CARTIER Le Choeur Des Pierres

Last updated: 13 พ.ค. 2569  |  23 จำนวนผู้เข้าชม  | 

CARTIER Le Choeur Des Pierres

เมื่อได้เห็น “อัญมณีของคาร์เทียร์” เป็นครั้งแรกจะรับรู้ได้ในทันทีว่าการจำแนกที่สุดแห่งอัญมณีออกจากบรรดาอัญมณีล้ำค่าอื่น ๆ นั้นเป็นเรื่องของสัญชาตญาณซึ่งขับเคลื่อนด้วยอารมณ์ความรู้สึกเพราะนอกเหนือจากมาตรฐานการคัดสรรคุณภาพทั้งความบริสุทธิ์ของเนื้ออัญมณี ความสง่างามของการเจียระไน และความแม่นยำของสัดส่วนแล้วยังมีเสน่ห์บางประการที่ยากจะอธิบาย (je ne sais quoi) อันเป็นหัวใจสำคัญของคาร์เทียร์ทำให้อัญมณีของเมซงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและโดดเด่นเหนือใคร

ดังนั้น อัญมณีจึงเปรียบเสมือนผู้มอบแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ผลงาน

ด้วยรูปทรง สีสัน เรื่องราว ตลอดจนความหมายเชิงสัญลักษณ์อัญมณีเป็นแรงบันดาลใจให้นักออกแบบและช่างฝีมือตลอดทุกช่วงเวลาของการสร้างสรรค์อัญมณีเผยเสน่ห์ได้อย่างเต็มที่ผ่านงานออกแบบ โดยแต่ละชิ้นมีการผสมผสานสีสันที่เหนือความคาดหมายการเล่นของแสงและเงา ตลอดจนมิติและโครงสร้างหลากรูปแบบ หล่อหลอมให้สไตล์ของคาร์เทียร์ปรากฏขึ้นอย่างงดงามท่ามกลางความหลากหลายดุจวาทยกรแห่งวงออร์เคสตราที่รวบรวมวัสดุล้ำค่าให้สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งหมดได้รับการเติมเต็มผ่านความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของช่างฝีมือแห่งเมซง ไม่ว่าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอัญมณี ช่างอัญมณี ช่างเจียระไน ช่างฝังอัญมณี และช่างขัดเงา ซึ่งทำงานร่วมกันตั้งแต่การร่างเส้นแรกของดินสอบนกระดาษไปจนถึงการประดิษฐ์ผลงานให้สำเร็จ โดยนักออกแบบและช่างฝีมือในแต่ละแขนงจะสื่อสารกันตลอดบนพื้นฐานของความเข้าใจในศาสตร์ของกันและกัน บทสนทนาอันไม่มีที่สิ้นสุดนี้ผลักดันให้ทุกฝ่ายก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เกิดเป็นสไตล์เฉพาะของคาร์เทียร์ที่เปล่งประกายออกมาอย่างลึกซึ้งและทรงพลัง

เครื่องประดับชั้นสูงจากคาร์เทียร์ คือ บทสดุดีแด่อัญมณี

“การปล่อยให้อัญมณีได้เปล่งเสียงของตนเอง คือให้คุณค่ากับเรื่องราวความทรงจำของโลกที่ซ่อนอยู่ภายใน เป็นความงดงามที่ประกอบขึ้นตามกาลเวลาและดำรงอยู่อย่างนิรันดร์ อัญมณีแต่ละเม็ดคือการค้นพบอันแสนพิเศษที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และการแสวงหาอุดมคติแห่งความงามตามแบบฉบับของคาร์เทียร์ ผลงานสร้างสรรค์จึงมีหน้าที่เผยศักยภาพของอัญมณี ทั้งในรายละเอียดอันประณีต ความเจิดจรัส และพลังที่ถ่ายทอดออกมาจากภายใน นั่นคือหัวใจของงานอัญมณีที่เปิดรับความรู้สึก การตีความใหม่ และการขับเน้นจิตวิญญาณของอัญมณีให้เปล่งประกายอย่างเต็มที่”  ฌาเคอลีน การาชิ (JACQUELINE KARACHI) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูง

