LEICA

Last updated: 14 ม.ค. 2569  |  345 จำนวนผู้เข้าชม  | 

LEICA

หากพูดถึงชื่อ Leica ภาพแรกที่ผุดขึ้นในใจของใครหลายคนย่อมเป็นกล้องระดับตำนาน สัญลักษณ์ของความแม่นยำ ความเรียบง่าย และงานวิศวกรรมเยอรมันอันเข้มข้น คำถามคือ อะไรทำให้แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกการถ่ายภาพ ตัดสินใจก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนาฬิกากลไก ซึ่งเป็นสนามที่ท้าทายไม่แพ้กัน เรามีโอกาสได้คุยกับสองผู้บริหารของ Leica คือ Dr. Andreas Kaufmann ประธานผู้กำหนดวิสัยทัศน์ระยะยาวให้ Leica และ Henrik Ekdahl ผู้รับผิดชอบการพัฒนาและทำให้ Leica Watch เกิดขึ้นจริงในเชิงเทคนิค ทั้งสองมอง “นาฬิกา Leica” ไม่ใช่ในฐานะของความหรูหรา แต่เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาเพื่อการใช้งานอย่างแท้จริง

QP: ทุกคนรู้จัก Leica ในฐานะแบรนด์กล้องที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ Leica ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมนาฬิกา?
Dr. Andreas Kaufmann: จุดเริ่มต้นต้องย้อนกลับไปก่อนปี 2012 ครับ ในอดีตนาฬิกา Leica ส่วนใหญ่เป็นงานแบบ ODM หรือเป็นการผลิตจำนวนน้อย บางครั้งก็เป็นเพียงของที่ระลึกเท่านั้น กระทั่งปี 2013 เราเริ่มทำงานร่วมกับผู้ผลิตนาฬิกาสวิสรายเล็ก และในตอนนั้นเองเราตระหนักว่า หาก Leica จะเดินหน้าต่อในอุตสาหกรรมนาฬิกาอย่างจริงจัง เราจำเป็นต้องทำ “ด้วยตัวเอง” ทั้งหมด นั่นคือจุดเริ่มต้นที่แท้จริง จากนั้นเราจึงรวมทีมกับนักออกแบบนาฬิกา นักออกแบบกลไก และ Reinhard Meis จาก A. Lange & Söhne ซึ่งเขาเพิ่งออกจากบริษัทได้ราวหนึ่งปี และกำลังมองหาความท้าทายใหม่ เขาเป็นผู้ออกแบบกลไกหลักให้กับ ZM1 และ ZM2 โดยเฉพาะระบบเม็ดมะยมแบบกด เมื่อกดลงไปจะเห็นจุดสีแดง เข็มวินาทีจะหยุดและรีเซตกลับไปที่ศูนย์ จากนั้นจึงตั้งเวลาใหม่และปล่อยให้เดินต่อได้จากศูนย์อีกครั้ง ฟังดูเรียบง่าย แต่ในทางวิศวกรรมแล้วซับซ้อนมาก เพราะกลไกนาฬิกาปกติไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานในลักษณะนี้ ต้องอาศัยการพัฒนาและคำแนะนำเชิงเทคนิคอย่างลึกซึ้ง

ในส่วนของดีไซน์ เราได้ Achim Heine อดีตนักออกแบบกล้องของ Leica ซึ่งปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ด้านการออกแบบที่ Berlin University of the Arts เข้ามาดูแลภาพรวม ความท้าทายที่สุดไม่ใช่การออกแบบ แต่คือการทำให้ “ผลิตได้จริง” เพราะคุณออกแบบอะไรก็ได้ แต่สุดท้ายมันต้องถูกผลิตในระดับอุตสาหกรรมให้มีคุณภาพสม่ำเสมอ ซึ่งกว่าจะพร้อมจริง ๆ ก็ปลายปี 2021 และเปิดตัวในปี 2022 ผมมักพูดเสมอว่า การสร้างแบรนด์นาฬิกาใหม่ให้ยืนได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปี และวันนี้ Leica ก็มาถึงจุดนั้นแล้ว

