Last updated: 26 ม.ค. 2569 | 50 จำนวนผู้เข้าชม |
ทุกคนรู้ดีว่านาฬิกาคืออุปกรณ์สำหรับการบอกเวลาโดยมีองค์ประกอบสำคัญคือหน้าปัดที่มีตัวเลขและเข็มนาฬิกาสำหรับชี้บอกเวลา เป็นรูปแบบการสร้างสรรค์ที่ส่งต่อกันมายาวนานเสมือนขนบในการผลิตนาฬิกา Trilobe คือแบรนด์นาฬิกาอิสระจากกรุงปารีสที่กล้าฉีกกฎเกณฑ์ในการสร้างสรรค์นาฬิกาจากการนำเสนอรูปแบบการบอกเวลาด้วยเข็มแบบปกติ สู่การบอกเวลาจากการใช้เพียงวงแหวนตัวเลขพร้อมมาร์คเกอร์ชี้เวลา เบื้องหลังแนวคิดการสร้างนาฬิกาที่ไม่เหมือนใครนี้ได้บอกเล่าในแง่มุมต่างๆ โดย Gautier Massonneau ซีอีโอและผู้ก่อตั้งแบรนด์ Trilobe ด้วยตนเองเมื่อครั้งที่เขาได้มาเยือนเมืองไทยอย่างเป็นทางการ
อะไรคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่นำมาสู่การสร้างแบรนด์ Trilobe?
ผมเติบโตมาในครอบครัวสถาปนิก และสิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือความสุขจากการได้สร้างบางสิ่งขึ้นมาจากศูนย์ สำหรับผม Trilobe คือการสร้าง “เมซงแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงของฝรั่งเศส” ที่มีความเป็นศิลปะ มีความคิดสร้างสรรค์ และแตกต่างอย่างแท้จริง นี่คือวิสัยทัศน์ที่ผมมีตั้งแต่วันแรก และเป็นวิสัยทัศน์ที่จะดำเนินต่อไปบนเส้นทางของเราต่อๆ ไป จริงๆ แล้ว Trilobe ไม่ได้เกิดขึ้นจากแผนการทำธุรกิจที่ยิ่งใหญ่แต่อย่างใด ผมแค่อยากจะมองหานาฬิกาที่มีความเฉพาะตัวของผมเอง ผมอยากได้นาฬิกาที่มีความแตกต่าง แต่ยังคงความคลาสสิก และมีราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งหลังจากที่ตามหาอยู่นานและยังหาไม่เจอ ผมเลยตัดสินใจที่จะสร้างนาฬิกาของตนเอง นั่นจึงทำให้เกิดการออกแบบที่เป็นเสมือนดีเอ็นเอของ Trilobe
แนวคิดการบอกเวลาไร้เข็มเกิดขึ้นได้อย่างไร?
ผมมองว่านาฬิกาไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือสำหรับบอกเวลา การสวมนาฬิกาควรที่จะสื่อถึงอารมณ์ ความรู้สึก และความแตกต่าง ผมอยากนำเสนอวิธีการบอกเวลาที่กลับกัน รูปแบบการแสดงเวลาปกตินั้นเข็มนาฬิกาจะต้องเคลื่อนตัวไปสู่ตัวเลขเพื่อบอกเวลา แต่ผมเลือกที่จะให้ตัวเลขเป็นสิ่งที่เคลื่อนตัว ในขณะที่มาร์คเกอร์ชี้บอกเวลาซึ่งมาในรูปของโลโก้แบรนด์จัดวางนิ่งบนหน้าปัด

ทำไมปารีสจึงมีความสำคัญกับแบรนด์มาก?
เพราะบ้านของเราอยู่ที่นั่น และจุดเริ่มต้นของแบรนด์ก็อยู่ ณ ที่นั่น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแนวคิด การเริ่มต้นการผลิตต่างๆ ล้วนเริ่มจากที่ปารีส เหนือสิ่งอื่นใด ทุกคนทราบดีว่าประวัติศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาได้ถือกำเนิดขึ้นที่ปารีสและลอนดอน การได้สร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงในปารีสจึงเป็นสิ่งที่มีความหมายต่อเรามาก ซึ่งปัจจุบันเราเป็นผู้ผลิตนาฬิการายแรกในปารีสนับตั้งแต่ยุคของ Abraham-Louis Breguet ก็ว่าได้
คุณมีบทบาทในการออกแบบนาฬิกามากน้อยเพียงไร?
