขึ้นสำหรับประเทศนั้น นี่เป็นแนวคิดที่ผู้คนชื่นชอบ แต่ก็เป็นความท้าทาย เพราะนักสะสมทั่วโลกอยากได้สักเรือน ขณะที่เราตั้งใจให้ลูกค้าในประเทศนั้นมีโอกาสก่อน ผมรู้ว่านักสะสมมีวิธีหาคนมาช่วยให้ได้ครอบครอง แต่เงื่อนไขนี้ก็ทำให้ยากขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก

อย่าลืมว่าไม่มีใครจำเป็นต้องมี Patek Philippe นาฬิกาของเราเป็นสิ่งที่ซื้อด้วยความพึงพอใจ ดังนั้น ผมสนใจว่าครั้งนี้เราจะจุดประกายความหลงใหลให้ผู้ชมอย่างไรมากกว่า

ครั้งนี้ผมคิดว่าชิ้นงานที่เกี่ยวกับ Fiat 500 (เฟียต ห้าร้อย) จะเป็นสิ่งที่หลายคนอยากได้ เป็นผลงานที่มีเสน่ห์มาก เรื่องนี้จึงเกี่ยวกับความสุขที่ได้รับด้วย แต่ DNA ภาษาในการสื่อสาร และกลยุทธ์ของเราไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะอยู่ที่นี่ สิงคโปร์ หรือออสเตรเลีย

ถาม: มีอะไรในนิทรรศการครั้งนี้ที่แม้แต่นักสะสม Patek Philippe มายาวนานก็อาจประหลาดใจ?
Thierry Stern: พวกเขาอาจประหลาดใจที่ได้เห็นลูกชายผมอยู่ที่นี่ในวันนี้ครับ นอกเหนือจากนั้น มีสิ่งใหม่มากมาย ผมคิดว่าแต่ละคนจะพบอะไรบางอย่างที่ทำให้ประหลาดใจ

จดหมายเหตุก็น่าประทับใจมาก เราเคยเห็นห้องจดหมายเหตุของ Audemars Piguet (โอเดอมาร์ ปิเกต์) ซึ่งออกแบบได้ยอดเยี่ยม แต่ผมก็พิจารณาด้วยว่ามีเอกสารจริงมากน้อยแค่ไหน

เมื่อคุณได้เห็นจดหมายเหตุของเรา คุณจะเห็นทั้งปริมาณและสิ่งที่มีอยู่จริง ผมไม่จำเป็นต้องสร้างเรื่องขึ้นมา เอกสารเหล่านี้มีพลังมาก

ผมยังรู้สึกแปลกนิดหน่อยที่เห็นใบหน้าของตัวเองอยู่ในพื้นที่นั้น ผมยังอยู่ตรงนี้นะครับ อาจเร็วไปสักหน่อย! แต่สิ่งสำคัญคือมันไม่ได้เล่าเพียงเรื่องของเจ้าของบริษัท ยังเล่าเรื่องของกลไกและชิ้นส่วนแต่ละชิ้นด้วย กลไกคือหัวใจของ Patek Philippe และเราไม่ควรลืมเรื่องนี้

ถาม: คุณพ่อของคุณเคยพูดถึงความรับผิดชอบในการส่งต่อบริษัทที่แข็งแกร่งกว่าเดิมให้คนรุ่นถัดไป แล้วคุณอยากส่งต่อมรดกแบบใด?
Thierry Stern: เป็นคำถามที่ตอบยากครับ ผมคงตอบว่าความสุขในการทำงานและความมีน้ำใจ ส่วนเรื่องคุณภาพและมาตรฐานต่างๆ Adrien (อาเดรียง) และ Tristan (ทริสตัน) กำลังเรียนรู้อยู่แล้ว และไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากผมเพียงคนเดียว เรามีทีมที่ดีซึ่งช่วยถ่ายทอดความรู้ให้พวกเขาได้

มรดกที่ผมอยากทิ้งไว้คือการที่ผู้คนพูดถึงเราว่า “พวกเขายังมีความเป็นมนุษย์” เราไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทใหญ่ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการอยู่ในกลุ่มบริษัทเป็นเรื่องไม่ดี เพียงแต่เป็นวิธีดำเนินงานอีกแบบหนึ่ง สำหรับเรา ความเป็นมนุษย์และความสนุกในการทำงานยังคงสำคัญ

ถาม: ในผลิตภัณฑ์ คุณตัดสินใจสร้างสมดุลระหว่างเทคโนโลยีใหม่กับประเพณี งานฝีมือ และการตกแต่งอย่างไร?
Thierry Stern: ไม่ง่ายครับ นี่เป็นหนึ่งในโจทย์หลักของเรา และเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าจะนำรุ่นใดออกจากคอลเลกชั่น เพื่อเปิดพื้นที่ให้รุ่นใหม่ด้วย เราต้องพิจารณาทั้งปริมาณ ระยะเวลาที่รุ่นนั้นอยู่ในคอลเลกชั่น และความสำเร็จของมัน

