\\

HUBLOT Big Bang Unico Nespresso Origin

Last updated: 26 พ.ค. 2566  |  240 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HUBLOT Big Bang Unico Nespresso Origin

ในฐานะส่วนหนึ่งของโครงการริเริ่ม Second Life (เซคกันด์ ไลฟ์) ตลอด 7 ปีที่ผ่านมา Nespresso (เนสเพรสโซ) ได้จับมือร่วมกับแบรนด์สวิสมากมาย เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่จากแคปซูลอะลูมิเนียมที่ใช้แล้ว เช่นเดียวกับ Big Bang Unico Nespresso Origin (บิ๊ก แบง ยูนิโค เนสเพรสโซ ออริจิน) ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจากความร่วมมือระหว่าง Hublot (อูโบลท์) และ Nespresso ที่ได้แลกเปลี่ยนซึ่งคุณค่าแห่งนวัตกรรม ความล้ำเลิศและความยั่งยืน อันเป็นดั่งหัวใจแก่นแท้ของทั้งสองแบรนด์

ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1980 Hublot เป็นที่รู้จักจากปรัชญา Art of Fusion (ศิลปะแห่งการผสมผสาน) ด้วยการพัฒนาโลหะผสม วัสดุ และวัสดุคอมโพสิตชนิดใหม่ๆ รวมถึงผลักดันซึ่งพรมแดนแห่งการสร้างสรรค์วัสดุที่แตกต่าง และผสมผสานยางไว้ในหัวใจของอุตสาหกรรมการประดิษฐ์นาฬิกาโดยการใช้ยางเพื่อรังสรรค์สายนาฬิกา ขณะที่นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1986 Nespresso ไม่เพียงสร้างซึ่งการปฏิวัติแห่ง Art of Coffee (ศิลปะแห่งกาแฟ) ด้วยระบบแบ่งส่วนกาแฟ ที่ทำให้เกิดความแม่นยำในการผสมและชงกาแฟต่างๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบออกเป็นรสชาติที่น่าจดจำ และยังได้เพิ่มคุณค่ามากยิ่งขึ้นด้วยระบบการรีไซเคิลที่ออกแบบขึ้นในปี ค.ศ. 1991 ซึ่งเป็นการแยกอะลูมิเนียมออกจากกากกาแฟ ทำให้แต่ละส่วนประกอบนั้นสามารถถูกนำกลับมาใช้ประโยชน์ต่อได้ใหม่ และนั่นจึงเป็นที่มาที่แคปซูลกาแฟได้กลายมาเป็นนาฬิกาในวันนี้ ตั้งแต่สายจรดตัวเรือน

และนี่คือครั้งแรกของโลก ด้วยจิตวิญญาณการบุกเบิกของทั้ง Hublot และ Nespresso ที่ได้เปลี่ยนรูปกากกาแฟใช้แล้วจากแคปซูลมาสู่สายของนาฬิกา ขณะที่อะลูมิเนียมรีไซเคิลซึ่งผสมผสานเข้ากับแคปซูลอะลูมิเนียมก็ได้กลายมาเป็นตัวเรือน ขอบตัวเรือน เม็ดมะยม และปุ่มกดของนาฬิกาเช่นกัน

