ARNOLD & SON Perpetual Moon 38 White Gold, Aventurine Edition

Last updated: 10 พ.ย. 2568  |  389 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ARNOLD & SON Perpetual Moon 38 White Gold, Aventurine Edition

นิยามความงดงามของเรือนเวลาสําหรับสุภาพสตรีในแบบฉบับเฉพาะตัวของ Arnold & Son เปล่งประกายเด่นชัดให้ได้สัมผัสใน Perpetual Moon 38 อิดิชันใหม่ล่าสุด ที่ทั้งเปล่งประกายในยามกลางวัน และชวนหลงใหลเมื่อยามค่ําคืนมาเยือน หน้าปัดอะเวนจูรีนสวยหรูสีน้ําเงินเข้มแต่งแต้มด้วยประกายแวววาวชวนให้นึกถึงท้องฟ้ายามค่ําคืนที่เต็มไปด้วยประกาย

ดวงดาว ตัวเรือนทองคําไวท์โกลด์ขนาด 38 มิลลิเมตร ขัดเงาสะท้อนแสงเย็นตา ขอบตัวเรือนและขาตัวเรือนประดับเพชรระยิบระยับอย่างประณีต จุดเด่นอยู่ที่ดวงจันทร์ตามระบบดาราศาสตร์ที่เป็นแผ่นดิสก์เงาวาววัสดุเปลือกในหอยมุกที่ เคลื่อนที่อยู่ท่ามกลางกลุ่มดาวที่วาดเขียนลงสีด้วยมืออย่างวิจิตร ทั้ง Ursa Major (กลุ่มดาวหมีใหญ่) และ Cassiopeia (กลุ่มดาวค้างคาว) Perpetual Moon 38 White Gold Aventurine Edition นี้ ผลิตจํานวนจํากัดเพียง 18 เรือน ถ่ายทอดความงาม ของแสงเงาที่สวยงามราวบทกวีและความเป็นเลิศของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาได้อย่างลงตัว


เปล่งประกายสะกดสายตา
เรือนเวลารุ่นนี้มาพร้อมตัวเรือนทองคําไวท์โกลด์ล้ําค่า ตกแต่งด้วยงานฝังอัญมณีอันวิจิตรประณีต เพชรน้ํางามเจียระไนเหลี่ยมเกสร หรือ brilliant-cut ประดับประดาบนขอบตัวเรือน ขานาฬิกา และตัวล็อคแบบหัวเข็มขัด ขณะที่เพชรเจียระไน แบบ marquise-cut ส่องประกายอยู่บนหลักชั่วโมง รวมทั้งสิ้นราว 2.66 กะรัต มอบประกายที่งดงามจับตาให้กับ Perpetual Moon 38 White Gold, Aventurine Edition

แม้จะเป็นเรือนเวลาประดับอัญมณี แต่แนวคิดด้านดาราศาสตร์ของนาฬิการุ่นนี้ ยังคงยึดโยงกับศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลาชั้นสูงจาก La Chaux-de-Fonds อย่างแนบแน่น ภายในตัวเรือนที่งดงามบรรจุกลไกชนิดขึ้นลานด้วยมือที่แม่นยําสูง สืบทอดเจตนารมณ์แห่งความเป็นเลิศของ John Arnold ช่างประดิษฐ์ เรือนเวลาชั้นระดับตํานานชาวอังกฤษ ผู้มุ่งมั่นในศาสตร์แห่งความเที่ยงตรงอย่างไม่หยุดยั้ง


เรียงร้อยความงดงามของดวงดาว
ทุกรายละเอียดของ Perpetual Moon 38 White Gold, Aventurine Edition ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งเรือนเวลาที่บรรจุคอมชันที่งดงามอย่างข้างขึ้น-ข้างแรมไว้เต็มเปี่ยม หน้าปัดอะเวนจูรีนแต่งแต้มด้วยเสี้ยวโลหะที่ส่องประกาย ช่วยให้นึกถึง ดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้ายามค่ําคืน ช่องแสดงข้างขึ้นข้างแรมขนาดใหญ่เผยให้เห็นแผ่นดิสก์อะเวนจูรีนขนาดใหญ่ที่ประดับด้วยดวงจันทร์เงาวาวจากวัสดุเปลือกในหอยมุก พร้อมแรเงาที่ลงสีด้วยมืออย่างละเอียดประณีต

