Last updated: 12 พ.ค. 2569 | 23 จำนวนผู้เข้าชม |
เฉดสีเขียวสดใหม่เพื่อวาระครบรอบสุดพิเศษ: เรือนเวลารุ่นเอดิชันพิเศษ (Special Edition) เรือนเวลารุ่น TEENUT Silver-Plated by Friction กับการหลอมรวมมรดกทางวัฒนธรรม และความร่วมสมัยได้อย่าง ลงตัว ทั้งในด้านสุนทรียศาสตร์ของการออกแบบ และกลไกอันซับซ้อนภายในปี 2026 ถือเป็นปีที่มีความหมายอย่างยิ่งสําหรับเมนูแฟกเจอร์ Moritz Grossmann (โมริตซ์ กรอสมานน์) ในเมืองก ลาสฮุตเตอ (Glashütte) เนื่องจากเป็นปีครบรอบวันคล้ายวันเกิดของ "โมริตซ์ กรอสมานน์” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของนามอัน ทรงเกียรติ ซึ่งเขาเกิดเมื่อวันที่ 27 มีนาคม ค.ศ. 1826 หรือเมื่อ 200 ปีที่แล้วพอดิบพอดี เขาไม่เพียงแต่เป็นผู้ที่วาง รากฐานและกําหนดทิศทางให้กับแบรนด์นาฬิกาในปัจจุบัน แต่เขายังเป็นบุคคลสําคัญที่มีอิทธิพลอย่างมหาศาลต่อศาสตร์ แห่งการทํานาฬิกา รวมถึงชะตากรรมของเมืองกลาสชุดเตอ บ้านเกิดของเขาอีกด้วย ทั้งนี้เนื่องจาก โมริตซ์ กรอสมานน์ คืออัจฉริยะช่างนาฬิกา เป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้เปี่ยมด้วยความทะเยอทะยาน เป็นนักเขียนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เป็นผู้ ริเริ่มก่อตั้งโรงเรียนสอนทํานาฬิกาเยอรมัน (German Watchmaking School) ในเมืองกลาสฮิตเตอ และเป็นบุคคลสําคัญ ผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากมาย
สําหรับเมนูแฟกเจอร์แห่งนี้ วาระครบรอบวันเกิดปีที่ 200 ของ Moritz Grossmann ถือเป็นโอกาสที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สําหรับการเปิดตัวซีรีส์นาฬิการุ่นพิเศษในหลากหลายรุ่น เรือนเวลาแห่งการเฉลิมฉลองเหล่านี้ได้รวบรวมเอาแนวคิดอันล้ำสมัยของผู้ก่อตั้ง มาผสานเข้ากับงานฝีมือการทํานาฬิกาสมัยใหม่ได้อย่างกลมกลืน สิ่งเหล่านี้คือการตีความมรดกที่ เขาทิ้งไว้ให้ใหม่อีกครั้ง โดยไม่ใช่เพียงแค่การหยิบเอาแนวคิดทางประวัติศาสตร์ แต่เป็นการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากนวัตกรรมดั้งเดิมของ Moritz Grossmann

เพื่อให้สอดคล้องกับจิตวิญญาณของเขา เรือนเวลาเหล่านี้จึงได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยกระบวนการผลิตสมัยใหม่ เพื่อบรรลุถึงความสมบูรณ์แบบทางเทคโนโลยีและสุนทรียศาสตร์ ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ล้วนเป็นปณิธานอันแรงกล้าของผู้ก่อตั้ง กระบวนการผลิตในปัจจุบันได้สานต่อวิสัยทัศน์ของเขาด้วยจิตวิญญาณและความหลงใหล ส่งผลให้ Moritz Grossmann ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตนาฬิกาเพียงไม่กี่รายในโลกที่สามารถเชี่ยวชาญในทุกรายละเอียดของศาสตร์แห่งการทํานาฬิกาอันเก่าแก่ พร้อมทั้งมอบชีวิตใหม่ให้แก่ศิลปะแขนงนี้
เรือนเวลารุ่นพิเศษแห่งการเฉลิมฉลอง: TEFNUT Silver-Plated by Friction
เรือนเวลาลําดับที่สามนี้ รังสรรค์ขึ้นเพื่อวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 200 ของ โมริตซ์ กรอสมานน์: ในวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2026 ทางผู้ผลิตทําการเปิดตัวนาฬิการุ่น TEFNUT Silver-Plated by Friction สองเวอร์ชันใหม่ ได้แก่ ตัวเรือนทองคําเหลือง (Yellow Gold) และตัวเรือนทองคําขาว (White Gold) ซึ่งการเปิดตั ดตัวครั้งนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ ครั้งแรกของรุ่น TEENUT ที่มีการนําวัสดุทองคําเหลืองมาใช้รังสรรค์ตัวเรือน
เรือนเวลาทั้งสองรุ่นสะท้อนถึงปีแห่งการเฉลิมฉลองด้วยงานสลักหมายเลข 1826 ไว้บนสะพานจักรบาลานซ์ของชุด กลไก นอกจากนี้ การเลือกใช้โลโก้ M. GROSSMANN สไตล์วินเทจบนหน้าปัด ซึ่งมีรูปลักษณ์เดียวกับที่เคยปรากฏในปี ค.ศ. 1875 ยังถือเป็นการแสดงความคารวะต่อประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์