Henrik Ekdahl: หากย้อนกลับไปไกลกว่านั้นอีก เรื่องนี้ฝังรากอยู่ในประวัติศาสตร์ของบริษัทตั้งแต่ต้น Ernst Leitz เมื่ออายุราว 20 ปี เคยเดินทางไปยังเมือง Neuchâtel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อฝึกงานด้านการทำนาฬิกาเกือบสองปี เขาเรียนรู้ทั้งงานวิศวกรรมความเที่ยงตรง การเลือกใช้วัสดุ และที่สำคัญคือการผลิตแบบซีรีส์ ซึ่งเขานำองค์ความรู้นี้กลับมาเป็นรากฐานของบริษัท และถ่ายทอดต่อมาถึงรุ่นลูก ดังนั้น ความรู้ด้านนาฬิกาจึงอยู่ใน DNA ของ Leica ตั้งแต่วันแรก

Dr. Andreas Kaufmann: บริษัทก่อตั้งตั้งแต่ปี 1869 และในปี 1925 เราเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ Leitz Camera ซึ่งต่อมากลายเป็น Leica อย่างที่รู้จักกันในปัจจุบัน ตลอดเกือบ 20 ปีแรก บริษัทอยู่ภายใต้การบริหารของตระกูล Leitz ทั้งหมด

Henrik Ekdahl: ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Leica M6 เปิดตัวในปี 1984 และจนถึงวันนี้เรายังขายได้หลายพันตัวต่อปี มันเป็นกล้องแอนะล็อกที่ใช้กลไกทั้งหมด ตั้งแต่การควบคุมชัตเตอร์ 1 วินาที ไปจนถึง 1/1000 วินาที ภายในเต็มไปด้วยเฟือง สะพานจักร สปริง และกระปุกลาน ซึ่งให้ความรู้สึกไม่ต่างจากกลไกนาฬิกาเลย ดังนั้น การก้าวจากมรดกเหล่านี้ถ่ายทอดไปสู่งานนาฬิกาจริงจัง จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด


QP: เมื่อพูดถึงงานฝีมือ หัวใจของแบรนด์ และวิศวกรรม สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการออกแบบนาฬิกา Leica อย่างไร?
Henrik Ekdahl: Leica มีปรัชญาการออกแบบที่สืบทอดกันมานาน แม้ในอดีตจะไม่เคยเขียนออกมาเป็นคำพูด แต่ทุกคนในองค์กรรับรู้ร่วมกัน เมื่อเราทำนาฬิกา เราไม่ต้องการ “กล้องที่ใส่บนข้อมือได้” แต่เรานำองค์ประกอบการออกแบบบางอย่างมาใช้เท่าที่จำเป็นและสมเหตุสมผล นาฬิกาในซีรีส์ ZM1 และ ZM2 ซึ่งผมเรียกว่า Classic Series ได้แรงบันดาลใจจากกล้องอย่างชัดเจน เช่น เม็ดมะยมแบบกด ที่ชวนให้นึกถึงปุ่มชัตเตอร์

Dr. Andreas Kaufmann: นี่คือมุมมองของนักออกแบบอย่าง Achim Heine เขานำองค์ประกอบจากโลกของ Leica มาตีความใหม่ ไม่ใช่การคัดลอก แต่เป็นการถ่ายทอดจิตวิญญาณ เราพยายามแปลวิธีคิด วิธีทำงานของเรา ใส่ลงไปในรายละเอียดของนาฬิกา โดยเฉพาะในปีหลัง ๆ นี้

QP: อะไรคือความแตกต่างระหว่างนาฬิกา Leica กับนาฬิกาหรูแบรนด์อื่น?
Dr. Andreas Kaufmann: เราไม่เรียกตัวเองว่า “ลักชัวรี” เพราะสำหรับเรา ลักชัวรีคือทอง เพชรหรืออัญมณีล้ำค่า Leica คือแบรนด์ด้านวิศวกรรมเยอรมัน งานฝีมือ และการออกแบบ ทุกฟังก์ชันถูกคิดมาเพื่อการใช้งานจริง เช่น ระบบหยุดเข็มวินาที การตั้งเวลาอย่างแม่นยำ ฟังก์ชัน GMT หรือการแสดงพลังงานสำรองในรูปแบบที่อ่านง่ายที่สุด ทั้งหมดนี้คือแนวคิดแบบวิศวกรรมเยอรมัน