“คอลเลคชั่นนี้เปรียบเสมือนบทกวีสดุดีแด่อัญมณี ที่บรรดาอัญมณีต่างขับขานท่วงทำนองอันพร่างพรายของตัวเอง โดยบทแรกของคอลเลคชั่นนี้ถ่ายทอดผ่านฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญจากคาร์เทียร์ ประกอบด้วยผลงานอันเป็นโดดเด่นมากกว่า 125 ชิ้น และใช้เวลากว่า 85,000 ชั่วโมงในการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน ความเป็นเลิศทั้งด้านเทคนิคและสุนทรียภาพหลอมรวมทุกศาสตร์แห่งงานฝีมือภายในเวิร์คชอปของเรา เพื่อแปรเปลี่ยนวัสดุล้ำค่าให้กลายเป็นผลงานเหนือกาลเวลาที่ผสานทั้งความงดงามและความเชี่ยวชาญเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว”  อเล็กซา อาบิทโบล (ALEXA ABITBOL) ผู้อำนวยการเวิร์คชอปเครื่องประดับชั้นสูง

“‘Le Chœur des Pierres’ (เลอ เกอร์ เด ปิแอร์) มีความหมายสองอย่างจากการออกเสียงคำว่า “chœur” (เกอร์) ในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเมื่อสะกดด้วยตัวอักษรนี้หมายถึง “การขับร้องประสานเสียง” แต่หากตัดตัว ‘h’ ออกจะกลายเป็น “cœur” (เกอร์) ซึ่งหมายถึง “หัวใจ” แม้จะออกเสียงเหมือนกัน แต่ทั้งสองคำกลับถ่ายทอดความหมายต่างกัน สะท้อนถึงแนวทางของคาร์เทียร์ในการคัดสรรอัญมณีและออกแบบเครื่องประดับเพื่อยกระดับความงดงามของอัญมณีแต่ละชนิด โดยดึงแก่นแท้ของอัญมณีออกมา เพื่อเผยเสน่ห์อันน่าหลงใหล ตลอดจนการผสานวัสดุเข้าด้วยกันผ่านองค์ประกอบของสีสันที่ทรงพลัง วิสัยทัศน์ด้านเครื่องประดับชั้นสูงอันเป็นเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์นี้จึงได้รับถ่ายทอดออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อยกย่องความงดงามของอัญมณีอย่างแท้จริง”  ปีแอร์ เรเนโร (PIERRE RAINERO) ผู้อำนวยการฝ่ายภาพลักษณ์ สไตล์ และเฮอริเทจ


โอลอร์รา (OLORRA)
มรกตโคลัมเบียสีเขียวล้ำลึกห้าเม็ด น้ำหนักรวม 40.67 กะรัต เป็นตัวกำหนดโครงสร้างของสร้อยคอชิ้นนี้ ดีไซน์มอบพื้นที่ให้การตีความใหม่ของการตัดกันระหว่างสีเขียวและสีน้ำเงิน หนึ่งในไอคอนคู่สีที่ปรากฏครั้งแรกในผลงานของคาร์เทียร์ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เทอร์ควอยซ์และลาพิส ลาซูลี (lapis lazuli) ที่เจียระไนขึ้นเป็นพิเศษจัดวางสลับกับเพชร ก่อรูปเป็นจี้ทรงเรขาคณิตที่สร้างจังหวะให้กับโครงสร้างสร้อยคอแบบแผ่รัศมี ขณะเดียวกัน องค์ประกอบขนาดเล็กที่รายล้อมรอบลำคอและลวดลายต่าง ๆ ยังช่วยเสริมให้ผลงานดูเปล่งประกายยิ่งขึ้น เกิดเป็นภาพความงดงามราวกับบทประพันธ์ที่ขับกล่อมเสียงประสานจากอัญมณีอันเลอค่า


