Last updated: 24 เม.ย 2569 | 162 จำนวนผู้เข้าชม |
LOUIS ERARD เปิดตัว Le Régulateur Esprit Flinqué นาฬิการุ่นใหม่ที่โดดเด่นด้วยงานฝีมืออันประณีต ถ่ายทอดมิติของแสง ลวดลายพื้นผิว และโครงสร้างหน้าปัดได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยผลิตในจำนวนจำกัดและมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงินและสีเทา ซึ่งรุ่นสีน้ำเงินเคยเปิดตัวไปแล้วในช่วงเดือนธันวาคม 2025 จากความร่วมมือกับ Worn & Wound และครั้งนี้ถูกนำกลับมาอีกครั้งเพื่อเข้าร่วมในคอลเลกชั่น Noirmont Métiers d’Art เคียงคู่กับรุ่นสีเทาที่เปิดตัวใหม่
“ร่วมกับ Worn & Wound เราใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนาแนวคิดที่ทั้งท้าทายและเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น แทนที่จะเลือกเส้นทางที่ง่ายกว่า ผลลัพธ์ที่ได้คือนาฬิการุ่นพิเศษของ Louis Erard ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดรุ่นหนึ่งจนถึงตอนนี้ และในวันนี้ นาฬิการุ่นนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชั่น Métiers d’Art ของเรา พร้อมทั้งเป็นจุดเริ่มต้นของแนวทางการออกแบบใหม่ ๆ ที่จะต่อยอดต่อไปในอนาคต”
Manuel Emch


รายละเอียดของนาฬิกา
- นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชั่น 2 รุ่น ผลิตเพียงรุ่นละ 99 เรือน โดยรุ่นสีน้ำเงินเกิดจากความร่วมมือกับ Worn & Wound ส่วนรุ่นสีเทาเป็นดีไซน์ในสไตล์ของ Louis Erard
- ดีไซน์เรกูเลเตอร์แบบใหม่: กลไกเอกลักษณ์ของ Louis Erard ที่แยกการแสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาทีออกจากกัน ทำให้อ่านค่าเวลาได้ง่ายและชัดเจนขึ้น
- นวัตกรรมใหม่: ครั้งแรกของ Louis Erard กับดิสก์แสดงชั่วโมงและวินาทีสเกเลตัน ที่ให้ความรู้สึกเหมือนลอยอยู่เหนือหน้าปัด ทำให้ดูโดดเด่นและทันสมัยยิ่งขึ้น
- เทคนิค Esprit Flinqué: การออกแบบหน้าปัดแบบซ้อนชั้น ที่ผสานลวดลายซันเรย์แบบร่องเข้ากับการเคลือบแลคเกอร์ เพื่อสร้างงานศิลป์รูปแบบใหม่สำหรับ Métiers d’Art

นิยามใหม่ของเรกูเลเตอร์
Esprit Flinqué นำรูปแบบเรกูเลเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Louis Erard มาตีความใหม่ ผ่านลวดลายและการเล่นแสงบนหน้าปัด พร้อมจัดเรียงการแสดงเวลาอย่างเป็นระเบียบ ช่วยให้อ่านเวลาได้ชัดเจนและเข้าใจง่ายขึ้น
เป็นครั้งแรกของ Louis Erard ที่แสดงชั่วโมงและวินาทีด้วยแผ่นดิสก์สเกเลตันแบบหมุนได้ การออกแบบโครงสร้างแบบเปิดนี้ต้องพัฒนาอย่างใส่ใจ เพื่อให้หมุนได้ลื่นไหล มีความมั่นคง และยังอ่านเวลาได้ชัดเจนในรูปแบบเรกูเลเตอร์ อีกทั้งยังช่วยให้หน้าปัดดูเบาและมีความเคลื่อนไหวมากยิ่งขึ้น
สายตาจะถูกดึงไปยังการแสดงค่านาทีเป็นหลัก ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีน้ำเงินเข้มและสีเทา ลวดลายร่องแบบซันเรย์ช่วยจัดองค์ประกอบของหน้าปัดให้ดูเป็นระเบียบ พร้อมสร้างการเคลื่อนไหวของแสงบนพื้นผิวอย่างนุ่มนวล เข็มนาทีทรงต้นเฟอร์เป็นเอกลักษณ์ของ Louis Erard ขณะที่ขอบหน้าปัดที่ถูกออกแบบให้ดูเรียบและบางช่วยขับเน้นองค์ประกอบสำคัญ และทำให้แสงเปลี่ยนแปลงไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวบนข้อมือ แสงสะท้อนบนหน้าปัดจึงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เผยทั้งความสว่างและมิติความลึกของพื้นผิว ซึ่งทั้งหมดหลอมรวมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Esprit Flinqué
นาฬิกาทั้งสองรุ่นผลิตจำนวนจำกัด เพียงรุ่นละ 99 เรือน มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขัดเงาขนาด 39 มม. รุ่นสีน้ำเงินมาพร้อมสายหนังลูกวัวสีเบจ ให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อสวมใส่ ส่วนรุ่นสีเทาใช้โทนสีเดียวกันทั้งหน้าปัดและสาย ทำให้ได้ลุคแบบโมโนโครมที่เรียบ เท่ และมีมิติคล้ายงานสถาปัตยกรรม ดีไซน์นี้ยังสะท้อนเทรนด์นาฬิกาโทนสีเรียบง่ายที่กำลังได้รับความนิยม ทั้งในสไตล์ร่วมสมัยและในแวดวงการนาฬิกาคลาสสิค


