HUBLOT & TAKASHI MURAKAMI

Last updated: 8 ก.พ. 2566  |  487 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT & TAKASHI MURAKAMI

ผลลัพธ์แห่งความร่วมมือครั้งใหม่ระหว่าง Hublot (อูโบลท์) และ Takashi Murakami (ทาคาชิ มุราคามิ) นำเสนอผลงาน NFTs (เอ็นเอฟที) รวมถึงนาฬิการุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะเพียงหนึ่งเดียวทั้ง 13 เรือน ที่ถ่ายทอดไว้ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของดอกมุราคามิหรือดอกไม้ยิ้มไอคอนิกอันเป็นศูนย์กลางในผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นท่านนี้

“สัมพันธภาพที่มีร่วมกับ Takashi Murakami นั้น ทำให้เราสามารถสร้างซึ่งประวัติศาสตร์ที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กับทุกๆ ผลงานที่เราได้เปิดตัวร่วมกับ Takashi ทั้งชิ้นงานดิจิทัลและตัวนาฬิกาเอง ด้วยความศรัทธาต่อประวัติศาสตร์ของตน นับเป็นอีกครั้งที่ Hublot คือแบรนด์แรก เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ และแตกต่าง ในการมอบรางวัลให้กับเหล่านักสะสม และมอบซึ่งอภิสิทธิ์ในการเข้าถึงทั้งความเป็นเจ้าของและการซื้อขายผลงานเชิงศิลป์อันมีเอกลักษณ์หนึ่งเดียว Hublot Loves Art!” / Ricardo Guadalupe (ริคาร์โด กัวดาลูเป) / Hublot CEO

“นับตั้งแต่ที่ความร่วมมือของผมกับ Hublot ได้ถูกประกาศขึ้น เราได้สร้างการรับรู้ร่วมกันว่าเราจะรับเอารูปแบบใหม่ๆ ของการแสดงออกเชิงศิลป์มาใช้ หลังจากการสร้างสรรค์เรือนเวลาทั้งหมดขึ้นร่วมกัน เช่นเดียวกับงานศิลปะดิจิทัล ในวันนี้เราได้เดินหน้าสร้างจินตนาการต่อยอดสู่วิถีใหม่ๆ ของการเข้าถึงศิลปะร่วมสมัย” / Takashi Murakami (ทาคาชิ มุราคามิ)

ในงานเอ็กซ์คลูซีฟที่จัดขึ้น ณ Glass House (กลาส เฮาส์) ในนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 Hublot และ Takashi Murakami ได้ประกาศถึงโครงการแห่งความร่วมมือเชิงศิลป์ครั้งที่สี่ กับการเปิดตัว NFTs ใหม่ 13 ชิ้นงาน และนาฬิกาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวทั้ง 13 เรือน โดยการประกาศครั้งนี้ยังเป็นตัวแทนสะท้อนถึงความต่อเนื่องของโครงการต่างๆ นับจากอดีต พร้อมทั้งเป็นการมอบรางวัลให้กับผู้ซื้อนาฬิกาและนักสะสมชิ้นงาน NFTs ชุดแรกๆ ผ่านทางการเข้าถึงแบบเอ็กซ์คลู-ซีฟเฉพาะ

