BVLGARI Eternally Reborn

Last updated: 28 พ.ค. 2567  |  115 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BVLGARI Eternally Reborn

ทุกรุ่งอรุณนำพามาซึ่งการถือกำเนิดของวันใหม่เสมอ เช่นเดียวกับจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ของ Bulgari (บุลการี) ที่นับเป็นการเกิดขึ้นใหม่อย่างนิจนิรันดร์ วงจรแห่งการเกิดใหม่และวิวัฒนาการอย่างเหนือกว่า ในวันนี้กลายมาเป็นพลังขับเคลื่อนของแบรนด์แคมเปญใหม่ที่มีชื่อว่า ‘Eternally Reborn’’ (‘อีเทอร์นัลลี รีบอร์น) สะท้อนถึงแรงบันดาลใจอันเปี่ยมด้วยพลังที่โอบกอดไว้ซึ่งการเปลี่ยนแปลงใหม่ของแต่ละคนในทุก ๆ วัน ด้วยความกล้าหาญและมั่นใจ

นับตั้งแต่การก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1884 ช่างอัญมณีชั้นสูงแห่งโรมัน (Roman High Jeweler) ได้สร้างสรรค์ซึ่งวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องในฐานะต้นกำเนิดอันไม่มีสิ้นสุดของการรังสรรค์ความสวยงามและยกระดับชีวิต และในวันนี้ เพื่ออุทิศให้กับตำนานอันยาวนาน 140 ปีแห่งการเริ่มต้นใหม่อย่างไม่หยุดนิ่งของแบรนด์ Bulgari ชวนเชิญให้ออกเดินทางสู่เส้นทางอันเปี่ยมด้วยความหมายของการยกระดับตนเอง โดยได้แรงบันดาลใจมาจากผลงานสร้างสรรค์อันงดงามล้ำเลิศของเมซงและภายใต้บทบาทของการเป็นดั่งเครื่องรางอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่จับไว้ซึ่งแสงแห่งรุ่งอรุณใหม่ ผลงานมาสเตอร์พีซของเมซงเหล่านี้ได้ปลดปล่อยซึ่งความเข้มแข็งและความมั่นใจในตนเองมาสู่การสร้างความเติบโตของแต่ละคน

กำกับโดย Nathalie Canguilhem (นาธาลี แคนกิลเฮม) และถ่ายทอดผ่านเลนส์ของช่างภาพแฟชั่น Zoey Grossman (โซอี้ กรอสส์แมน) ในแคมเปญนี้ยังได้ดาวเด่น อย่าง เหล่าโกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์ของBulgari มาร่วมงาน ทั้ง Anne Hathaway (แอนน์ แฮทธาเวย์), Zendaya (เซนดายา) และ Liu Yifei (หลิว อี้เฟย์) ที่พวกเธอนั้นได้มาร่วมถ่ายทอดถึงมิติหลากหลายด้านอันไร้สิ้นสุดของตนเองผ่านประสบการณ์แห่งห้วงเวลาของการรับรู้ได้ถึงความเป็นตัวตนของตนเอง และการคิดค้นสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่อย่างต่อเนื่องที่เกิดขึ้น ณ กรุงโรม กับการเดินทางที่นำพาพวกเธอออกสำรวจผ่านสถานที่สำคัญอันโดดเด่นของเมืองอันเป็นนิรันดร์ (Eternal City) แห่งนี้ และรับไปกับเสียงเพลง “Burning” (“เบิร์นนิ่ง”) อันทรงพลังโดย Yeah Yeah Yeahs (เยห์ เยห์ เยห์ส) ที่มิวส์แห่ง Bulgari ยังได้ร่วมสะท้อนภาพของตนผ่านแถวเรียงรายของกระจกเงาอันสะกดสายตา และจับทุกมิติอันทรงเสน่ห์ เช่นเดียวกับวิวัฒนาการที่กลายมาเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเธอเอง เหมือนดั่งมุมมองอันไร้ขีดจำกัดที่นำเสนอโดยพื้นผิวของอัญมณีล้ำค่า ที่การเล่นของภาพสะท้อนนี้ได้ร่วมสำรวจถึงธรรมชาติอันหลากหลายของแต่ละบุคคลในการเสาะหาซึ่งเวอร์ชันใหม่ของตนเองเสมอ

อดีตและปัจจุบันโรมได้ถูกสะกดไว้ภายใต้แสงใหม่ทั้งหมด พร้อมทั้งทลายซึ่งพรมแดนของเวลาสู่ภูมิทัศน์อันเปี่ยมด้วยพลังของความทันสมัยที่เป็นอมตะ ความดึงดูดใจอันไร้กาลเวลาของเมืองได้วางอยู่ภายใต้ความสามารถอันน่าทึ่งในการสร้างสรรค์ตนเองขึ้นใหม่ผ่านยุคสมัยและกาลเวลา ที่นับเป็นความเชื่ออันเป็นหัวใจแก่นแท้ของ Bulgari

