Last updated: 16 มี.ค. 2569 | 351 จำนวนผู้เข้าชม |
ในปี 2005 แบรนด์นาฬิกาชั้นสูงอย่าง Breguet ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นแรกในคอลเลกชัน Tradition ซึ่งถูกสร้างสรรค์ขึ้นในฐานะการแสดงออกโดยตรงถึงมรดกทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ผลงานนี้เผยให้เห็นสถาปัตยกรรมของกลไกที่ถูกยกขึ้นมาอยู่เหนือแผ่นเพลตบนด้านหน้าปัด นำเสนอความงดงามของกลไกในมุมมองที่โดยปกติแล้วจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อพลิกนาฬิกาไปดูด้านหลังเท่านั้น
ด้วยสุนทรียะอันเป็นเอกลักษณ์และแนวคิดการออกแบบที่ล้ำสมัย นาฬิการุ่นนี้จึงโดดเด่นอย่างชัดเจนในประวัติศาสตร์ของการผลิตนาฬิกา พร้อมยืนยันความเชื่อมโยงที่สำคัญกับต้นกำเนิดและอัตลักษณ์ของ Breguet อย่างลึกซึ้ง

อัตลักษณ์ของคอลเลกชัน
คอลเลกชัน Tradition ของ Breguet คือการตีความร่วมสมัยของนาฬิกา souscription และ tact ซึ่งออกแบบโดย Abraham-Louis Breguet ในช่วงปลายศตวรรษที่ 18 แรงบันดาลใจจากมรดกอันล้ำค่าของแบรนด์ถูกนำมาถ่ายทอดใหม่ในรูปแบบของนาฬิกาที่ทันสมัยและเปี่ยมด้วยนวัตกรรม ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นต่อจิตวิญญาณดั้งเดิมอย่างซื่อสัตย์
หัวใจสำคัญของอัตลักษณ์คอลเลกชันนี้คือแนวคิดเรื่อง “กลไกที่เปิดเผยต่อสายตา” ซึ่งถูกนำเสนออย่างเด่นชัดที่สุด นั่นคือการที่กลไกและการบอกเวลาปรากฏอยู่บนด้านหน้าเดียวกัน กลไกทั้งหมดสามารถมองเห็นได้จากด้านหน้าปัด เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ได้ดื่มด่ำกับสถาปัตยกรรมของนาฬิกาอย่างเต็มที่ พร้อมเผยสิ่งที่ปกติแล้วต้องพลิกนาฬิกาจึงจะมองเห็น โดยยังคงรักษาความชัดเจนในการอ่านเวลาไว้อย่างสมบูรณ์
โครงสร้างลักษณะนี้สืบทอดมาจากผลงานยุคแรกของ Breguet และดึงดูดผู้หลงใหลในกลไกจักรกล เพราะมันเปิดมุมมองที่หาได้ยาก—ราวกับผู้สวมใส่กำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของช่างนาฬิกา และมองเข้าไปสู่หัวใจของกลไกโดยตรง นอกจากนี้ยังมีมิติด้านการเรียนรู้ ที่ช่วยให้เข้าใจการทำงานของนาฬิกาได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสร้างขึ้นรอบแผ่นเพลตตรงกลาง โดยมีตลับลาน ชุดเฟือง และบาลานซ์วีล จัดวางอย่างสมมาตรตามรูปแบบที่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่กว่าสองศตวรรษก่อนโดยผู้บุกเบิกทั้งด้านเทคโนโลยีและการออกแบบ
โครงสร้างนี้ถูกนำมาฟื้นชีวิตอีกครั้งในกลไกร่วมสมัยที่ออกแบบสำหรับนาฬิกาข้อมือ มอบมุมมองเต็มรูปแบบของกลไกทั้งหมด เผยความงดงามดิบแท้ของเครื่องจักรกลที่กำลังทำงาน พร้อมเน้นย้ำถึงงานตกแต่งระดับสูงซึ่งเป็นมาตรฐานของการผลิตนาฬิกาชั้นสูง
ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คอลเลกชัน Tradition ยังได้รับการพัฒนาและต่อยอดด้วยการตีความหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่เรียบง่ายที่สุด ไปจนถึงรุ่นที่มาพร้อมกลไกซับซ้อนระดับสูง บทสนทนาระหว่างประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรมของกลไก และความร่วมสมัย ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้
ผ่านการเล่นกับพื้นผิว การตัดกันขององค์ประกอบ และการเปิดเผยชิ้นส่วนกลไก Tradition จึงไม่ได้เป็นเพียงการระลึกถึงอดีต หากแต่เป็นความต่อเนื่องที่มีชีวิต ซึ่งพิสูจน์ว่ามรดกของ Breguet ยังคงเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำหรับนวัตกรรมอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

รากฐานทางประวัติศาสตร์
เรื่องราวของคอลเลกชันนี้พาเราย้อนกลับไปสู่หนึ่งในบทสำคัญที่สุดของผลงานของ Abraham-Louis Breguet นั่นคือ “นาฬิกา souscription” นาฬิการุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นหลังยุคการปฏิวัติฝรั่งเศส โดยมีแนวคิดที่เรียบง่ายอย่างตั้งใจ สะท้อนความปรารถนาของ Breguet ที่ต้องการตอบสนองต่อสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง รวมถึงรูปแบบการใช้งานใหม่ ๆ สิ่งที่น่าสนใจคือ ในผลงานชิ้นนี้ Breguet ได้อธิบายแนวคิด ตัวเลือกทางเทคนิค และปรัชญาการออกแบบของเขาเองผ่านเอกสารสิ่งพิมพ์ โดยมองจากมุมมองของลูกค้าเป็นสำคัญ นาฬิกา souscription ประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยมีการจำหน่ายเกือบ 700 เรือน ส่วนใหญ่ในช่วงปี 1798 ถึง 1805 และช่วยดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่เข้าสู่แบรนด์ Breguet
ภายในเรื่องราวนี้ นาฬิกา tact ก็มีบทบาทพิเศษเช่นกัน กลไกของมันพัฒนามาจาก calibre ของ souscription จนในช่วงแรกถูกเรียกว่า “tact souscription”
นาฬิกาแบบนี้ยังคงยึดหลักการของความเรียบง่าย ความชัดเจนในการอ่านเวลา และโครงสร้างที่มีเหตุผล แต่เพิ่มวิธีการอ่านเวลาแบบใหม่ นั่นคือการรับรู้เวลา “ผ่านการสัมผัส” โดยใช้เข็มด้านนอกที่สามารถเคลื่อนไหวได้
บางเวอร์ชันยังมีหน้าปัดขนาดเล็กอยู่ด้านหลัง ซึ่งอาจมีเข็มหนึ่งหรือสองเข็ม กลไกการจัดวางเช่นนี้—ซึ่งรวมหลายวิธีในการอ่านเวลาและเผยให้เห็นกลไก—กลายเป็นหนึ่งในรากฐานทางแนวคิดของคอลเลกชัน Tradition ที่เปิดตัวในปี 2005 ในฐานะการตีความร่วมสมัยของหลักการทางประวัติศาสตร์เหล่านี้

Shock Absorber เอกลักษณ์ของ Tradition
หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นและจดจำได้ทันทีในคอลเลกชัน Tradition คือระบบกันกระแทก หรือ shock absorber ซึ่งปรากฏอยู่ในแทบทุกรุ่น ยกเว้นเพียงรุ่น Tradition Tourbillon 7047 ระบบนี้ถือเป็นทั้งเอกลักษณ์ด้านภาพลักษณ์และเทคโนโลยี และยังเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ชาญฉลาดที่สุดของ Abraham-Louis Breguet ที่ถูกออกแบบขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสำคัญในนาฬิกายุคนั้น นั่นคือความเปราะบางของแกนบาลานซ์ซึ่งอาจเสียหายได้ง่ายหากนาฬิกาตกกระแทก