Henrik Ekdahl: ภาษาการออกแบบของเราชัดเจนและแตกต่าง เช่น หน้าปัดแบบสองชั้น สีสันคู่ใน ZM11 และ ZM12 ที่ได้แรงบันดาลใจจากการถ่ายภาพ แสงและเงาที่เปลี่ยนมุมมองของวัตถุ ผมไม่เคยเห็นหน้าปัดลักษณะนี้จากที่อื่น และที่สำคัญ ฟังก์ชันต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ “ใช้จริง” เพราะเราไม่ใช่บริษัทแกดเจ็ต สิ่งที่เราทำต้องถูกใช้งาน ไม่ใช่แค่โชว์


QP:  มีการนำเทคโนโลยีจากกล้องมาใช้กับนาฬิกาโดยตรงหรือไม่?
Dr. Andreas Kaufmann: ไม่โดยตรงครับ เพราะถ้านำมาใช้จริง ต้องเปลี่ยนโครงสร้างทั้งหมด และมันก็จะไม่ใช่นาฬิกาอีกต่อไป แต่การฝึกงานของ Leica ใช้เวลา 3 ปี คุณจะเป็นช่างกลไกละเอียด และถ้าเพิ่มอีกเพียง 6 เดือน ก็สามารถเป็นช่างนาฬิกาได้แล้ว พื้นฐานใกล้เคียงกันมาก แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ตรงๆ ไม่สมเหตุสมผล

Henrik Ekdahl: สิ่งที่เราทำคือการถ่ายทอด “การออกแบบ” มากกว่าเทคโนโลยี เรามีทีมออกแบบฮาร์ดแวร์สำหรับกล้อง กล้องส่องทางไกล และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ และมีนักออกแบบนาฬิกาแยกเฉพาะ สิ่งแรกที่ผมทำคือพานักออกแบบนาฬิกาไปทำความรู้จักกับทีมออกแบบ Leica เพื่อซึมซับว่าอะไรคือ DNA ของเรา แต่สุดท้าย นาฬิกาคืออีกโลกหนึ่งที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

QP: ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Leica ในการก้าวมาเป็นแบรนด์นาฬิกาคืออะไร?
Dr. Andreas Kaufmann: ความท้าทายมีหลายปัจจัยครับ หนึ่ง คือการพัฒนากลไกของตัวเอง / สอง คือทำให้มันผลิตได้จริง และสาม คือการสื่อสารให้ตลาดเข้าใจว่า Leica คือผู้ผลิตนาฬิกาอย่างแท้จริง

Henrik Ekdahl: แบรนด์กล้องของเราแข็งแรงมาก ซึ่งเป็นทั้งข้อดีและภาระ เพราะบางครั้งมันกลบความงามและเนื้อหาของนาฬิกาไปบ้าง

QP: การผลิตกล้องและนาฬิกาอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือไม่?
Dr. Andreas Kaufmann: ไม่ครับ เพราะกระบวนการต่างกันโดยสิ้นเชิง กล้องต้องใช้ซัพพลายเชนขนาดใหญ่จากหลายประเทศ และประกอบในห้องคลีนรูม นาฬิกาเป็นอีกเกมหนึ่งโดยสิ้นเชิง

Henrik Ekdahl: เรามีโรงงานผลิตนาฬิกาสองแห่ง แห่งหนึ่งในเยอรมนี แถบป่าดำ เป็น “Made in Germany” อีกแห่งอยู่ที่ Le Locle ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็น “Swiss Made”

Dr. Andreas Kaufmann ทั้งหมดนี้ต้องใช้การลงทุนมหาศาล เราพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในป่าดำสำหรับการผลิตเชิงอุตสาหกรรม และอีกส่วนกับผู้ผลิตสวิสที่มีชื่อเสียง นี่คือเส้นทางที่ Leica เลือกเดิน ด้วยความอดทน และความเชื่อมั่นในคุณค่าของงานวิศวกรรมและเวลา

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

MARC A. HAYEK

24 พ.ย. 2568

RAYMOND LORETAN

24 พ.ย. 2568

MUNEHISA SHIBASAKI

24 พ.ย. 2568

JULIEN TORNARE

21 ต.ค. 2568

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้