NFTs ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะทั้ง 13 ชิ้นงานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวิดีโอเกมและโทรทัศน์ของญี่ปุ่นจากยุค 1970s เช่นเดียวกับนาฬิกา Classic Fusion Takashi Murakami All Black (คลาสสิก ฟิวชั่น ทาคาชิ มุราคามิ ออล แบล็ก) ผลงานแห่งความร่วมมือกันครั้งแรกระหว่างแบรนด์นาฬิกาสวิสฯ และ Takashi Murakami ที่เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม ปี ค.ศ. 2021 โดยผลงาน NFTs เหล่านี้จะเชื่อมโยงกับนาฬิกา Classic Fusion (คลาสสิก ฟิวชั่น) รุ่นใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวและผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 13 เรือน พร้อมทั้งเตรียมที่จะเผยโฉมในงาน Watches & Wonders 2023 (วอทช์เชส แอนด์ วันเดอร์ส 2023) ที่เจนีวา สำหรับนาฬิกา 12 เรือนของรุ่นนี้จะมีจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟผ่านช่องทางออนไลน์บนเว็บไซต์ hublot.com ซึ่งจะสามารถเข้าถึงได้เฉพาะเพียงเจ้าของผู้ครอบครองอย่างน้อยหนึ่งในชิ้นงาน NFTs จากทั้งหมด 324 ชิ้น ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 2022 ซึ่งเป็นผลงานแห่งความร่วมมือครั้งที่สามระหว่าง Hublot และ Takashi Murakami โดย NFTs ทั้ง 324 ชิ้น แต่เดิมนั้นถูกนำเสนอให้กับผู้เป็นเจ้าของหนึ่งในนาฬิกาสองรุ่นของ Hublot x Takashi Murakami ได้แก่ Classic Fusion Takashi Murakami All Black และ Classic Fusion Takashi Murakami Sapphire Rainbow (คลาสสิก ฟิวชั่น ทาคาชิ มุราคามิ ออล แบล็ค และ คลาสสิก ฟิวชั่น ทาคาชิ มุราคามิ แซฟไฟร์ เรนโบว์) ก่อนที่พวกเขาจะสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนชิ้นงานดิจิทัลนี้ได้ผ่านทางแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT อย่าง OpenSea (โอเพนซี) โดย ณ ช่วงเวลาระหว่างการประกาศโครงการใหม่นี้ที่นิวยอร์กในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 2023 จนถึงเวลาเริ่มต้นจำหน่ายในช่วงต้นเดือนเมษายน ค.ศ. 2023 ณ เจนีวา เป็นช่วงที่เปิดโอกาสให้นักสะสมที่สนใจหนึ่งในนาฬิการุ่นใหม่ได้มีโอกาสสะสมหนึ่งใน NFTs ที่จะมีจำหน่ายบน OpenSea โดยผู้ซื้อผู้โชคดีแต่ละคนที่ได้ครอบครองหนึ่งในนาฬิกาเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นใหม่ทั้ง 12 เรือนนี้ ก็จะได้รับ NFT เอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะของนาฬิกาเรือนนั้นๆ ไปด้วย

Hublot และ Takashi Murakami ได้ยกระดับนาฬิกาในฐานะงานศิลปะสู่มิติใหม่ โดยการเชื่อมโยงศิลปะแห่งการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงเข้ากับศิลปะดิจิทัล นาฬิกาเรือนที่ 13 ของคอลเลคชั่นนี้ซึ่งเปิดตัวที่นิวยอร์ก ในรุ่น Classic Fusion Takashi Murakami Black Ceramic Rainbow (คลาสสิก ฟิวชั่น ทาคาชิ มุราคามิ แบล็ก เซรามิก เรนโบว์) นับเป็นอีกหนึ่งผลงานมาสเตอร์พีซซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานสองรุ่นที่เปิดตัวมาแล้วก่อนหน้า โดยนาฬิการุ่นนี้ได้ตีความหมายใหม่ให้กับสัญลักษณ์อันเป็นไอคอนิกของ Takashi Murakami อย่าง ดอกมุราคามิ หรือดอกไม้ยิ้ม ภายในเรือนเวลากลีบดอกไม้ทั้ง 12 กลีบได้ถูกสร้างสรรค์ผ่านการไล่เฉดสีอย่างสมบูรณ์แบบจากอัญมณีต่างๆ ทั้ง ทับทิม, แซฟไฟร์, อเมทิสต์, ซาโวไรต์ และโท-แพซ ต้องขอบคุณระบบลูกบอลรองรับ (ball-bearing) อัจฉริยะที่พัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรของ Hublot ที่ทำให้กลีบดอกไม้เหล่านี้ไม่เพียงรังสรรค์ภาพอันมีชีวิตชีวาของสีสัน แต่พวกมันยังสามารถหมุนบนแกนไปตามแต่ละการเคลื่อนไหว ขณะที่การเคลื่อนไหวของกลีบดอกไม้ได้สร้างสรรค์มิติอันโดดเด่นที่ตัดกับตัวเรือนเซรามิกสีดำ ขนาด 45 มม. และศูนย์กลางของรูปดอกไม้ยิ้มยังถูกจัดวางไว้ทางด้านบนของกระจกแซฟไฟร์เพื่อสร้างเป็นภาพสามมิติอันสวยงาม

