PIAGET Limelight Gala

Last updated: 26 ก.พ. 2569  |  154 จำนวนผู้เข้าชม  | 

PIAGET Limelight Gala

Piaget เผยโฉมผลงานเวอร์ชันใหม่ของ Limelight Gala นาฬิกาเครื่องประดับอันเป็นไอคอน เปิดฉากอารมณ์แห่งความเย้ายวนอันเย้ายับด้วยสองเวอร์ชันสลักลายบนทองคำ ได้แก่ หน้าปัดเคลือบอีนาเมลสีส้มสดใสแบบ Grand Feu บนพื้นทองคำสลักลายเลียนแบบเกล็ดงู และเวอร์ชันกำไลลาย Decor Palace ประดับเพชรโทนคอนยัคอันอบอุ่น

Limelight Gala คือนาฬิกาเครื่องประดับอันเป็นแก่นแท้ของ Piaget ได้รับการตั้งชื่อตามเสน่ห์อันสุขุมและการปรากฏกายในงานเลี้ยง งานบอล และกาล่าหรูหราแห่งทศวรรษ 1970 บนข้อมือสมาชิกแห่ง “Piaget Society” — แวดวงเพื่อนนานาชาติของ Yves Piaget ซึ่งประกอบด้วยเหล่าเซเลบริตี้ ศิลปิน ดาราภาพยนตร์ และชนชั้นเจ็ตเซ็ตผู้เปล่งประกายในยุคนั้น


ผลงานมาสเตอร์พีซที่ออกแบบโดย Jean-Claude Gueit เรือนเวลานี้เป็นหนึ่งในนาฬิกาสตรีที่จัดแสดงในงานปี 1973 ณ โรงแรม Gstaad Palace อันหรูหรา เพียงสี่ปีหลังการเปิดตัวคอลเลกชันปฏิวัติวงการอย่าง 21st Century Collection ที่รังสรรค์นิยามใหม่ให้นาฬิกาเครื่องประดับสำหรับคนรุ่นใหม่ผู้รักแฟชั่น ด้วยการหลอมรวมจิวเวลรี่และเรือนเวลาเข้าด้วยกันอย่างเร้าใจ นาฬิกากำไลทรงคัฟฟ์และ Swinging Sautoirs กลายเป็นดาวเด่นของยุคนั้น

ภายในปี 1973 หลังสั่งสมประสบการณ์เกือบทศวรรษ Piaget ได้ยกระดับศิลปะแห่งนาฬิกาเครื่องประดับให้เป็นลายเซ็นของตนเอง Limelight Gala คือวิวัฒนาการอันละเมียดของนาฬิกาคัฟฟ์ ที่ปลุกจิตวิญญาณแห่งประเพณีและความสง่างาม พร้อมเติมประกายแห่งสัมผัสเย้ายวนอย่างงดงาม

ยึดหลักการออกแบบที่เล่นกับรูปทรง ขาโครงสร้างของตัวเรือนซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อกับสายหรือกำไล กลับกลายเป็นองค์ประกอบตกแต่งอันโดดเด่น ประดับอัญมณีพรางบทบาทเชิงโครงสร้าง เพิ่มความลึกลับให้กับงานประกอบที่ดูเหมือนไร้รอยต่อ ตัวเรือนทรงวงรีแนวนอน กรอบเพชร—บางครั้งสองแถวเพชรทรงมาร์คีส์—ไหลลื่นหลุดพ้นจากกรอบล้อม ไล่ระดับขึ้นลงสองด้านของตัวเรือนและขอบกำไลทองคำเนื้อเนียน เพชรถูกจัดเรียงเป็นสายโค้งเรียวบาง อสมมาตร ทำลายเรขาคณิตอันสงบของหน้าปัดและตัวเรือน ก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวและความขี้เล่นเย้ายวน ราวกับอัญมณีเหล่านั้นกำลังท้าทายขนบและรูปแบบดั้งเดิมของนาฬิกา

จนถึงวันนี้ Limelight Gala ยังคงเป็นภาพแทนของความกลมกลืนระหว่างความสง่างามและความกล้าอย่างไร้คู่แข่งของ Piaget และเส้นสายอัญมณีที่ไหลระยิบไปตามกำไล ยังคงเป็นลายเซ็นที่จดจำได้ในทันที


DAZZLING WATCH
ในฐานะ “House of Gold” ที่อุทิศตนเท่าเทียมต่อทั้งงานจิวเวลรี่และเรือนเวลา ศิลปะและหัตถศิลป์ Piaget ได้สร้างกำไลที่อ่อนนุ่มและสัมผัสละมุนเป็นเลิศ โครงสร้างที่ประกอบอย่างพิถีพิถันสอดรับกับเสรีภาพและความเย้ายวนของดีไซน์ เพื่อให้นาฬิกาโอบรับข้อมือดุจริบบิ้นไหม แนบสนิทราวผิวชั้นที่สอง