กล่าวได้ว่าผมได้ออกแบบทุกอย่าง ตั้งแต่ตัวเรือน หน้าปัด ไปจนถึงกลไก แม้ผมจะไม่ได้คำนวณชุดเฟืองเอง แต่ผมเข้าใจการทำงานของมันอย่างชัดเจน และเรามีทีมที่ยอดเยี่ยม เรามีช่างนาฬิกาหลายคนที่เคยร่วมงานกับทาง Patek Philippe และทุกขั้นตอนการผลิตเราเป็นผู้ทำเองทั้งหมดภายในโรงงานของเรา ผมอาจจะไม่ใช่ชาวสวิส และไม่ได้เติบโตมาในโลกการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิม แต่สิ่งนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ผมมองทุกอย่างด้วยสายตาที่บริสุทธิ์ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือกรอบจำกัด ทำให้ผมมองว่านาฬิกาเป็นจักรกลทางวิศวกรรมที่มีขนาดเล็กมาก แต่เต็มไปด้วยศักยภาพในการสร้างสรรค์อันยิ่งใหญ่
คอลเลกชัน “Trente-Deux” มีความสำคัญอย่างไรกับ Trilobe?
Trente-Deux หรือ 32 คือชื่อถนนของโรงงานเราในปารีส และเป็นคอลเลกชันนาฬิกาเรือนแรกที่เรานำเสนอกลไกเครื่องใหม่ที่เราได้พัฒนาขึ้น โดยเป็นกลไกที่เราได้คิดค้น ออกแบบ ผลิต ประกอบ และตกแต่งทั้งหมดเองภายในโรงงานของเราที่อยู่ไม่ห่างจากปารีส โดยโรงงานนี้ประกอบด้วยเครื่องจักรที่หลากหลาย ทำให้สามารถผลิตชิ้นส่วนกลไกอันสำคัญได้ ไม่ว่าจะเป็นสะพานจักร ฐานเครื่อง เฟื่องขนาดเล็ก โรเตอร์ เป็นต้น กลไกเครื่องใหม่นี้มีชื่อว่าคาลิเบอร์ X-Nihilo เป็นกลไกอัตโนมัติที่มีทั้งความเที่ยงตรงและมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ผสมผสานความทันสมัยและกลิ่นอายอันดั้งเดิมของการผลิตนาฬิกาเข้าไว้ด้วยกัน
อะไรคือเอกลักษณ์ที่ทำให้ Trilobe มีความแตกต่าง?
คุณสามารถทราบได้ทันที่ว่านี่คือนาฬิกา Trilobe แม้จะมองจากระยะไกล และเมื่อได้มองในระยะใกล้ คุณจะเห็นความใส่ใจในทุกรายละเอียด เราให้ความสำคัญกับพื้นที่ว่าง ความเรียบง่าย และการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ตามแนวคิดจากเรื่อง The Little Prince ที่ว่า “ความสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นเมื่อไม่มีอะไรให้ลดทอนออกได้อีก”
คุณมองตลาดและนักสะสมนาฬิกาในปัจจุบันอย่างไร?
ผู้คนกำลังมองหาสิ่งที่แตกต่าง ความคิดสร้างสรรค์ และเอกลักษณ์ ไม่ต่างจากโลกของอาหาร ที่ความหลากหลายคือเสน่ห์ แบรนด์อิสระจึงมีพื้นที่มากขึ้น หากเราซื่อสัตย์ต่อวิสัยทัศน์และไม่เร่งรีบเกินไป
อยากฝากอะไรถึงนักสะสมนาฬิกาชาวไทย?
เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการต้อนรับจาก PMT The Hourglass และนักสะสมชาวไทย เราหวังว่านาฬิกาของเราจะไม่เพียงถูกสวมใส่ แต่จะถูกสัมผัส เข้าใจ และชื่นชมอย่างแท้จริง
21 ต.ค. 2568
24 พ.ย. 2568
26 ม.ค. 2569
14 ม.ค. 2569