หลอมรวมซึ่งการเสาะหาสิ่งที่ดีที่สุดของเมืองอันเป็นนิรันดร์จากต่างยุคสมัยและสไตล์ที่สะท้อนอย่างเด่นชัดภายในงานออกแบบอันแตกต่าง และการผสมผสานอัญมณีอันน่าอัศจรรย์เข้ากับงานหัตถศิลป์ที่มิอาจเทียบเคียงได้ของเหล่าผลงานเครื่องประดับอัญมณีมาสเตอร์พีซที่สวมใส่โดยสามแอมบาสเดอร์ในระหว่างการออกแบบเดินทางเพื่อค้นพบการถือกำเนิดใหม่ของตนเอง ซึมซาบไว้ด้วยแสงแห่งรุ่งอรุณของกรุงโรม ที่เหล่าแอมบาสเดอร์ได้ฉายประกายความโดดเด่นร่วมไปกับผลงานสร้างสรรค์อันเย้ายวนใจของคอลเลกชั่น Aeterna (เอเทอร์นา) แห่ง Bulgari ซึ่งนับเป็นคอลเลกชั่นไฮจิวเวลรีอันแสนพิเศษสูงสุดเท่าที่เคยรังสรรค์มาโดยโรมันเฮาส์แห่งนี้ที่ได้มาร่วมปรากฏโฉมตลอดวิดีโอแคมเปญครั้งนี้

อัญมณีล้ำค่าที่ก่อร่างขึ้นใต้ความลึกของผืนโลก และถูกเปิดเผยเสน่ห์อันเหนือกาลเวลา Bulgari เพื่อมอบซึ่งชีวิตใหม่ให้กับผลงานสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูงอันแสนประหลาดใจ โดยผสมผสานเข้ากับองค์ความรู้ด้านช่างทองที่วิวัฒนาการขึ้นจากประเพณีและนวัตกรรมไว้อย่างกลมกลืน

มิวส์ผู้เลอโฉมของ Bulgari ยังได้ร่วมถักทอเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ของเมซงในการมอบซึ่งการถือกำเนิดใหม่และสร้างรูปแบบใหม่ขึ้นจากมรดกของตนเอง และท้ายสุดคือกรุงโรม ที่ซึ่งอนาคตได้เติบโตขึ้นจากมรดกของตนและสร้างเป็นเวทีให้กับบรรยากาศแห่งการสร้างสรรค์ที่มิอาจเทียบเคียงได้นี้ ที่ซึ่งความลับแห่งความเป็นนิรันดร์ได้ถือกำเนิดและเกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง 

การขับเคลื่อนสู่การเกิดขึ้นใหม่นี้ นับเป็นพลังที่ไม่เพียงสะท้อนผ่านประวัติศาสตร์ของ Bulgari และโรม แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนให้กับเรื่องราวแห่ง Eternally Reborn Stories (อีเทอร์นัลลี รีบอร์น สตอรีส์) ในรูปแบบดิจิทัลที่เปิดตัวภายใต้แบรนด์แคมเปญใหม่นี้ โดยเมซงได้ปล่อยพื้นที่ว่างให้กับผู้คนทั้งจากอาณาจักรแห่ง Bulgari และบุคคลทั่วไปได้มีโอกาสที่จะร่วมแลกเปลี่ยนซึ่งประสบการณ์ของพวกเขาเอง ทุก ๆ วิวัฒนาการเหล่านี้จึงนับเป็นตัวแทนของการถือกำเนิดใหม่และวิถีใหม่ในการสร้างสรรค์ความเชื่อมโยงและได้ใกล้ชิดกับตัวเอง เพื่อให้เข้าใจถึงความปรารถนา ความต้องการ และห้วงอารมณ์ความรู้สึกของตนอย่างแท้จริง

ในฐานะส่วนหนึ่งของแคมเปญ Eternally Reborn ยังมีศิลปะติดตั้งที่รังสรรค์ขึ้นเฉพาะด้วยชื่อว่า “Vista Aeterna” (“วิสตา เอเทอร์นา”) โดยฝีมือของนักออกแบบชาวดัตช์ Sabine Marcelis (ซาบีน มาร์เซลิส) ที่ได้สร้างการตีความอันร่วมสมัยใหม่ให้กับ ภูมิทัศน์แห่งกรุงโรม ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ณ Piazza di Spagna (ปิอาซซา ดี สปัญญา) อันเป็นไอคอนิก นับจากวันที่ 19 พฤษภาคม จนถึง 15 มิถุนายน ค.ศ. 2024 นี้ ที่ศิลปะติดตั้งอันเปี่ยมด้วยพลังซึ่งประกอบด้วยเสาฐานทราเวอร์ทีนสิบสองต้นประดับตกแต่งด้วยกระจกสีสะท้อน และทั้งหมดยังหมุนอย่างต่อเนื่องตลอดวันไปตามรอยเส้นทางของดวงอาทิตย์นับจากรุ่งอรุณจวบจนพลบค่ำ โดยแต่ละการหมุนนั้นยังสร้างซึ่งการไล่เฉดแสงและสีใหม่ที่ชวนให้นึกถึงท้องฟ้ายามรุ่งอรุณของกรุงโรม ขณะเดียวกันก็สะท้อนภาพแห่งเหลือบสีของภูมิทัศน์เมืองอันมีชีวิตชีวาด้านล่าง มอบเป็นทัศนียภาพที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลาและนับเป็นการเฉลิมฉลองตลอดกาลของความสว่างไสวและมรดกแห่งสถาปัตยกรรมอันเรืองรองของเมืองอันเป็นนิรันดร์แห่งนี้

Bulgari แบรนด์แคมเปญ Eternally Reborn จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 2024

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้