Last updated: 11 ก.พ. 2569 | 122 จำนวนผู้เข้าชม |
Cortina Watch (คอร์ติน่า วอทช์) และ Rolex ประกาศเปิดตัวบูติกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ ณ One Bangkok โดย บูติกแห่งใหม่นี้โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภายนอกอาคารแบบดูเพล็กซ์อันสง่างาม ตั้งอยู่ในย่านมิกซ์ยูสอันเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของเมือง ซึ่งหลอมรวมความหรูหรา การออกแบบ และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ พื้นที่แห่งนี้นับเป็นบูติก Rolex แห่งแรกในประเทศไทยที่นำเสนอคอนเซ็ปต์แบบดูเพล็กซ์ และยังเป็นบูติกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของ Rolex ในประเทศไทยอีกด้วย
ด้วยพื้นที่ขนาด 300 ตารางเมตร บูติกแห่งนี้บรรจงถ่ายทอดโลกของ Rolex ผ่านการออกแบบอันประณีตและพิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างความรู้สึกกลมกลืน ความเป็นส่วนตัว และความใกล้ชิดกับแบรนด์ พร้อมมอบประสบการณ์การบริการระดับมืออาชีพในบรรยากาศที่สงบและสง่างาม

“ในฐานะพันธมิตรที่ได้รับความไว้วางใจจาก Rolex มากว่า 20 ปี เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้สานต่อความร่วมมืออันยาวนานนี้ผ่านการเปิดบูติกแห่งใหม่ ณ One Bangkok หมุดหมายสาคัญครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการถ่ายทอดมาตรฐานการบริการ และงานฝีมืออันเป็นเลิศ ซึ่งเป็นหัวใจของทั้ง Rolex และ Cortina Watch” นายคริส จาติกรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คอร์ติน่า วอทช์ (ประเทศไทย) จากัด กล่าว
หนึ่งบูติก เชื่อมโยงโลกแห่ง ROLEX
ทุกองค์ประกอบของการออกแบบภายในล้วนสะท้อนถึงสุนทรียศาสตร์ของ Rolex และเปล่งประกายคุณค่าของสัญลักษณ์มงกุฎอย่างชัดเจน ความเป็นเลิศ ความเที่ยงตรง และความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ถูกถ่ายทอดผ่านการเลือกใช้โทนสี วัสดุ และลวดลายของการตกแต่ง และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่ผ่านการคัดสรรอย่างประณีต เมื่อก้าวเข้าสู่บูติก ผู้มาเยือนจะได้รับการต้อนรับด้วยผนังหินอ่อนสีเขียว Verde Alpi อันสง่างามที่บริเวณทางเข้า ก่อนจะขึ้นสู่ชั้นบนภายใต้โคมไฟระย้าที่โดด ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากหลักบอกเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมด้วยม่านโลหะสีทองที่ออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดย Sophie Mallebranche (โซฟี มัลเลอบรองช์) ศิลปินชาวฝรั่งเศส ซึ่งทอดตัวลดหลั่นอย่างงดงามจากชั้นบนลงสู่ชั้นลอย สอดรับกับแสงที่ตกกระทบภายในอาคารตลอดทั้งวันได้อย่างลงตัว


การจัดแสงไฟอย่างละเมียดละไมยังช่วยขับเน้นความงดงามของเรือนเวลา Rolex ซึ่งจัดแสดงอยู่ในตู้โชว์ที่รังสรรค์อย่างประณีต บุด้วยหนังสีเบจและตกแต่งด้วยขอบบรอนซ์ ให้ความรู้สึกหรูหราและร่วมสมัย
บูติกแห่งนี้ยังนำเสนอรายละเอียดเฉพาะที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของสถานที่ได้อย่างลึกซึ้ง โดยมีผนังหินอ่อน Verde Alpi อันสง่างามเป็นหัวใจของพื้นที่ สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านโทนสี วัสดุ และองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ไม้วอลนัตโทนอุ่นผสานกับหินสีเบจอ่อนอย่างกลมกลืน สร้างสมดุลระหว่างความร่วมสมัยและความงามเหนือกาลเวลา
และเพื่อเติมเต็มมิติแห่งอัตลักษณ์ท้องถิ่น ภายในบูติกยังได้รับการตกแต่งด้วยผนังปูนปั้นที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับประเทศไทย ถ่ายทอดทัศนียภาพของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการยกย่อง การเชิดชูคุณค่าแห่งมรดกทางวัฒนธรรม และสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับบริบทท้องถิ่น


