Last updated: 10 มี.ค. 2569 | 145 จำนวนผู้เข้าชม |
ในปี 2026 เมซง BOUCHERON รังสรรค์บทใหม่ให้กับคอลเลกชั่น Quatre อีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว Quatre XS จากการนำแหวนไอคอนิกที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมซงมาตีความใหม่ในเวอร์ชั่นมินิ การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมแคมเปญระดับโลก “Quatre is getting mini” ถ่ายทอดโดยแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Boucheron อย่าง เดซี่ เอ็ดการ์-โจนส์ (Daisy Edgar-Jones) ฮันโซฮี (Han So-hee) และ ดิลาน ชิเชก เดนิซ (Dilan Çiçek Deniz) ผู้ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของ Quatre XS ในมิติใหม่ ขณะเดียวกัน จักรวาลแห่ง Quatre ยังได้รับการขยายผ่านผลงานสร้างสรรค์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่ออิสระในการสไตลิ่ง เปิดพื้นที่ให้การเลเยอร์ การมิกซ์แอนด์แมตช์ และการจับคู่เครื่องประดับอย่างโดดเด่น

เดซี่ เอ็ดการ์-โจนส์สวมใส่ Quatre Classique ตัวเรือนทองคำสีเหลือง ทองคำขาว ทองคำสีชมพู ประดับเพชรและ PVD สีน้ำตาล
QUATRE ไซส์มินิ
ผลงานรังสรรค์ล่าสุด
แหวน Quatre สุดไอคอนิกถูกนำมาตีความใหม่ในไซส์มินิ โดยยังคงพลังและความโดดเด่นไว้อย่างครบถ้วน แม้ดีไซน์จะบางกว่ารุ่น Small แต่ถ่ายทอดคุณค่าและความประณีตในทุกรายละเอียด พร้อมสะท้อนเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่นผ่านลวดลายซิกเนเจอร์ทั้งสี่โมทิฟของ Quatre อย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน กำไลข้อมือ Quatre Black Edition ยังเข้ามาเติมมิติใหม่ให้คอลเลกชั่น โดยถ่ายทอดความกระชับของดีไซน์และเส้นสายกราฟิกอันเฉียบคมในแบบเดียวกัน


แคมเปญ
ในการเปิดตัวครั้งนี้ Boucheron นำเสนอแคมเปญ “Quatre is getting mini” โดยมีแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเมซงอย่าง เดซี่ เอ็ดการ์-โจนส์ ฮันโซฮี และ ดิลาน ชิเชก เดนิซ มาร่วมถ่ายทอดมุมมองใหม่ผ่านสัดส่วน ตอกย้ำถึงพลังของดีไซน์ที่ไม่อาจถูกกำหนดไว้ด้วยขนาด แคมเปญนี้จะเปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 9 มีนาคม 2026 ผ่านทุกช่องทางของเมซง
ผลงานใหม่ของ quatre
quatre ย้ำชัดในเอกลักษณ์
สองโมทิฟอันเป็นเอกลักษณ์ของ Quatre หลอมรวมอยู่ในแหวนวงเดียว ตัวเรือนรังสรรค์จากทองคำสีเหลืองหรือแพลทินัม ถ่ายทอดการผสานของสองโมทิฟอย่างชัดเจน ลวดลาย Grosgrain ได้รับแรงบันดาลใจจากริ้วผ้าไหมที่นิยมใช้ทำริบบิ้น สะท้อนรากฐานและมรดกด้านโอต์กูตูร์ของ เฟรเดอริก บูเชอรง ขณะที่ลวดลาย Double Godron ถ่ายทอดการหลอมรวมของสองวงแหวนเป็นหนึ่งเดียว อันเป็นสัญลักษณ์ของความรักระหว่างคนสองคน