นับเป็นความร่วมมือที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ให้สัญญาณโดยการสลักอักษร “N” ไอคอนิกของ Nespresso ไว้บนเม็ดมะยม และสีไอคอนิกของแคปซูล Master Origins Peru Organic (มาสเตอร์ ออริจินส์ เปรู ออร์แกนิก) โดยความหนาแน่นของทั้งสองวัสดุได้ถูกผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างเชี่ยวชาญเพื่อให้มั่นใจได้ถึงความทนทานของผลิตภัณฑ์ ซึ่งตัวเรือนขนาด 42 มม. ของ Big Bang Unico Nespresso Origin นี้รังสรรค์ขึ้นจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล โดย 28% ได้มาจากแคปซูลกาแฟ Nespresso นำมาผ่านกระบวนการอโนไดซ์ (การเคลือบผิว) ในเฉดสีเขียวสดใส และตกแต่งด้วยงานขัดด้านแบบซาตินและขัดเงา ส่วนเม็ดมะยมและปุ่มกดก็ผ่านกระบวนการแบบเดียวกัน ขณะที่ด้านล่างของตัวเรือนและส่วนบรรจุกลไกนั้นทำจาก Eco-Titanium (ไทเทเนียมรีไซเคิล) พร้อมหัวเข็มขัดปรับได้ไทเทเนียมที่มากับสายยางตกแต่งด้วยตัวปิดครอบอะลูมิเนียมรีไซเคิล และหัวเข็มขัดสไตล์สปอร์ตของสาย Velcro (เวลโคร) ก็ถูกรังสรรค์ด้วยเฉดสีเขียวอโนไดซ์เดียวกัน

Big Bang Unico Nespresso Origin ได้ใช้กากกาแฟรีไซเคิลจากแคปซูล Nespresso และนำเอาความพิเศษของสายระบบ One Click (วัน คลิก) ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วและได้รับจดสิทธิบัตรของ Hublot มาใช้ และเพื่อสร้างสรรค์สายยาง Hublot ได้สร้างความสมดุลของอัตราส่วนจากแต่ละส่วนผสมขึ้นด้วยความเชี่ยวชาญและเปี่ยมด้วยทักษะเพื่อให้ได้มาซึ่งสีและคุณภาพอันสมบูรณ์แบบ ส่วนสายผ้า Hublot ได้ร่วมมือกับ SingTex (ซิงเท็กซ์) หนึ่งในพันธมิตรของ Nespresso ผู้ซึ่งใช้กากกาแฟรีไซเคิลในการผลิตผ้าที่เรียกว่า SCafé (เอสคาเฟ่) ซึ่งเป็นผ้ารีไซเคิล 100% (ประกอบด้วยกากกาแฟ 5% และโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 95%) ซึ่งในวันนี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในการสร้างสรรค์สายนาฬิกา เพื่อถ่ายทอดถึงความสมดุลและมั่นใจได้ถึงความทนทานของสาย สายยางของรุ่นนี้เป็นการผสมผสานระหว่างกากกาแฟ 4.1% ยางรีไซเคิลสีขาว 8.2% และส่วนผสมอื่นๆ ตามปกติของ Hublot

Hublot ได้ใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็มในการวิจัยและพัฒนา โดยทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับ Nespresso เพื่อมอบผลลัพธ์ของความกลมกลืนอันสมบูรณ์แบบของสีสันของวัสดุที่ต่างกันถึง 7 ชนิดซึ่งนำมาใช้ในผลิตนาฬิกาจากตัวเรือนตลอดไปจนถึงสาย (อะลูมิเนียมอโนไดซ์, การเคลือบเงาบนหน้าปัดและเข็มชี้, รูปโลโก้ Hublot บนกระจก, ยางของสายนาฬิกา และผ้า รวมถึงการเดินสายและการเย็บตะขอและห่วงของสาย Velcro) เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความสม่ำเสมอของสีที่จะยังคงทนเหนือกาลเวลา

และนี่คือนาฬิกาแห่งสัญลักษณ์ Big Bang Unico Nespresso Origin คือผลงานการสร้างสรรค์ที่ Hublot และ Nespresso ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความเป็นไปได้ในการเพิ่มคุณค่าให้กับวัตถุดิบรีไซเคิล รวมถึงการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนได้อย่างไร้ขีดจำกัด