ราวปี 1790 Breguet คิดค้นวิธีแก้ปัญหาที่เรียบง่ายแต่ชาญฉลาด โดยทำให้ปลายแกนบาลานซ์มีรูปทรงกรวย และวางไว้ในถ้วยเล็ก ๆ ที่เข้าคู่กัน ซึ่งถูกยึดด้วยแผ่นสปริงบาง ๆ ระบบยืดหยุ่นนี้ช่วยดูดซับแรงกระแทกและปกป้องอวัยวะควบคุมจังหวะของนาฬิกา ทำให้นาฬิกายังคงทำงานได้อย่างถูกต้อง
มีเรื่องเล่าที่โด่งดังเกี่ยวกับสิ่งประดิษฐ์นี้ เพื่อพิสูจน์ประสิทธิภาพของมัน Breguet ถึงกับโยนนาฬิกาลงบนพื้นต่อหน้ารัฐมนตรีและลูกค้าของเขาอย่าง Charles-Maurice de Talleyrand แต่นาฬิกากลับไม่เสียหายและยังคงเดินต่อไป ต่อมา Breguet จึงติดตั้งระบบนี้ในนาฬิกาทุกเรือน และนำเสนอเวอร์ชันสมบูรณ์อย่างเป็นทางการในงานนิทรรศการแห่งชาติปี 1806
ระบบนี้ยังเป็นต้นแบบโดยตรงของระบบกันกระแทกสมัยใหม่ในนาฬิกา และแม้เวลาจะผ่านมากว่าสองศตวรรษ มันก็ยังคงเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกา รวมถึงเป็นการสดุดีต่อความเฉลียวฉลาดและความกล้าคิดของ Breguet ภายในคอลเลกชัน Tradition
นอกจากเม็ดมะยมสำหรับการไขลานแล้ว ระบบกันกระแทกนี้ยังถือเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของ Breguet ที่ถูกใช้อย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมนาฬิกาจนถึงปัจจุบัน

Interview with Gregory Kissling
Q: นาฬิกา Tradition มีบทบาทอย่างไรในคอลเลกชันของ Breguet
A: คอลเลกชัน Tradition มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในจักรวาลของ Breguet เพราะมันถ่ายทอดมรดกของแบรนด์ได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด ทั้งผ่านสถาปัตยกรรมของกลไกและรหัสทางสุนทรียะที่สืบทอดมาจากผลงานยุคแรกของ Abraham-Louis Breguet จึงเป็นสะพานเชื่อมระหว่างประวัติศาสตร์ผู้ก่อตั้งกับการสร้างสรรค์นาฬิการ่วมสมัยของแบรนด์
เดิมที Tradition ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นส่วนเติมเต็มให้กับคอลเลกชัน Classique และมุ่งสู่ผู้หลงใหลที่ต้องการมองเห็นกลไก เข้าใจโครงสร้าง และเรียนรู้การทำงานของกลไก ในมุมมองของเรา Tradition คือไอคอนของ Breguet อย่างแท้จริง
Q: อะไรคือความแตกต่างระหว่าง Tradition และ Classique
A: ทั้งสองคอลเลกชันถือเป็นการแสดงออกที่ตรงที่สุดของผลงานของ Breguet
Classique สืบทอดรหัสทางสุนทรียะดั้งเดิม เช่น หน้าปัดกิโยเชต์ เข็มทรง Breguet ตัวเรือนลายร่อง สัดส่วนที่สมดุล และความเชี่ยวชาญด้านกลไกซับซ้อน
ส่วน Tradition แสดงมรดกเดียวกันนี้ผ่านโครงสร้างและสถาปัตยกรรมของกลไก โดยได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา tact และกลไกแบบเปิด
