Last updated: 15 ม.ค. 2569 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
หลังจากความสําเร็จในรุ่นแรก Les Ateliers Louis Moinet (เลออาเตอลิเยร์หลุยส์มัวเน่) ได้รับคําท้าอีกครั้งในการนํากลไกประวัติศาสตร์อย่าง Valjoux 88 (วัลจูซ์ 88) มาสร้างสรรค์เป็นผลงานมาสเตอร์พีซระดับร่วมสมัยในชืJอรุ่น SPEEDOF SOUND (สปีดออฟซาวด์) ซึ่งผลิตออกมาเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น “นาฬิกาSPEED OF SOUND” โดดเด่นในฐานะงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบโดยนํากลไกประวัติศาสตร์มาปรับโฉมใหม่ผสมผสานงานฝีมือดั่งเดิมเข้ากับความเชี่ยวชาญสมัยใหม่และวัสดุจากนอกโลกผลลัพธ์ที่ได้คือนวัตกรรมบอกเวลาที่มีรายละเอียดประณีตนําเสนอในเฉดสีที่สะดุดตาทั้งสีส้มสีเขียวและสีดํา ”Jean-Marie Schaller” (ฌอง-มารีชาลเลอร์) เจ้าของและผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์
การสร้างสรรค์นวัตกรรมจากกลไกประวัติศาสตร์
หัวใจสําคัญของนาฬิกา SPEED OF SOUND คือกลไก Valjoux 88 ซึ่งเป็นคาลิเบอร์ประวัติศาสตร์ที่สร้างขึ้นในช่วงทศวรรษ 1940 ช่างนาฬิกาผู้ชํานาญของ Louis Moinet ได้ใช้ทักษะทั้งหมดเพื่อยกระดับกลไกระดับตํานานของสวิสรุ่นนี้ ให้ทันสมัยและบรรจุลงในตัวเรือนที่มีสไตล์ร่วมสมัยไม่ซ้ำใคร
หัวใจสําคัญของการเปลี่ยนแปลงที่ชาญฉลาดนี้คือการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม ที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อมอบการแสดงผลที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในวงการนาฬิกาแผ่นดิสก์ขนาดใหญ่ที่มีความนูนเล็กน้อยวาดด้วยลวดลายดวงจันทร์ด้วยมือ โดยใช้สีพรายนำที่ส่องสว่างราวกับดวงจันทร์บนท้องฟ้า
อีกทั้งยังมีการประดับชิ้นส่วนของ Dhofar 457 (โดฟาร์ 457) ซึ่งเป็นอุกกาบาตดวงจันทร์ที่หายากไว้บนดิสก์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์เต็มดวงชิ้นส่วนอุกกาบาตนี้ มาจากหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์โดยมีเข็มชี้สองตําแหน่งที่ 3 และ 9 นาฬิกาเพื่อบอกสถานะปัจจุบันของดวงจนัทร์เมื่อชิ้นส่วนอุกกาบาตตรงกับเข็มชี้ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งจะหมายถึงช่วงเวลาดวงจันทร์เต็มดวง
นอกจากนี้เหล่านักสะสมจะสังเกตได้ว่ามีการนําตัวเลขวันที่ออกไปซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ตั้งใจเพื่อให้การตีความกลไกนี้ดูทันสมัยอย่างแท้จริง
การตีความที่ทันสมัย
เอกลักษณ์ร่วมสมัยของนาฬิกา SPEED OF SOUND ถูกถ่ายทอดผ่านองค์ประกอบการออกแบบทางศิลปะที่ประณีตหน้าปัดมีให้เลือก 3 สี ได้แก่สีดําสีเขียวหรือสีส้ม โดยแต่ละสีผลิตจํากัดเพียงสีละ 3 เรือน ลวดลายบนหน้าปัดสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการแกะสลักลายเส้นด้วยเครื่องจักรแบบดั่งเดิมหรือ Guilloché (กิโยเช่) บนเครื่องจักรประวัติศาสตร์ของ Yann von Kaenel (ยานฟอนเคนเนล) ให้รูปลักษณ์ที่ดูเหมือนวัสดุล้ำสมัยในโทนสีที่เข้ม และเงางามลวดลายนี้จะเปล่งประกายเจิดจ้าหรือค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดตามทิศทางของแสงที่ตกกระทบ

วงหน้าปัดย่อยจับเวลาโครโนกราฟ และวงวินาทีเล็กตกแต่งด้วยอุกกาบาตเหล็ก Aletai (อาเลไท) ช่วยเพิ่มพื้นผิวสัมผัสและกลิ่นอายแห่งความลึกลับปิดท้ายด้วยเข็มนาฬิกา และหลักชั่วโมงที่ออกแบบมาอย่างเรียบง่ายเพื่อรักษาความสมดุลทางสุนทรียภาพของตัวเรือน
ตัวเรือนของนาฬิกา SPEED OF SOUND มีขนาด 40.7 มิลลิเมตร ทําจากไทเทเนียมเกรด 5 ที่ให้ความหรูหราและน้ำหนักเบาเมื่อสวมใส่บนข้อมือกระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดมถือเป็นความสำเร็จทางเทคนิคที่ช่วยขยายทุกรายละเอียดบนหน้าปัดให้เด่นชัดส่วนขาตัวเรือนแบบฉลุโปร่งผสมผสานเข้ากับสายยางได้อย่างลงตัว
กลไกที่แกะสลักด้วยมือ
ฝาหลังแบบโปร่งแสงของนาฬิกา SPEED OF SOUND เผยให้เห็นงานแกะสลักลวดลายดอกไม้และเส้นสายที่อ่อนช้อยคล้ายกับลวดลายลูกไม้ซึ่งเป็นประจักษ์พยานถึงศิลปะการแกะสลักด้วยมืออันเก่าแก่การผสมผสานที่น่าหลงใหลนี้ช่วยเพิ่มสัมผัสแห่งกวีให้กับกลไกแห่งเวลา
Speed of Sound: การวัดความเร็วของเสียงนาฬิกาจับเวลารุ่นนี้มาพร้อมกับสเกลพิเศษที่สามารถแสดงความเร็วของเสียง โดยการวัดระยะทางจากเหตุการณ์ที่เกิดเสียงยกตัวอย่างเช่นในกรณีที่เกิดพายฝุนฟ้าคะนองเมื่อคณุเหน็ฟ้าแลบให้เริ่มกดปุ่มจับเวลาและกดหยุดเมื่อคุณได้ยินเสียงฟ้าร้อง
พบกับนาฬิกา Louis Moinet ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้: SHH Pendulum–สยามพารากอนUnit M 31Aชั้น M991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128

PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทยและมีบูติกทั้งสิ้น 4 แหง่ในปัจจุบัน ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที่หลากหลายของคนรักนาฬิกาความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เองช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
15 ม.ค. 2569
14 ม.ค. 2569
15 ม.ค. 2569
15 ม.ค. 2569