ในขณะที่นาฬิกาอีก 12 เรือนซึ่งจะมีจำหน่ายและสามารถครอบครองได้โดยผู้ที่ถือครอง NFTs บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซเฉพาะนั้น ยังชวนให้นึกถึงดอกไม้ของศิลปินและเป็นตัวแทนของหนึ่งใน 12 กลีบดอกแต่ละกลีบ เป็นสัญลักษณ์ของ 12 ชั่วโมงบนหน้าปัด และ NFTs ทั้ง 12 ชิ้นงานอีกด้วย

หัวใจของนาฬิกาขับเคลื่อนด้วยกลไกจักรกล manufacture Unico calibre (แมนูแฟคเจอร์ ยูนิโค คาลิเบอร์) ที่ติดตั้งอยู่ภายในดีไซน์อันเป็นสัญลักษณ์ของ Classic Fusion โดยกลไกที่มีเอกลักษณ์เฉพาะหนึ่งเดียวนี้มอบพลังงานสำรองได้ 72 ชั่วโมง และในฐานะนาฬิกาแห่งความร่วมมือรุ่นที่สามระหว่าง Hublot และศิลปินชาวญี่ปุ่น การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นบทพิสูจน์ถึงน่าทึ่งที่ควรค่าแก่การสะสมซึ่งเกิดขึ้นจากสัมพันธภาพอันแน่นแฟ้นนี้

โดยในขั้นต่อไป นักสะสมจะมีช่วงเวลาตลอดหนึ่งปีเต็มระหว่างนี้ที่พวกเขาจะมีโอกาสได้ซื้อขาย NFTs ทั้ง 12 ชิ้นงานได้บนแพลตฟอร์ม OpenSea จนถึงเดือนเมษายน ค.ศ. 2024 โดยจะมีเพียงนักสะสมผู้ซึ่งครอบครองชิ้นงาน NFTs ใหม่ทั้ง 12 ชิ้นนี้เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์ซื้อในการซื้อนาฬิกาเรือนที่ 13 อันเป็นที่ตามหามากที่สุด นั่นคือ Classic Fusion Takashi Murakami Black Ceramic Rainbow และหากเกิดกรณีที่ไม่มีผู้ใดสามารถครอบครอง NFTs ทั้ง 12 ชิ้นได้ทั้งหมด นาฬิกาเรือนนี้จะถูกนำไปประมูลโดย Hublot เพื่อระดมและสมทบทุนให้กับการกุศลต่อไป


เกี่ยวกับ Hublot

Hublot (อูโบลท์) เป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาสวิสฯ ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1980 และมีฐานอยู่ในเมือง Nyon (นียง) นับจากผลงานเรือนเวลารุ่นแรกของแบรนด์ บริษัทได้ทลายซึ่งหลักการพื้นฐานของการประดิษฐ์นาฬิกาโดยเลือกผสมผสานทองเข้ากับสายยาง ภายในตัวเรือนที่ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากช่องหน้าต่างวงกลมของเรือ (hublot ในภาษาฝรั่งเศส) อันเป็นที่มาของ Art of Fusion (ศิลปะแห่งการผสมผสาน) ที่ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยการผสมผสานของประเพณี นวัตกรรม งานฝีมือ โลกสาขาต่างๆ และพรสวรรค์อันหลากหลาย ที่หล่อหลอมกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสุนทรียะความสวยงามและความโดดเด่นทางด้านเทคนิคของแบรนด์

เอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ยังได้ถูกเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี ค.ศ. 2005 เมื่อนาฬิกา Big Bang (บิ๊ก แบง) ได้พิสูจน์ถึงองค์ความรู้อันมิอาจเทียบเคียงได้ในแง่ของความสลับซับซ้อน กลไกซึ่งผลิตภายในโรงงานของตนเอง และวัสดุอันล้ำสมัย ทั้ง คาร์บอน, ไทเทเนียม, เซรามิก และแซฟไฟร์ ที่ได้รับการพัฒนาบนนาฬิการุ่นนี้สู่ความเป็นที่สุดทางด้านเทคนิค

การบรรลุถึงคุณภาพระดับสูงอันน่าทึ่งที่นำมาใช้ในการประดิษฐ์รังสรรค์นาฬิกานี้ได้หล่อหลอมขึ้นภายใต้ปรัชญาอันแน่วแน่ของแบรนด์ นั่นคือ ‘Be First, Unique and Different’ (‘เป็นที่หนึ่ง มีเอกลักษณ์ และแตกต่าง’) และนำไปสู่การสร้างสรรค์คอลเลกชันอื่นๆ อย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมการออกแบบมากมาย ทั้งใน Classic Fusion (คลาสสิค ฟิวชั่น), Shaped Collection (เชป คอลเลกชัน) อันได้แก่ Spirit of Big Bang (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง), Square Bang (สแควร์ แบง) และ Manufacture Pieces (แมนูแฟคเจอร์ พีซเซส) โดยผลงานเหล่านี้ได้ดึงระดับแห่งงานฝีมือขั้นสูงมาใช้ ทั้งในแง่ของวัสดุศาสตร์อันเป็นที่รักยิ่งของ Hublot (อาทิ Magic Gold (เมจิก โกลด์), เซรามิกสีสดใส และแซฟไฟร์) ตลอดจนกลไกที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง (เช่น Unico chronograph (ยูนิโค โครโนกราฟ), Meca-10 (เมกา-10) และกลไกระดับแกรนด์คอมพลิเคชั่นอีกมากมาย อาทิ Tourbillon (ทูร์บิญอง), Cathedral Minute Repeater (คาธีดรัล มินิท รีพีทเตอร์) รวมถึงกลไกที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ Manufacture Pieces)

โลกของ Hublot ยังขยายสู่หลากหลายความร่วมมืออันเปี่ยมด้วยพลัง ซึ่งรวมไปถึงโลกแห่งฟุตบอล ด้วย ‘Hublot Loves Football’ (‘อูโบลท์รักฟุตบอล’) ที่กลายเป็นสโลแกน ณ การแข่งขันกีฬาอันยิ่งใหญ่สูงสุดระดับโลก (เช่น FIFA World CupTM (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ), Premier League (พรีเมียร์ ลีก), UEFA Champions LeagueTM (ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก), UEFA EUROTM (ยูฟ่า ยูโร)) รวมถึงผ่านเหล่าแอมบาสซาเดอร์ของแบรนด์ ความรักต่อฟุตบอลนี้ยังขยายต่อเนื่องไปยังสาขาแห่งศิลปะ, งานออกแบบ, ดนตรี, กีฬา, สไตล์แห่งอาหารไฟน์ไดนิ่ง และการแล่นเรือ ท้ายสุดกับความสัมพันธ์ของ Hublot ภายในโครงการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ กับ SORAI (โซไร) และ Polar Pod (โพลาร์ พอด) ที่ล้วนสะท้อนถึงความเอาใจใส่ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของวันนี้ โดยผ่านเครือข่ายบูติกเกือบ 130 แห่งทั่วโลกที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนซึ่งความมุ่งมั่นศรัทธาอันแรงกล้าและคุณค่าของ Hublot พร้อมด้วยแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ Hublot.com

ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ทาง: @Hublot @Hublot_Bangkok #Hublot #HublotBangkok

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้