การตีความใหม่ของ Métiers d’Art
ด้วย Esprit Flinqué ทาง Louis Erard ยังคงพัฒนาแนวทาง Métiers d’Art ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้ทดลองและนำเสนองานฝีมือหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการแกะสลักด้วยมือ การเคลือบอีนาเมลแบบ grand feu และเทคนิคการฝังเส้นทอง ซึ่งแต่ละเทคนิคถูกนำมาตีความให้ดูร่วมสมัยยิ่งขึ้น และผลิตในจำนวนจำกัด
แต่ละโปรเจกต์เปรียบเสมือนพื้นที่สำหรับการทดลอง โดยนำทักษะงานฝีมือแบบดั้งเดิมมาตีความใหม่ให้สอดคล้องกับงานนาฬิกาสมัยใหม่ เน้นความชัดเจนของโครงสร้าง และการเผยคุณค่าของวัสดุอย่างตรงไปตรงมา พร้อมทั้งขยายขอบเขตของแนวทาง Métiers d’Art ให้ก้าวออกจากกรอบเดิมของวงการนาฬิกาชั้นสูง

Esprit Flinqué จึงเป็นอีกก้าวของแนวทางนี้ ที่นำไปสู่ภาษาการออกแบบใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับแสง โครงสร้าง และการเคลื่อนไหวในฐานะองค์ประกอบหลักของดีไซน์ อีกทั้งยังสะท้อนถึงทิศทางใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการต่อยอดในอนาคต
หมวดหมู่ใหม่ ภาษาดีไซน์รูปแบบใหม่ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
LOUIS ERARD
SWISS WATCHMAKER
EST.1929
Louis Erard นำเสนอแนวทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการทำนาฬิกา ด้วยการทำให้ผลงานของช่างนาฬิกาชั้นสูงเข้าถึงได้สำหรับผู้คนในวงกว้าง นาฬิกาของแบรนด์ซึ่งมีรากฐานจากงานหัตถศิลป์ ผสานความงามของประเพณีดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยได้อย่างลงตัว ภายใต้การสร้างสรรค์ของช่างฝีมือผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ที่ผลักดันขอบเขตของศาสตร์แห่งเครื่องบอกเวลา
นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1929 ความเป็นอิสระคือหัวใจสำคัญของแบรนด์ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณอันเป็นอิสระของเทือกเขา Swiss Jura ซึ่งสะท้อนผ่านนาฬิการะบบเรกูเลเตอร์อันเป็นเอกลักษณ์และนาฬิกาจักรกลหลากหลายรุ่น ภายใต้การนำของ Manuel Emch แบรนด์ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมมากกว่าการเดินตามกรอบเดิม มุ่งสร้างความเป็นเลิศอย่างยั่งยืนแทนการเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเส้นทางของตนเองในโลกการทำนาฬิกา ผ่านความร่วมมือกับนักสร้างสรรค์อย่าง Alain Silberstein, Vianney Halter และ Konstantin Chaykin ซึ่งช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ ทางการออกแบบ และสร้างผลงานที่ท้าทายกรอบความคิดเกี่ยวกับเวลาในมุมมองที่แตกต่าง
23 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569
23 เม.ย 2569