แหวนแต่งงาน Quatre Radiant Edition ตัวเรือนทองคำสีเหลือง

แหวนแต่งงาน Quatre Radiant Edition ตัวเรือนแพลทินัม
quatre เปล่งประกายอย่างโดดเด่น
เมซง Boucheron เปิดตัวผลงานใหม่ในคอลเลกชั่น Quatre Radiant Edition ในโทนสีโมโนโครมจากทองคำขาวและเพชร โดยต่างหูสตั๊ดและสร้อยคอเชือกมัดปมรูดได้นำโมทิฟทั้งสี่ของ Quatre มาตีความใหม่ผ่านการเจียระไนเพชรหลากหลายรูปทรง: เพชรทรงกลมถูกนำมาใช้สำหรับ Double Godron และลายเส้นเพชรแถวเดี่ยว เพชรทรงบาเก็ตถูกนำมาใช้สำหรับลวดลาย Grosgrain และเพรชทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสสำหรับ Clou de Paris นอกจากนี้ กำไลข้อมือทรงทรงกระบอกตัวยู (tubular) ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2025 ในเฉดสีคลาสสิกของ Quatre ได้กลับมาอีกครั้งด้วยตัวเรือนทองคำขาวประดับเพชรแบบพาเว่
สร้อยคอ Quatre Radiant Edition ตัวเรือนทองคำขาว ประดับเพชรแบบพาเว่
กำไลข้อมือ Quatre Radiant Edition ตัวเรือนทองคำขาว ประดับเพชรแบบพาเว่
ต่างหูสตั๊ด Quatre Radiant Edition ตัวเรือนทองคำขาว ประดับเพชรแบบพาเว่
เกี่ยวกับคอลเลกชั่น quatre
ลวดลายแห่ง quatre
Quatre คือบทสรุปของเรื่องราวและมรดกจากอดีต ที่ถูกถ่ายทอดสู่อนาคตผ่านดีไซน์และแนวคิดร่วมสมัย จุดเริ่มต้นของคอลเลกชั่นนี้คือการค้นพบโมทิฟทรงห่วงต่างลวดลายในแผนกจัดเก็บเอกสารและตัวอย่างงานอันทรงคุณค่าของเมซง โดยแต่ละโมทิฟต่างถ่ายทอดเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในแต่ละยุคสมัยของเมซง Boucheron