งานฝีมือดั้งเดิมบนหน้าปัด
เรือนเวลารุ่น TEENUT คือตัวอย่างที่ชัดเจนของปรัชญาแห่งความสมบูรณ์แบบในสไตล์คลาสสิกจากโรงงานผู้ผลิต โดยมาพร้อมการออกแบบที่เรียบง่ายแต่หรูหราแบบสะท้อนคุณค่า หัวใจสําคัญอยู่ที่หน้าปัดซึ่งมีผิวสัมผัสแมตต์ราวกับผ้า กํามะหยี่ รังสรรค์ขึ้นด้วยเทคนิคที่สืบทอดมาจากศตวรรษที่ 19 นั่นคือ การชุบเงินด้วยการฝนหรือการขัด กระบวนการนี้ ทําด้วยมือทั้งหมดภายในห้องปฏิบัติงานช่าง ของ Moritz Grossmann โดยช่างผู้เชี่ยวชาญจะใช้แปรงขนาดเล็กแต้มส่วน ผสมพิเศษซึ่งประกอบด้วย ผงเงิน, เกลือ, ครีมออฟทาร์ทาร์ และน้ํา ขัดลงบนพื้นผิวหน้าปัดอย่างประณีตจนเกิดเป็น ลวดลายเม็ดละเอียด จากนั้นจึงทําให้พื้นผิวสมบูรณ์แบบด้วยขั้นตอนการขัดเงาขั้นสุดท้ายอย่างระมัดระวัง ทุกขั้นตอนที่กล่าวมาต้องอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างสูง รวมถึงทักษะการสัมผัสที่แม่นยําควบคู่ไปกับประสบการณ์อันยาวนาน ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงเชี่ยวชาญในเทคนิคโบราณแขนงนี้


อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอย่างยิ่ง เนื่องจากการเล่นแสงและเงาระหว่างความเงางามและ ความแมตต์ได้สร้างเอฟเฟกต์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งช่วยเสริมเสน่ห์อันเฉพาะตัวให้กับ TEENUT ได้อย่างน่าอัศจรรย์
องค์ประกอบที่ตัดกันด้วยเฉดสีเขียวสดใหม่ช่วยขับเน้นหน้าปัดให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น ทั้งตัวเลขและตัวอักษรทั้งหมด รวมถึง สเกลนาทีและโลโก้ประวัติศาสตร์ “M. Grossmann” จากปี 1875 ต่างใช้โทนสีเขียวทั้งสิ้น เหนือพื้นหน้าปัดคือชุดเข็มรูป ทรงหอก (Lance-shaped) ที่เรียวบางเป็นพิเศษ ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีตด้วยมือ ณ โรงงานผู้ผลิต นี่คือผลงานการ ผลิตผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อนหลายระดับ เส้นสายที่โค้งมนอย่างนุ่มนวลและปลายเข็มที่ละเอียดอ่อนนี้จะดึงดูดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็นในทันที
การสืบสานประเพณีอันทรงคุณค่าจากผู้ก่อตั้ง (Carrying on the founder's tradition)
การออกแบบในสไตล์คลาสสิกของรุ่น TEFNUT นั้น ได้เข้าถึงความงดงามอันเป็นเลิศ ผ่านตัวเรือนที่เพรียวบาง ซึ่งมีให้ เลือกทั้งวัสดุทองคําเหลืองและทองคําขาว รูปทรงที่สง่างามนี้เกิดขึ้นได้ด้วยกลไกคาลิเบอร์ 102.1 ที่ได้รับความเชื่อถือ โดยชุดกลไกไขลานด้วยมือรุ่นนี้มีความหนาเพียง 4 มิลลิเมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 26 มิลลิเมตร สถาปัตยกรรม กลไกที่ซับซ้อนนี้ประกอบไปด้วยลักษณะเฉพาะตัวที่โดดเด่นตามแบบฉบับของกลไกจาก Grossmann ทุกประการ กลไกไขลานด้วยมือชุดนี้มีโครงสร้างแบบเสาค้ําตามขนบดั้งเดิม ซึ่งประกอบขึ้นจากแท่นเครื่องหลัก และสะพานจักรแบบ 3/5 องค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์ประกอบไปด้วย สะพานจักรบาลานซ์แบบลดระดับ พร้อมระบบปรับตั้งความ เทียงตรงด้วยสกรูไมโครมิเตอร์ของ Grossmann และคลับแชตองทองคําแบบยกสูง
รายละเอียดเหล่านี้คือการอ้างอิงโดยตรงไปถึงความอัจฉริยะของ โมริตซ์ กรอสมานน์ และยังเป็นเอกลักษณ์ที่พบได้ใน กลไกประวัติศาสตร์จากยุคสมัยของเขา ชิ้นส่วนกลไกทุกชิ้นผ่านการขัดแต่งอย่างประณีตและแม่นยํา ซึ่งช่วยตอกย้ำเอกลักษณ์อันโดดเด่นที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้ของเรือนเวลารุ่นนี้
การเปิดตัวครั้งสําคัญในวันที่ 29 เมษายน 2026