โซเลนารา (SOLENARA)
ดีไซน์นี้เริ่มต้นจากมรกตสองเม็ดที่โดดเด่นทั้งขนาดและรูปทรง ทั้งสองถูกจัดวางเป็นจุดปลายของสายเส้นอัญมณีล้ำค่าที่สะท้อนถึงงานออกแบบสไตล์คลาสสิคของเมซง ที่ความเรียบง่ายถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญในการรังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูง มรกตแต่ละชิ้นถ่ายทอดพลังในแบบของตนเอง เมื่อนำมาจัดวางคู่กัน ความโค้งมนตามธรรมชาติจึงตัดกับเส้นสายเรขาคณิตของเพชรได้อย่างงดงาม ขณะที่องค์ประกอบแบบอสมมาตรช่วยสร้างสมดุลทางสายตา ทำให้ผลงานมีทั้งความลื่นไหลและความคมชัดเชิงกราฟิกดุจจังหวะเลกาโต (legato) ของตัวโน้ตที่เชื่อมต่อกันอย่างนุ่มนวล


เทลลูรา (TELLURA)
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของอัญมณีแต่ละชนิดสร้างความท้าทายให้กับช่างฝีมือของคาร์เทียร์และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเครื่องประดับเชิงประติมากรรมชิ้นนี้ เรื่องราวของอัญมณีอันน่าหลงใหลและพลังแห่งการปะทุของภูเขาไฟอันเป็นต้นกำเนิดของอัญมณีถูกถ่ายทอดผ่านสายตาของนักออกแบบที่รังสรรค์สร้อยคอชิ้นนี้ร่วมกับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ การจัดวางรูปแบบกระจายตัวเป็นอิสระท่ามกลางอัญมณีที่ห้อยระย้า  มิติที่สอดประสานจากการฝังเพชรแบบพาเว่เป็นทรงโค้งชดช้อยสลับกับลวดลายจากการฉลุสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่รู้จบ เกิดเป็นผลงานอันเจิดจรัสที่รวบรวมศาสตร์ความเชี่ยวชาญหลากหลายแขนงไว้เพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริง


ทุตตี้ กันยา (TUTTI KANYA)
ทับทิม ไพลิน และมรกต จัดวางราวกับกลีบดอกไม้ที่กำลังเบ่งบาน สะท้อนความงดงามของธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ สร้อยคอนี้ยึดโทนสีพื้นฐานอย่างสีแดง สีเขียว และสีน้ำเงินเป็นหลัก แต่ละสีต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแต่ผสานเข้ากันอย่างกลมกลืน โครงสร้างของชิ้นงานนำเสนอทั้งความแม่นยำและความสมดุลผ่านมิติอันโดดเด่นและพู่ทับทิมอันพลิ้วไหว ตัวพู่รังสรรค์ด้วยเทคนิคการร้อยอย่างประณีต เวลาสวมใส่สามารถนำไปไว้ด้านหลัง หรือหันกลับมาอยู่ด้านหน้าเมื่อถอดจี้หลักไปสวมเป็นเข็มกลัด รายละเอียดอันประณีตอีกประการหนึ่งคือด้านหลังของสร้อยคอ ซึ่งเผยให้เห็นลวดลายกิ่งก้านของต้นไม้ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นจากโลหะล้ำค่า สร้อยคอชิ้นนี้ถือเป็นการตีความใหม่ของสไตล์ทุตตี้ ฟรุตตี้ (Tutti Frutti) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์แห่งเมซงมาตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1920