อีกหนึ่งครั้งแรกกับการเปิดตัวนาฬิกา Big Bang Unico Nespresso Origin ที่มาพร้อมกล่องนาฬิกา Hublot Greenbox (อูโบลท์ กรีนบ็อกซ์) กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ซึ่งพัฒนาขึ้นโดย Hublot ซึ่งจะถูกนำมาใช้สำหรับนาฬิกาคอลเลกชันต่างๆ ของแบรนด์ต่อไปในอนาคต โดยทำขึ้นจากไม้โอ๊คทั้งหมด รวมไปถึงบานพับของกล่อง แกะสลักมาจากท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่สามารถสืบหาถึงแหล่งที่มาได้ ขณะที่กระบวนการจัดหาและการผลิตนั้นยังมีส่วนช่วยลดขั้นตอนห่วงโซ่อุปทานให้สั้นลง อีกทั้งยังถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถนำกลับมาใช้ได้ใหม่ โดย 98% ขององค์ประกอบตกแต่งภายในสามารถถอดออกได้ทำจากชิ้นส่วนรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การทำขึ้นจากผ้ารีไซเคิล อวนพลาสติก และ PET (เพท) รวมไปถึงกระดาษและกระดาษแข็งรีไซเคิลที่ได้รับฉลาก eco-lablled สำหรับความร่วมมือกับ Nespresso กล่อง Hublot Greenbox ยังได้รับการออกแบบขึ้นเฉพาะโดยการประทับโลโก้ของทั้งสองแบรนด์และผนึกด้วยการใช้กากกาแฟ

“Big Bang Unico Nespresso Origin เป็นนาฬิกาที่ถือกำเนิดจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ของทั้ง Nespresso และ Hublot สองแบรนด์สวิสนักบุกเบิก และทั้งคู่ก่อตั้งขึ้นในช่วงยุค 1980s เดียวกัน โดยนาฬิการุ่นนี้คือ 3 นวัตกรรมครั้งแรกของโลก ทั้งการเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไปได้อย่างไม่สิ้นสุดในการนำวัสดุเหลือใช้หรือใช้แล้วมาสร้างสรรค์ใหม่ หรือ upcycling เช่น ตัวเรือนของ Big Bang ที่ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิลของแคปซูลกาแฟ Nespresso การเป็นนาฬิการุ่นแรกที่มาพร้อมสายยางซึ่งประกอบด้วยกากกาแฟรีไซเคิลจากแคปซูล Nespresso 4.1% และยางรีไซเคิล 8.2% และท้ายสุดคือการเป็นนาฬิการุ่นแรกที่มาพร้อมกับสาย Velcro ทำจาก SCafé ซึ่งเป็นผ้าที่ประกอบด้วยกากกาแฟรีไซเคิล 5% และ โพลีเอสเตอร์รีไซเคิล 95% โดยทีมวิจัยและพัฒนาต้องใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็มในการสร้างสรรค์ผลลัพธ์ให้เกิดความสม่ำเสมอของสีจากวัสดุทั้ง 7 ชนิดที่แตกต่างกันที่ถูกนำมาผลิตนาฬิกา พร้อมเสาะหาความสมดุลที่เหมาะสมของส่วนผสม และทดสอบด้านคุณภาพและความทนทานบนชิ้นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ทั้งหมด” / RICARDO GUADALUPE (ริคาร์โด กัวดาลูเป) - HUBLOT CEO

“Nespresso ภูมิใจที่ได้ผนึกกำลังกับ Hublot เพื่อสร้างสรรค์ Big Bang Unico Nespresso Origin โดยนาฬิการุ่นพิเศษนี้เป็นผลลัพธ์จากสัมพันธภาพระหว่างสองบริษัทสวิส ผู้ซึ่งมีคุณค่าแห่งนวัตกรรม คุณภาพ ความยั่งยืน และจิตวิญญาณสวิส อันล้วนเป็นกลไกสำคัญและหล่อหลอมอยู่ใน DNA ของพวกเราเช่นเดียวกัน จากการเป็น B Corp certified business ความร่วมมือกันครั้งนี้ได้ดำเนินการอย่างสอดคล้องไปตามความมุ่งมั่นของ Nespresso ในการเดินหน้าส่งผ่านโมเดลธุรกิจหมุนเวียน โดยการมอบชีวิตที่สองให้กับกากกาแฟและอะลูมิเนียมจากแคปซูลของเรา Big Bang Unico Nespresso Origin จึงนับเป็นภาพแสดงอันสมบูรณ์แบบถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนระหว่างการใช้วัตถุดิบหมุนเวียนและความหรูหรา ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์หมุนเวียนนั้นสามารถเป็นได้ทั้งความสง่างามและความประณีตเฉกเช่นผลิตภัณฑ์หรูปกติ พร้อมพิสูจน์ถึงโอกาสและความเป็นไปได้ในการผสมผสานคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสุนทรียะแห่งความสวยงามที่สามารถควบคู่ไปพร้อมกันได้เป็นอย่างดี” / GUILLAUME LE CUNFF (กิลโยม เลอ คันฟฟ์) - NESPRESSO CEO