เรือนเวลารุ่นพิเศษ TEFNUT Silver-Plated by Friction ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อวาระครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 200 ของ โม ริตซ์ กรอสมานน์ มีกําหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 เมษายน 2026 โดยซีรีส์พิเศษนี้ประกอบด้วยรุ่นตัวเรือน ทองคําเหลืองและรุ่นตัวเรือนทองคําขาว ซึ่งแต่ละรุ่นจะถูกผลิตขึ้นในจํานวนจํากัดเพียง 12 เรือนทั่วโลก เท่านั้น
โมริตซ์ กรอสมานน์ (Moritz Grossmann) เกิดที่เมืองเดรสเดินในปี ค.ศ. 1826 เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มี วิสัยทัศน์กว้างไกลท่ามกลางเหล่ายอดช่างนาฬิกาชาวเยอรมัน ในปี ค.ศ. 1854 เฟอร์ดินานด์ อดอล์ฟ ลังเงอ (Ferdinand Adolph Lange) เพื่อนของเขาได้โน้มน้าวให้ช่างนาฬิกาหนุ่มผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์คนนี้มาเปิดเวิร์ กช็อปกลไกของตนเองขึ้นที่เมืองกลาสชุดเตอ นอกเหนือจากการสร้างธุรกิจนาฬิกาจนเป็นที่ยอมรับแล้ว กรอ สมานน์ยังอุทิศตนเพื่ออุดมการณ์ทางสังคมและการเมือง โดยเขาได้ก่อตั้งโรงเรียนสอนทํานาฬิกาเยอรมัน (German School of Watchmaking) ขึ้นในปี ค.ศ. 1878 ก่อนที่ โมริตซ์ กรอสมานน์ จะเสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน ในปี ค.ศ. 1885 ซึ่งส่งผลให้โรงงานผลิตนาฬิกาของเขาต้องปิดตัวลงในเวลาต่อมา
จิตวิญญาณแห่งประเพณีการทํานาฬิกาของ โมริตซ์ กรอสมานน์ ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในปี ค.ศ. 2008 เมื่อช่าง นาฬิกาผู้มากประสบการณ์อย่าง คริสตีน ฮุตเทอร์ (Christine Hutter) ได้ค้นพบแบรนด์เก่าแก่แห่งเมืองกลาสฮุต เตอที่ทรงคุณค่านี้และดําเนินการจดทะเบียนแบรนด์ใหม่อีกครั้ง เธอได้พัฒนาแนวคิดและได้รับแรงบันดาลใจ จากวิสัยทัศน์ที่จะฟื้นฟูมรดกของกรอสมานน์ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในกว่า 120 ปีต่อมา ผ่านประดิษฐกรรม นาฬิกาข้อมือที่มีความประณีตเป็นพิเศษ และเธอยังสามารถดึงดูดเหล่านักสะสมนาฬิกาให้มาร่วมสนับสนุนเพื่อ ทําให้ความฝันนี้เป็นจริง จนกระทั่งในวันที่ 11 พฤศจิกายน ค.ศ. 2008 เธอได้ก่อตั้งบริษัท Grossmann Uhren GmbH ขึ้น ณ เมืองกลาสฮุตเตอ
ที่ Moritz Grossmann เหล่าช่างนาฬิกาผู้เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมไว้โดยไม่ใช่เพียง แค่การคัดลอกแบบนาฬิกาในประวัติศาสตร์ ด้วยนวัตกรรม งานฝีมือที่เหนือชั้น การผสมผสานระหว่างวิธีการ ผลิตแบบดั้งเดิมเข้ากับกระบวนการสมัยใหม่ ตลอดจนการเลือกใช้วัสดุเลอค่า พวกเขาได้ร่วมกันเฉลิมฉลอง ความเป็น “Schönstes deutsches Handwerk (งานฝีมือเยอรมันที่งดงามที่สุด) ผ่านเรือนเวลาของพวกเขาในทุก ๆ ชิ้นงาน
ได้แล้วที่ตัวแทนจําหน่ายดังนี้:
พบกับนาฬิกา Moritz Grossmann ได้แล้ว
SHH Pendulum – สยามพารากอน Unit M 31A ชั้น M 991 ถนนพระราม 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวันกรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์ติดต่อ: +66 2 125 2128
PENDULUM
ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจําหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย และมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่งในปัจจุบัน ซึ่ง ล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าสําคัญๆ ทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันนี้ Pendulum เป็นตัวแทนจําหน่าย นาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและช่องทางการจัดจําหน่ายอื่นๆ ตอบโจทย์ความชื่นชอบชื่นชมที หลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนํานี้เอง ช่วยตอกย้ําความเป็นผู้นําของ Pendulum ในตลาด ค้าปลีกนาฬิกาหรูในประเทศไทย
11 พ.ค. 2569
12 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569
11 พ.ค. 2569