หากนั่งลงแล้วถามว่ารุ่นไหนควรยุติการผลิต รุ่นไหนไม่ได้รับความนิยม การตัดสินใจก็ซับซ้อนมาก ยกตัวอย่างนาฬิกามินิทรีพีตเตอร์ที่มีการแสดงวันที่แบบเรโทรเกรด เราเห็นความนิยมลดลง จึงคิดว่าควรยุติรุ่นนี้หรือไม่ แต่เมื่อผมเสนอหน้าปัดแซฟไฟร์แบบใหม่ ความนิยมก็กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว สุดท้ายเรามองหน้ากันแล้วถามว่า “ยังควรหยุดผลิตอยู่ไหม?” คำตอบคือไม่

ผมคิดว่าประสบการณ์สำคัญมาก อีกสิ่งที่สำคัญคือเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วโลก พวกเขาส่งข้อมูลมาให้เรา ทั้งเพื่อประกอบการตัดสินใจด้านนวัตกรรมและการปรับคอลเลกชั่น เราทำงานกับผู้แทนจำหน่ายชั้นนำ และต้องอาศัยความเข้าใจลูกค้าของพวกเขาด้วย

ทีมงานต้องวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านั้นก่อนตัดสินใจ แต่ไม่มีหนังสือ คอมพิวเตอร์ หรือ AI ที่บอกคำตอบให้ได้ทั้งหมด สุดท้ายต้องอาศัยวิจารณญาณและสัญชาตญาณจากประสบการณ์

ถาม: มีคำถามอะไรที่คุณยังไม่ได้ถูกถามในวันนี้?
Thierry Stern: เป็นคำถามที่ดีครับ “คุณโสดหรือเปล่า?” ยังไม่มีใครถามเลย! หรืออาจเป็น “ห้องน้ำอยู่ที่ไหน?” แต่เอาจริง ๆ ผมตอบยาก เพราะมีคนถามหลายเรื่องแล้ว

ผมนึกถึงคำถามว่า “เมื่อไรคุณจะหยุดทำงาน?” แต่วันนี้ก็มีคนถามไปแล้วในอีกลักษณะหนึ่ง ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนรุ่นใหม่ที่สุดอยู่เสมอ แต่วันนี้ผมอายุ 56 แล้ว เห็น Adrien อยู่ตรงนี้ และต่อไปน้องชายของเขาก็จะเข้ามา วันหนึ่งผมต้องปล่อยมือ ซึ่งผมยอมรับได้ เพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ แน่นอนว่ายังไม่ใช่ตอนนี้ครับ

ผมคงไม่รอนานเท่าคุณพ่อ ซึ่งหยุดทำงานตอนอายุ 75 หรือมากกว่านั้น ผมอยากมีเวลาใช้ชีวิตบ้าง และคิดว่าควรเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นถัดไปด้วย

ผมจะยังช่วยพวกเขาอย่างแน่นอน วันนี้เทคโนโลยีทำให้ผมช่วยงานจากที่ไหนในโลกก็ได้ ผ่านโทรศัพท์ iPad หรือคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าถามว่าจะหยุดเมื่อไร ผมยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ถาม: มีเรื่องใดเกี่ยวกับ Patek Philippe ที่คุณคิดว่านักสะสมยังไม่เข้าใจ?
Thierry Stern: นักสะสมตัวจริงรู้มากครับ สิ่งที่พวกเขาไม่อยากเข้าใจอาจเป็นเรื่องที่ต้องรอ ซึ่งเป็นธรรมดา พวกเขาบอกว่า “ผมเป็นนักสะสม อยากได้นาฬิการุ่นใหม่ ทำไมต้องรอ?” ผมเรียกสิ่งนั้นว่าความหลงใหล และเคารพมันอย่างเต็มที่

แต่ในแง่ความรู้ ผมคิดว่าพวกเขารู้มาก เราให้ข้อมูลผ่านนิทรรศการ การเยี่ยมชมโรงงาน และกิจกรรมต่าง ๆ นักสะสมคือคนที่เข้ามา ตั้งคำถาม และพิจารณาทุกรายละเอียด

สื่อก็มีส่วนสำคัญ บทความของคุณช่วยถ่ายทอดข้อมูลเหล่านั้น หากใครมีความหลงใหลมากพอ และมีเวลาอ่านบทความกับหนังสือ เขาอาจรู้บางเรื่องมากกว่าผมเสียอีก ซึ่งผมชอบมากครับ

ถาม: คุณพ่อของคุณมีบทบาทสำคัญในการฟื้นความสนใจในนาฬิกากลไกซับซ้อนหลังวิกฤตควอตซ์ ส่วนคุณก็ทำให้ Patek Philippe เป็นที่รู้จักมากขึ้น แล้วความท้าทายของ Adrien ในอนาคตคืออะไร?
Thierry Stern: เราไม่มีทางรู้อนาคตแน่นอนครับ แต่ผมคิดว่าความท้าทายคือการรักษาการรับรู้และความสนใจในแบรนด์ รวมถึงความเป็นอิสระของบริษัท เขาต้องรักษากลยุทธ์เดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ทำให้แบรนด์ยังมีเสน่ห์ในโลกที่เทคโนโลยีทรงพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว

AI เข้ามาเร็วมาก แต่เขายังมีข้อได้เปรียบ เพราะผู้คนจำนวนมากไม่เข้าใจว่ามันทำงานอย่างไร นาฬิกากลไกต่างออกไป มันทำให้เรากลับมาสัมผัสสิ่งที่เข้าใจได้ เป็นศิลปะ เป็นเครื่องบอกเวลา และเป็นกลไกที่สมองของเราพอจะทำความเข้าใจได้ ความเข้าใจนั้นสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจ

หากเขาสื่อสารคุณค่าเหล่านี้ได้ พร้อมสร้างนวัตกรรมและปรับแบรนด์ให้สอดคล้องกับความต้องการ ผมคิดว่าก็มีโอกาสประสบความสำเร็จ ผมไม่เห็นเหตุผลที่นาฬิกากลไกจะหายไป

อีกเรื่องคือความยั่งยืน ซึ่งสำคัญขึ้นเรื่อยๆ และ Patek Philippe ก็มีจุดแข็งในด้านนี้ เมื่อนาฬิกาหยุดทำงาน คุณไม่ได้ทิ้งมัน เราจะซ่อมให้ นี่เป็นเรื่องที่ทั้งเราและคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญ ผมคิดว่าเหล่านี้คือความท้าทายของเขา และผมไม่เห็นเหตุผลว่าทำไมเขาจะทำไม่ได้

ถาม: คุณเคยบอกว่าผู้แทนจำหน่ายควรให้โอกาสลูกค้ารุ่นใหม่ แทนที่จะขายนาฬิกาให้ลูกค้า VVIP กลุ่มเดิมเสมอ เรื่องนี้คืบหน้าอย่างไร?
Thierry Stern: เรายังพยายามอยู่ครับ และยอมรับว่าไม่ง่าย มีสองประเด็นหลัก ประเด็นแรกคือเราอยากให้ผู้แทนจำหน่ายให้ความสำคัญกับลูกค้าในพื้นที่ พวกเขาขายให้นักท่องเที่ยวได้ แต่ควรรักษาสัดส่วนให้เหมาะสม

ผมไม่คิดว่ามีสิทธิ์ไปบังคับพวกเขา แต่แนะนำเช่นนี้เพื่อประโยชน์ของร้านเอง ช่วงโควิดแสดงให้เห็นว่าการมีฐานลูกค้าในพื้นที่ช่วยให้ร้านอยู่รอดได้ เพราะก่อนหน้านั้นเราแนะนำให้พวกเขาสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มนี้ไว้

ประเด็นที่สองคือผู้แทนจำหน่ายต้องกล้าให้โอกาสลูกค้าใหม่และลูกค้าอายุน้อย แม้ยังไม่รู้จักดีนัก พวกเขามักกังวลว่า หากขายให้ใครแล้วคนนั้นนำไปขายต่อในวันรุ่งขึ้นด้วยราคาสูงกว่าหลายเท่า เราจะยุติความสัมพันธ์กับร้านหรือไม่

ผมบอกว่า หากคุณพยายามทำความรู้จักลูกค้าและทำหน้าที่อย่างเหมาะสม ผมจะไม่ยุติความสัมพันธ์เพียงเพราะคุณตัดสินใจผิดครั้งหนึ่ง เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเราในเจนีวาเช่นกัน ผมกำลังขอให้พวกเขายอมรับความเสี่ยงเพื่อค้นหาลูกค้าใหม่

จะเริ่มจาก Nautilus, Aquanaut (อควานอต) หรือ Calatrava (คาลาทราวา) ก็เป็นการตัดสินใจของร้าน แต่ต้องเปิดโอกาสบ้าง หากไม่สร้างลูกค้าใหม่ ธุรกิจก็ไปต่อไม่ได้

เราเข้มงวดเรื่องการขายต่อก็จริง แต่ไม่ควรเข้มงวดกับผู้แทนจำหน่ายจนพวกเขาไม่กล้าทำอะไร หากร้านรู้จักลูกค้า เห็นว่าเคยซื้อนาฬิกาแบรนด์อื่นมาก่อน และมีความสนใจจริง ก็อาจถึงเวลาที่จะให้โอกาสเขาเป็นเจ้าของ Patek Philippe

ขณะเดียวกัน ร้านต้องกล้าบอกนักสะสมเดิมว่า “ปีนี้ผมขายให้คุณสามเรือนไม่ได้ อาจได้เพียงหนึ่งหรือสองเรือน เพราะต้องเก็บอีกเรือนไว้ให้ลูกค้าใหม่” นี่คือความรับผิดชอบของผู้แทนจำหน่าย

บางร้านเลือกโยนเหตุผลมาให้เรา บอกลูกค้าว่า “ผมอยากขายให้คุณ แต่ Patek Philippe ผลิตไม่พอ” สำหรับผม นั่นเป็นคำตอบที่ง่ายเกินไป ร้านต้องรับผิดชอบต่อการจัดสรรนาฬิกาของตัวเองด้วย

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้