RADO LaCoupole

Last updated: 16 พ.ค. 2568  |  1031 จำนวนผู้เข้าชม  | 

RADO LaCoupole

Rado หยิบนาฬิกาตระกูล LaCoupole กลับมาปัดฝุ่นและสร้างสรรค์ใหม่อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งคอลเล็กชั่นสุดไอคอนิกของแบรนด์ ที่มีเอกลักษณ์อยู่ตรงความเป็นอิตาลี ไล่มาตั้งแต่ชื่อรุ่น จนถึงดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมยุคเรเนซองส์ ที่จะมีความโค้ง มีความเป็นโดม LaCoupole เรือนแรกเกิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1987 ส่วน LaCoupole ประจำปี ค.ศ. 2025 นี้ แบรนด์ยังคงงานออกแบบที่สะท้อนให้เห็นถึงศิลปะของ Cupolas (โดมรูปแบบหนึ่ง) สไตล์อิตาเลียน เห็นได้ชัดเจนจากคริสตัลแซฟไฟร์ทรงกลมและโค้งสองทิศทาง จากขอบด้านหนึ่งไปจรดขอบอีกด้านหนึ่ง มองแล้วคล้ายตัดออกมาจากลูกแก้ว ซึ่งถือเป็นงานฝีมืออย่างหนึ่งที่ทำยากมาก ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และแม่นยำ   จึงทำให้ LaCoupole เป็นมากกว่านาฬิกา แต่ยังเป็นงานศิลปะ และเครื่องประดับชั้นสูงอีกด้วย

ถัดมาบริเวณขอบคริสตัลแซฟไฟร์ แบรนด์เลือกใช้โลหะมาสอดรับความโค้งมน ซึ่งโลหะตัวนี้ผ่านกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เรียกว่าโฟโตลิโธกราฟี (Photolithography) เป็นกรรมวิธีที่มีความละเอียดสูง ได้ผลลัพธ์เป็นโลหะพิเศษที่ช่วยให้นาฬิมีเสน่ห์และแตกต่าง



ในส่วนวัสดุของ Rado LaCoupole โมเดลใหม่ ได้เปลี่ยนจากสแตนเลสมาเป็นไฮเทคเซรามิก ทั้งตัวเรือนและสายนาฬิกา โดยบริเวณสายจะมีการใช้เหล็กตกแต่งเพิ่มเข้าไป ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นเสาของโดมและซุ้มโค้งของอาคารยุคเรเนซองส์ อันเป็นแรงบันดาลใจของรุ่นนี้

บริเวณหน้าปัดมีการออกแบบให้เป็นลายคลื่นที่กระจายตัวออกจากตรงกลาง เพื่อนำสายตาไปยังขีดบอกเวลาประดับเพชร 11 เม็ด ส่วนตำแหน่ง 6 นาฬิกาเจาะเป็นหน้าต่างบอกวันที่ ซึ่งพิมพ์คำว่า julilé กำกับไว้ แสดงให้เห็นถึงความล้ำค่าของเพชรทั้งหมดบนหน้าปัด โดย LaCoupole เรือนนี้มีขนาด 31 มม. สอดรับกับข้อมือเพรียวบาง และผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาที่มีความละเอียดอ่อน และเป็นเครื่องประดับชั้นสูงไปในตัวได้



ความหรูหราสำหรับโอกาสพิเศษ
LaCoupole รุ่นล่าสุดมีจำหน่าย 3 แบบ เริ่มจากเรือนแรกใช้พลาสม่าไฮเทคเซรามิกขัดเงาจับคู่กับสีโรสโกลด์ เรือนต่อมาจะเป็นสีน้ำตาลขัดเงาแมตช์กับสีโรสโกลด์โทนเข้ม และเรือนสุดท้ายโดดเด่นด้วยสีขาวตกแต่งด้วยสีโรสโกลด์

ทั้งหมดมีความงดงามและล้ำค่าต่างกัน ซึ่งเราสามารถเลือกแมตช์กับสีผิว หรือลุคการแต่งกายในแต่ละวันได้อย่างลงตัว นอกจากความสวยงามภายนอกแล้ว LaCoupole ยังมาพร้อมสุดยอดคุณสมบัติอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักที่เบาสบาย เพราะทำจากไฮเทคเซรามิก ป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานได้อย่างดี กลไกการเดินเป็น PreciDrive ระบบควอตซ์ Rado คาลิเบอร์ R218 ที่มีความแม่นยำเหลือเชื่อ (+/- 10 วินาทีในทุกปี)

เรียกได้ว่า Rado LaCoupole คืองานศิลป์ชิ้นเอกอีกหนึ่งคอลเล็กชั่น ที่ผสมผสานมรดกอันเก่าแก่ของแบรนด์เข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่ได้อย่างลงตัว แถมยังคงเอกลักษณ์ของศิลปะการผลิตนาฬิกาแบบสวิสในศตวรรษที่ 21 ไว้ได้ด้วย เหมาะเป็นนาฬิกาคู่ใจที่อยู่กับเราในทุกนาทีชีวิต และเหมาะเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษต่างๆ ที่ไม่ว่าใครก็ต้องประทับใจเมื่อได้เห็น LaCoupole รุ่นนี้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

TAG HEUER Summer

10 เม.ย 2569

ANGELUS Tinkler 1958

10 เม.ย 2569

M.A.D. New Edition

10 เม.ย 2569

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้