กล่าวได้ว่า Classique ถ่ายทอดมรดกผ่าน “สไตล์” ขณะที่ Tradition ถ่ายทอดผ่าน “โครงสร้างของกลไก”
Q: Tradition จะมีการปรับโฉมในอนาคตหรือไม่
A: คอลเลกชันนี้พัฒนาอย่างค่อยเป็นค่อยไปและสอดคล้องกับอัตลักษณ์ดั้งเดิม Breguet เลือกใช้การพัฒนาแบบละเอียดอ่อน เช่น การปรับปรุงทางเทคนิค การใช้วัสดุสมัยใหม่ และการปรับสุนทรียะบางส่วน โดยยังคงรักษา DNA ทางประวัติศาสตร์ของคอลเลกชันไว้
Interview with Emmanuel Breguet
Q: ต้นกำเนิดของรูปลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Tradition คืออะไร
A: เริ่มต้นจากกลไก souscription ที่ Abraham-Louis Breguet พัฒนาและบางครั้งย่อส่วนเพื่อนำไปใช้ในนาฬิกา tact ซึ่งสามารถอ่านเวลาได้ผ่านการสัมผัส
เมื่อเปิดนาฬิกาประวัติศาสตร์เหล่านี้และถอดฝาครอบออก จะเห็นโครงสร้างที่ไม่เหมือนใคร คือกลไกและหน้าปัดควบคุมอยู่บนด้านเดียวกัน
นี่คือมรดกที่ซ่อนอยู่ของ Breguet ซึ่งถูกปลุกให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในปี 2005 ภายใต้แรงผลักดันของ Nicolas G. Hayek จนนำไปสู่การกำเนิดของคอลเลกชัน Tradition
Q: Tradition ผสานมรดกและนวัตกรรมอย่างไร
เมื่อเปิดตัวในปี 2005 Tradition ไม่ได้มุ่งเน้นนวัตกรรมที่หวือหวา แต่ต้องการแสดงตัวตนของ Breguet ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด
เป้าหมายคือการสร้างนาฬิกาที่ร่วมสมัย แต่ให้ความรู้สึกราวกับกำลังมองเห็นกลไกโบราณ
กลไกการทำงานสะท้อนสุนทรียะของชุดกลไกในประวัติศาสตร์อย่างชัดเจน ซึ่งในเวลานั้นไม่มีนาฬิกาใดในตลาดที่มีสถาปัตยกรรมเช่นนี้
Q: Tourbillon 7047 แตกต่างจากรุ่นอื่นหรือไม่
A: รุ่นนี้แตกต่างเล็กน้อยจากสถาปัตยกรรมตลับลานตรงกลางซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน เพราะต้องการเปิดพื้นที่ให้เห็นทูร์บิญองอย่างเต็มที่
นี่เป็นการพัฒนาที่สอดคล้องกับจิตวิญญาณของ Tradition ซึ่งมุ่งเผยความงดงามของกลไกบนด้านที่มองเห็น และยกย่องหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่สำคัญที่สุดของ Breguet นั่นคือ ทูร์บิญอง
เกี่ยวกับ Tradition Collection
ด้วยสุนทรียะแบบอาวองการ์ดที่กลายเป็นลายเซ็นของคอลเลกชัน Tradition นาฬิกาเหล่านี้ยังคงสร้างความประหลาดใจและดึงดูดใจด้วยความเหนือกาลเวลา
มันหยั่งรากลึกอยู่ในดีไซน์บริสุทธิ์ของ Breguet พร้อมผสานความกล้าหาญและความก้าวหน้าในศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูง
ผลลัพธ์คือการหลอมรวมอันเป็นเอกลักษณ์ระหว่างมรดก นวัตกรรม และวิสัยทัศน์ร่วมสมัย ซึ่งทำให้ Tradition กลายเป็นหนึ่งในการแสดงออกที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Breguet อย่างแท้จริง
19 มี.ค. 2569
20 มี.ค. 2569
19 มี.ค. 2569