แนวคิดของ Limelight Gala ตั้งอยู่บนภาพของนาฬิกาชุดราตรีที่พาผู้สวมใส่ก้าวจากค็อกเทลปาร์ตี้สู่ดินเนอร์หรูได้อย่างง่ายดาย “from 6 to 9” ดั่งตำแหน่งเส้นอัญมณีที่เอนไหวในตัวเรือน ขณะนั้น Piaget เข้าใจถึงความต้องการนาฬิกายามค่ำคืนสำหรับผู้หญิงยุคใหม่—อเนกประสงค์ ไม่เป็นทางการเกินไป เข้าถึงง่ายกว่านาฬิกาคัฟฟ์ดรามาติก แต่ยังสะท้อนพลังหญิงผู้แข็งแกร่งและอิสระ และเมซงก็ฉวยช่วงเวลานั้นได้อย่างงดงาม

นับจากปี 1973 Limelight Gala ได้วิวัฒน์ ขัดเกลา และรังสรรค์ด้วยความคิดสร้างสรรค์ สีสัน และความประณีตแบบกูตูร์จากความชำนาญใน Métiers d’Art ปี 2024 เปิดตัวหน้าปัดมาร์เกตรีคริโซเพรสและทองคำ ปี 2025 ตามมาด้วยหน้าปัดอีนาเมลสีเบอร์กันดีลึกซึ้ง จับคู่เทคนิคสลักทองคำใหม่อันชาญฉลาดสำหรับกำไล—นิยามของ Extraleganza อย่างแท้จริง


ART OF COLOURS
สำหรับฤดูใบไม้ผลิ 2026 Piaget เปิดตัว Limelight Gala สองรุ่นใหม่ รุ่นแรกเปล่งประกายดั่งเปลวไฟ หน้าปัดอีนาเมล Grand Feu สีส้มสดบนทองคำสลักลายเกล็ดงู ล้อมรอบด้วยเพชรที่ไหลลื่นรอบตัวเรือนและต่อเนื่องสู่เฉดพระอาทิตย์ตกของสเปสซาร์ไทต์การ์เน็ต บนกำไลทองคำสลักลายงู เทคนิคการสลักอันซับซ้อนนี้เปิดตัวครั้งแรกในปี 2019 บนนาฬิกา Extremely Lady ต้องอาศัยทักษะขั้นสูงอย่างยิ่ง ให้ผลลวงตาแบบ trompe-l’oeil เลียนแบบเกล็ดสัตว์เลื้อยคลานที่โค้งไหวอย่างมีชีวิต

อีกหนึ่งรุ่นเพื่อยกย่องเสน่ห์สุขุมดั้งเดิม Piaget เผยโฉม Limelight Gala ที่ประดับลาย Decor Palace อันเลื่องชื่อ ทองคำโรสโกลด์ของกำไลและหน้าปัดประดับเพชรเฉดคอนยัค การสลักลายผิวสัมผัสแบบออร์แกนิกนี้ถือกำเนิดในปี 1961 และกลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคอลเลกชันปี 1969 พื้นผิวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกิโยเช่ท้าทายธรรมเนียมทองคำผิวเรียบ เปลี่ยนโลหะมีค่าให้กลายเป็นจุดโฟกัสทางศิลป์อันเร้าใจ


ลาย Decor Palace เกิดขึ้นได้ด้วยฝีมือช่างทองระดับสูงเท่านั้น แต่ละร่องเส้นถูกแกะด้วยปลายเหล็ก burin ทีละเส้น เศษทองถูกเป่าออกหลังแต่ละจังหวะในกระบวนการที่เปี่ยมสมาธิ ผลงานแต่ละชิ้นจึงเป็นเอกลักษณ์ เพราะช่างทองแต่ละคนมีจังหวะ แรงกด มุม และท่าทางต่างกัน เป็นบทพิสูจน์ถึงคุณค่าของสัมผัสมนุษย์ที่ Piaget ยึดมั่น

ในผลงานนี้ งานฝีมือระดับเวอร์ชูโอโซสะท้อนแสงให้ไหลผ่านพื้นทองราวกับแสงสปอตไลต์ สอดประสานกับการไล่เฉดสีเพชรจากขาวสู่คอนยัคอย่างละเอียดอ่อน ทั้งสองรุ่นเผยองค์ประกอบ dégradé และการจัดวางสเปสซาร์ไทต์การ์เน็ต เพชรขาว และเพชรคอนยัค อย่างประณีต ต้องอาศัยเวลา ความอดทน ทักษะขั้นสูง และสุนทรียะของศิลปิน ในการคัดสรรและเรียงลำดับเฉดสีอย่างกลมกลืนกับพาเลตต์แห่งธรรมชาติของแสงและสีอย่างแท้จริง

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้