และเช่นเดียวกับเรือนเวลารุ่นอื่นๆ ในคอลเลกชัน ดวงจันทร์บนหน้าปัดออกแบบมาให้รายล้อมไปด้วยกลุ่มดาว Ursa Major และ Cassiopeia ซึ่งวาดด้วยมือและเคลือบสารเรืองแสงเพื่อให้ส่องประกายในความมืด ซึ่งที่มาของการเลือกนํากลุ่มดาว เหล่านี้มาปรากฏบนหน้าปัดก็เพื่อเป็นการให้เกียรติแก่ John Arnold ผู้บุกเบิกการสร้างนาฬิกาสําหรับการเดินเรืออันโด่งดัง

ในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมนาฬิกากลุ่มดาวทั้งสองนี้เคยเป็นเครื่องนําทางของนักเดินเรือมาแต่โบราณ และระหว่างกลางของทั้งสองกลุ่มดาว ก็คือ Polaris หรือดาวเหนือ (Pole Star) ซึ่งมีตําแหน่งคงที่ทางทิศเหนือเสมอ และมุมจากตําแหน่งของดาวสามารถนํามาใช้คํานวณละติจูดได้ก่อนที่เครื่องมือวัดลองจิจูดในยุคสมัยใหม่จะถูกคิดค้นขึ้นสําเร็จจุดอ้างอิงเดียวที่เชื่อถือสําหรับนักเดินเรือเมื่อออกสู่ท้องทะเลดาวเหนือคือ

Perpetual Moon 38 White Gold Aventurine Edition เผยให้เห็นสองบุคลิกความงดงามที่แตกต่างกันออกไป โดยในเวลา กลางวัน ตัวเรือนทองคําไวท์โกลด์ขัดเงาวาวจับคู่กับหน้าปัดสีน้ําเงินเข้มที่เปล่งประกาย ส่วนยามค่ําคืนองค์ประกอบต่างๆ ที่เคลือบด้วย Super-LumiNova จะเรืองแสงเป็นสีฟ้าไอซ์บลู อวดความงดงามที่ดูลึกลับน่าค้นหา และเป็นช่วงเวลาที่แสง จันทร์เงาวาวเปล่งประกายกลบแสงระยิบของเพชร เผยพลังที่งดงามแห่งบทกวีอย่างแท้จริง


กลไกที่ออกแบบเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ
เรือนเวลารุ่นนี้นํามาตรฐานการประดิษฐ์นาฬิกาอันเข้มงวดที่เป็นหัวใจของ Arnold & Son มาต่อยอดสู่โลกของนาฬิกา สําหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ โดยแบรนด์ในฐานะผู้ผลิตเรือนเวลาชั้นสูงจากสวิตเซอร์แลนด์ได้พัฒนากลไกขึ้นมาใหม่เป็นการเฉพาะ ซึ่งเป็นกลไกที่มีขนาดเล็กที่สุดในคอลเลกชันของแบรนด์ กลไก A&S1612 มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 30 มิลลิเมตร ออกแบบมาให้พอดีกับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรที่มีความบางเพียง 10.44 มิลลิเมตรเท่านั้น กลไกชนิดขึ้นลานด้วยมือนี้ ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์ของแบรนด์ในการพัฒนากลไกให้สามารถสํารองพลังงานได้ยาวนาน โดยสามารถสํารองพลังงานได้สูงถึง 90 ชั่วโมง ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกลไกของ Arnold & Son ที่ยังคงเปี่ยมด้วยความประณีตและความแม่นยําในทุกองค์ประกอบ

บทกวีแห่งจักรวาล
กลไกแสดงข้างขึ้นข้างแรมคือหัวใจของกลไก A&S1612 และเป็นจุดเด่นของคอลเลกชัน Perpetual Moon โดยเฉพาะดิสก์ ดวงจันทร์ขนาดใหญ่ที่แสดงผลอย่างชัดเจน สอดคล้องกับเอกลักษณ์ของคอลเลกชันนี้ โดยจะปรากฏให้เห็นระหว่าง ตําแหน่ง 10 ถึง 2 นาฬิกา เป็นรูปทรงโค้งเว้าหรือพระจันทร์เสี้ยวตามแต่ละช่วงเวลาวันข้างขึ้น-แรมตามจริงในทุกๆ รอบเดือนอย่างแม่นยํา

เพื่อคงไว้ซึ่งรักษามาตรฐานแห่งการประดิษฐ์นาฬิกา Arnold & Son ได้ออกแบบและพัฒนากลไกนี้ให้มีความเที่ยงตรงแม่นยําที่สุด โดยหากกลไกนี้ทํางานอย่างต่อเนื่องไปจากนี้ไปเป็นระยะเวลา 122 ปี กลไกนี้จะคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งวันเท่านั้น แท้จริงความสําเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการสร้างกลไกที่แม่นยําในระดับเรือนเวลาดาราศาสตร์อย่าง

PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้