double godron
Double Godron ดัดแปลงมาจากรายละเอียดร่องรางที่ใช้ในงานสถาปัตยกรรมตกแต่ง ปรากฏเป็นครั้งแรกผ่านงานรังสรรค์แหวนปลอกมีดยกลายนูนคู่ขนานรอบตัวเรือนในระหว่างทศวรรษ 1860 ซึ่งนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของสถาปัตยกรรมในฐานะแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจอย่างไม่มีวันหมดสิ้นสำหรับ Boucheron แล้ว งานประกบวงแหวนคู่ของลวดลาย Double Godron บนโมทิฟจตุรลักษณ์ ยังสื่อความหมายถึงการอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียวตราบนิรันดร์ของคู่รัก
clou de paris
ลวดลายลำดับสองในงานออกแบบของ Quatre คือ Clou de Paris หรือลวดลายหินปูถนนสายต่างๆ ในมหานครปารีส หรือลายปูอิฐพื้นถนนลานปลาซ วองโดม ถูกรังสรรค์มาสู่งานออกแบบลายซ้ำตกแต่งเครื่องประดับ Boucheron ครั้งแรกเมื่อปี 1911 เพื่อระลึกถึงอาคารประวัติศาสตร์เลขที่ 26 ปลาซ วองโดม ซึ่งเฟรเดอริก บูเชอรงเป็นนักธุรกิจเครื่องประดับอัญมณีร่วมสมัยรายแรกผู้ตัดสินใจเลือกเปิดทำการบูติก และสำนักงานใหญ่ สร้างความสำเร็จอย่างให้เมซงมาอย่างต่อเนื่องจากอดีตจวบจนปัจจุบัน
row of diamonds
จากนั้นก็มีงานฝังเพชรแถวเดี่ยวเป็นลวดลายลำดับสามในโมทิฟ หนึ่งในรายละเอียดสุดคลาสสิกบนผลงานสร้างสรรค์แบบฉบับ Boucheron มานับแต่ปี 1892 ตัวแทนไหวพริบในการพลิกแพลงทักษะ ความชำนาญทางงานฝีมือเครื่องประดับของเมซง นอกจากงานออกแบบจะแสดงถึงคุณลักษณ์การเล่นแสงจรัสประกายของไฟในน้ำเพชรแล้ว การเป็นแร่ธาตุซึ่งแข็งแกร่งที่สุดของโลก ยังทำให้เพชรถูกยกย่องในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะด้วยเช่นกัน
grosgrain
สุดท้ายคือโมทิฟ Grosgrain งานจำลองแบบลายทอผ้าไหมหล่อบุ้ง อันเป็นผลจากกระบวนการทอเส้นใยไหมยกร่องนูนบนหน้าผ้าทั้งสองด้านก่อนนำไปอัดพลีทจีบละเอียด แรงบันดาลใจจากร่องหยักของริบบิน กรอสเกรนถูกจัดเก็บไว้อย่างดีในแผนกรวบรวมเอกสาร และตัวอย่างผลงานทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่ปี 1860 ก่อนนำกลับมารังสรรค์ใหม่เพื่อรำลึกถึงบิดาของเฟรเดอริก บูเชอรง ซึ่งทำงานเป็นช่างจับเดรปผ้า และมีส่วนในการหล่อหลอมอิทธิพลของกูตูร์ให้แก่ผู้ก่อตั้งเมซง
การรังสรรค์ QUATRE
จากงานออกแบบอัตราธาตุหล่อโลหะผสมสำหรับโครงสร้างตัวเรือน ไปจนถึงขั้นตอนประกอบชิ้นส่วนวงแหวนต่างลวดลาย ทุกอย่างล้วนอาศัยความประณีต แม่นยำอย่างสูงในแต่ละรายละเอียด Quatre เป็นแหวนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ประกอบด้วยวงแหวนสี่วงที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละวงได้รับการออกแบบแตกต่างกันและจากนั้นจึงถูกประกอบเข้าด้วยกันในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ Boucheron
ความประณีตเหนือระดับ
นั่นหมายความว่า หากเกิดความผิดพลาด คลาดเคลื่อนแม้เพียงนิด ย่อมนำมาซึ่งความเสียหายของชิ้นงานทั้งหมดจนต้องย้อนกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง นอกจากนั้น ด้วยการใช้กรรมวิธีอัดประกอบแทนติดกาว หรือบัดกรี จึงทำให้เมื่อใดก็ตามที่ได้ยินเสียง “คลิก” เบาๆ ในท้ายสุด ก็คือสัญญาณบ่งบอกว่างานฝีมือประกอบวงแหวนทั้งสี่เป็นหนึ่งเดียวเสร็จสมบูรณ์
เทคโนโลยีที่ผสานเข้ากับงานช่างฝีมือ
นอกจากนั้น เครื่องประดับคอลเลกชั่นนี้ ยังใช้วิทยาการล้ำสมัยมาเติมเต็มเทคนิคงานสร้างสรรค์เครื่องประดับตามธรรมเนียมดั้งเดิม เพราะความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียดของกระบวนการผลิต จำต้องอาศัยความประณีต แม่นยำสูงสุดระดับที่เพียงแค่น้ำมือมนุษย์ก็ยังมิอาจจัดการได้ เหตุนี้ เครื่องมือระบบดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่ง อย่างเช่นการหล่อทองคำขึ้นรูปทรง ซึ่งต้องได้สัดส่วนตอบรับกันอย่างลงตัวระหว่างโครงสร้างของวงในกับด้านใน เป็นอาทิ
10 มี.ค. 2569
2 มี.ค. 2569
3 มี.ค. 2569
10 มี.ค. 2569