เกี่ยวกับ HUBLOT
Hublot (อูโบลท์) เป็นบริษัทผู้ผลิตนาฬิกาสวิส ที่ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1980 และมีฐานอยู่ในเมือง Nyon (นียง) นับจากผลงานเรือนเวลารุ่นแรกของแบรนด์ บริษัทได้ทลายซึ่งหลักการพื้นฐานของการประดิษฐ์นาฬิกา โดยเลือกผสมผสานทองเข้ากับสายยางภายในตัวเรือน พร้อมด้วยงานออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจมาจากช่องอากาศวงกลมของเรือ (หรือ hublot ในภาษาฝรั่งเศส) อันเป็นที่มาของ Art of Fusion (ศิลปะแห่งการผสมผสาน) ที่ได้ถือกำเนิดขึ้น โดยการผสมผสานของประเพณี นวัตกรรม งานฝีมือ โลกสาขาต่างๆ และพรสวรรค์ด้านอื่นๆ ที่หล่อหลอมกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งสุนทรียะความสวยงามและความโดดเด่นทางเทคนิคของแบรนด์

เอกลักษณ์เฉพาะนี้ยังได้ถูกเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี ค.ศ. 2005 เมื่อนาฬิกา Big Bang (บิ๊ก แบง) ได้พิสูจน์ถึงองค์ความรู้อันมิอาจเทียบเคียงได้ในแง่ของความสลับซับซ้อน กลไกซึ่งผลิตภายในโรงงานของตนเอง และวัสดุอันล้ำสมัย ทั้ง คาร์บอน, ไทเทเนียม, เซรามิก และแซฟไฟร์ ที่ได้รับการพัฒนาบนนาฬิการุ่นนี้สู่ความเป็นที่สุดทางเทคนิค

การบรรลุถึงคุณภาพระดับสูงอันน่าทึ่งที่นำมาใช้ในการประดิษฐ์รังสรรค์นาฬิกานี้ได้หล่อหลอมภายใต้ปรัชญาอันแน่วแน่ของแบรนด์ นั่นคือ ‘Be First, Unique and Different’ (‘เป็นที่หนึ่ง มีเอกลักษณ์ และแตกต่าง’) และนำไปสู่การสร้างสรรค์คอลเลกชันอื่นๆ อย่างต่อเนื่องด้วยนวัตกรรมการออกแบบมากมาย ทั้งใน Classic Fusion (คลาสสิค ฟิวชั่น), Spirit of Big Bang (สปิริต ออฟ บิ๊ก แบง), Square Bang (สแควร์ แบง) และ Manufacture Pieces (แมนูแฟคเจอร์ พีซ) โดยผลงานเหล่านี้ได้ดึงระดับแห่งงานฝีมือขั้นสูงมาใช้ ทั้งในแง่ของวัสดุอันเป็นที่รักยิ่งของ Hublot (อาทิ Magic Gold (เมจิก โกลด์), เซรามิกสีสดใส และแซฟไฟร์) ตลอดจนกลไกที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานของตนเอง (เช่น กลไกโครโนกราฟ Unico (ยูนิโค), Meca-10 (เมกา-10) และกลไกระดับแกรนด์คอมพลิเคชั่นอีกมากมาย อาทิ Tourbillon (ทูร์บิญอง), Cathedral Minute Repeater (คาธีดรัล มินิท รีพีทเตอร์) รวมถึงกลไกที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับ Manufacture Pieces)