เกี่ยวกับ CORTINA WATCH
คอร์ติน่า วอทช์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1972 โดย มร. แอนโทนี่ ลิม จากธุรกิจครอบครัว ก่อนจะเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกและผู้จัดจำหน่ายนาฬิกาแบรนด์หรูชั้นนาของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ปี 2002 และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความมุ่งมั่นต่อศิลปะแห่งการผลิตนาฬิกา คอนเซ็ปต์การค้าปลีกที่สร้างสรรค์ ตลอดจนการบริการระดับเวิลด์คลาส คอร์ติน่า วอทช์ เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในปี 2004 ผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับครอบครัวจาติกรัตน์ โดยปัจจุบัน ภายใต้การบริหารของคุณคริส จาติกรัตน์ ปัจจุบัน คอร์ติน่า วอทช์ (ประเทศไทย) บริษัทได้เปิดบูติกจำนวน 6 แห่งในกรุงเทพฯ เพื่อตอบรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลาชั้นสูงทั้งชาวไทยและนานาชาติอย่างพิถีพิถันและเหนือระดับ
เกี่ยวกับ ROLEX
กิตติศัพท์ด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญที่เหนือชั้น
Rolex คือผู้ผลิตนาฬิกาแบบบูรณาการอย่างอิสระจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่นครเจนีวา ซึ่งแบรนด์มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านความเชี่ยวชาญและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศ ความสง่างาม และคุณค่าอันทรงเกียรติ กลไกนาฬิกา Oyster Perpetual และ Perpetual ผ่านการรับรองจาก COSC ก่อนเข้าสู่การทดสอบอย่างเข้มข้นภายในองค์กรเพื่อพิสูจน์ความเที่ยงตรง ประสิทธิภาพ และความทนทานสูงสุด การรับรองสถานะ Superlative Chronometer สามารถสังเกตได้จากตราสัญลักษณ์สีเขียว เพื่อเป็นการรับประกันว่านาฬิกาทุกเรือนผ่านการทดสอบเฉพาะโดย Rolex ภายในห้องปฏิบัติการของแบรนด์ตามเกณฑ์อันเข้มงวดที่กาหนดขึ้น ซึ่งจะได้รับการประเมินโดยองค์กรอิสระจากภายนอกอยู่เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่า Rolex ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดแห่งเรือนเวลา
คำว่า ‘Perpetual’ ที่ปรากฏอยู่บนนาฬิกา Rolex Oyster ทุกเรือนนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่คำที่สลักอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา หากแต่หมายถึงปรัชญาที่หล่อหลอมวิสัยทัศน์และค่านิยมของบริษัทเข้าไว้ด้วยกัน Hans Wilsdorf (ฮันส์ วิลส์ดอร์ฟ) ผู้ก่อตั้งบริษัท ได้บ่มเพาะแนวคิดของความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ และเป็นจุดกาเนิดของนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่สำคัญของ Rolex อีกมากมาย อาทิ รุ่น Oyster นาฬิกาข้อมือรุ่นแรกของโลกที่กันน้ำได้ ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกในปี 1926 และกลไกไขลานอัตโนมัติ Perpetual rotor ที่ Rolex คิดค้นขึ้นในปี 1931 ทั้งนี้ Rolex ได้จดสิทธิบัตรมาแล้วกว่า 600 ฉบับตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาของแบรนด์ ที่โรงงานทั้งสี่แห่งในสวิตเซอร์แลนด์ แบรนด์ได้ออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนสาคัญของนาฬิกาเอง นับตั้งแต่การหล่อส่วนทองอัลลอย การประกอบกลไก การประดิษฐ์ด้วยฝีมือเชิงช่าง การประกอบตัวเรือน และการเก็บรายละเอียดของกลไก ตัวเรือน หน้าปัด และสายนาฬิกา นอกจากนี้ Rolex ยังมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนผลงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม กีฬา การสำรวจ ตลอดจนบุคคลผู้ทุ่มเทในการแสวงหาแนวทางเพื่ออนุรักษ์โลกใบนี้ให้ยั่งยืน
9 ก.พ. 2569
6 ก.พ. 2569
9 ก.พ. 2569
9 ก.พ. 2569