โลกของ Hublot ยังขยายสู่หลากหลายความร่วมมืออันเปี่ยมด้วยพลัง ซึ่งรวมไปถึงโลกแห่งฟุตบอล ด้วย ‘Hublot Loves Football’ (‘อูโบลท์รักฟุตบอล’) ที่กลายเป็นสโลแกน ณ การแข่งขันกีฬาอันยิ่งใหญ่สูงสุดระดับโลก (เช่น FIFA World CupTM (ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ), Premier League (พรีเมียร์ ลีก), UEFA Champions LeagueTM (ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีก), UEFA EUROTM (ยูฟ่า ยูโร)) รวมถึงผ่านเหล่าแอมบาสซาเดอร์ของ แบรนด์ ความรักต่อฟุตบอลนี้ยังขยายต่อเนื่องไปยังสาขาแห่งศิลปะ, งานออกแบบ, ดนตรี, กีฬา, สไตล์แห่งอาหารไฟน์ไดนิ่งและการแล่นเรือ ท้ายสุด กับความสัมพันธ์ของ Hublot ภายในโครงการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ ทั้งร่วมกับ SORAI (โซไร) และ Polar Pod (โพลาร์ พอด) ที่ล้วนสะท้อนถึงความเอาใจใส่ในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมของวันนี้ โดยผ่านเครือข่ายบูติกเกือบ 130 แห่งทั่วโลกที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนซึ่งความมุ่งมั่นศรัทธาอันแรงกล้าและคุณค่าของ Hublot พร้อมด้วยแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ Hublot.com


เกี่ยวกับ Nestlé Nespresso S.A.
Nestlé Nespresso S.A. (เนสท์เล่ เนสเพรสโซ จำกัด) คือนักบุกเบิกและนักสร้างสรรค์กาแฟแบ่งส่วนคุณภาพสูงที่ได้รับการยกย่อง บริษัทได้ทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 140,000 ราย ใน 18 ประเทศ ผ่านl AAA Sustainable QualityTM Program ซึ่งปลูกฝังกิจกรรมเพื่อความยั่งยืนในการทำเกษตรกรรมและภูมิทัศน์สิ่งแวดล้อมที่อยู่โดยรอบ เปิดตัวในปี ค.ศ. 2003 กับความร่วมมือของ NGO Rainforest Alliance โปรแกรมนี้ได้ช่วยในการพัฒนาปรับปรุงซึ่งผลลัพธ์และคุณภาพของการเก็บเกี่ยวผลผลิต รวมถึงสร้างความมั่นใจในการจัดหากาแฟคุณภาพสูงที่มีแหล่งที่มาซึ่งรับผิดชอบและยั่งยืน โดยในขณะเดียวกันก็ช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและชุมชนของพวกเขาให้ดียิ่งขึ้น

ในปี ค.ศ. 2022 Nespresso ได้บรรลุพันธกิจ B CorpTM Certification (การรับรองมาตรฐานการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงมิติทางสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน) โดยเข้าร่วมในกิจกรรมการเคลื่อนไหวระดับสากลของธุรกิจที่นำโดยเป้าหมายนี้กว่า 6,500 บริษัท ที่บรรจบกับมาตรฐานระดับสูงของ B Corp ในความรับผิดชอบและความโปร่งใสด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ใน Vevey (เวอแว) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ Nespresso ดำเนินธุรกิจใน 74 ตลาดทั่วโลก และมีพนักงานกว่า 13,000 คน โดยในปี ค.ศ. 2022 บริษัทได้บริหารจัดการเครือข่ายการค้าปลีกระดับโลกภายใต้บูติกทั้ง 791 สาขา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมได้บนเว็บไซต์บริษัท Nespresso ที่ www.nestle-nespresso.com

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้