ไพรา (PYRA)
ต่างหูชิ้นนี้เป็นการตีความร่วมสมัยของเทียร่าในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งถ่ายทอดความเชี่ยวชาญของเมซงได้อย่างชัดเจน โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากหยดฝนที่โปรยปราย เกิดเป็นภาพของเพชรที่เคลื่อนไหวแทรกผ่านเส้นผมของผู้สวมใส่ ช่างฝีมือของคาร์เทียร์ได้ตีความแนวคิดนี้ผ่านอัญมณีรวม 6.85 กะรัต ทั้งเพชรสีส้มและสีขาว ความพลิ้วไหวสะท้อนผ่านเส้นสายของการประดับอัญมณีแบบพาเว่อันเพรียวบางพร้อมประกายสะท้อนระยิบระยับ นอกจากนี้ ผลงานชิ้นนี้ยังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นเข็มกลัดหรือเครื่องประดับผมได้อย่างหลากหลาย สะท้อนถึงมรดกของคาร์เทียร์ในการรังสรรค์เครื่องประดับแบบโมดูลาร์


ฮาไรมา (HARYMA)
แม้ว่าเสือแพนเตอร์จะยังครองบัลลังก์ราชินีของอาณาจักรสรรพสัตว์ของคาร์เทียร์ แต่เสือโคร่งก็ยังเป็นสัญลักษณ์สำคัญที่อยู่คู่เมซงมาอย่างยาวนาน ช่างฝีมือได้รวบรวมอิมพีเรียลโทปาซห้าเม็ด น้ำหนักรวมกว่า 28.04 กะรัต พร้อมด้วยโกเมน เพชรสีขาว สีเหลือง และสีส้มเข้าไว้ด้วยกัน สีสันจัดจ้านของอัญมณีเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์แห่งสไตล์ของเมซงได้อย่างชัดเจน การจัดเรียงโทปาซในลักษณะลดหลั่นราวขั้นบันไดช่วยสร้างมิติและความพลิ้วไหวให้กับชิ้นงาน เสือโคร่งถูกถ่ายทอดอย่างสมจริง ราวกับกำลังก้าวย่างอย่างเงียบงันเหนือพื้นผิวของอัญมณี รายละเอียดทางกายวิภาคได้รับการรังสรรค์อย่างแม่นยำผ่านงานประติมากรรมและงานอัญมณีอันประณีต ความหลากหลายของโทนสีช่วยเสริมให้ผลงานดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น ขณะที่สายสร้อยซึ่งออกแบบเป็นลวดลายพิกเซล ประดับด้วยออนิกซ์ที่เจียระไนขึ้นเป็นพิเศษ ชวนให้นึกถึงลายพาดกลอนของขนเสือ เชื่อมโยงองค์ประกอบทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างลงตัวบนโครงสร้างที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ พร้อมโอบรับรอบลำคอได้อย่างพอดี


ปองแตร์ เคนเทีย (PANTHÈRE KENTIA)
เสือแพนเตอร์ ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ของคาร์เทียร์มาตั้งแต่การปรากฏตัวครั้งแรกในปี 1914 โดดเด่นท่ามกลางความเปล่งประกายของอัญมณีของผลงานเครื่องประดับชั้นสูงของเมซง คาร์เทียร์เลือกใช้ไพลินซีลอนทรงคาโบชองน้ำหนัก 50.13 กะรัตเป็นอัญมณีหลักของสร้อยคอชิ้นนี้ ผสานดีไซน์อันสง่างามเข้ากับงานฝีมืออันประณีตอย่างพิถีพิถัน การตัดกันระหว่างรูปทรงโค้งมนแบบออร์แกนิกของอัญมณีทรงคาโบชองกับเส้นสายเรขาคณิตอันเฉียบคมของตัวสร้อย ก่อเกิดเป็นลวดลายสามมิติที่เรียงตัวราวเกลียวคลื่น พร้อมรายละเอียดจากธรรมชาติที่แทรกอยู่อย่างแยบยล องค์ประกอบเหล่านี้ถูกจัดวางอย่างมีจังหวะ และค่อย ๆ แผ่ขยายไปสู่ขอบด้านนอกของสร้อยคอ ก่อนปิดท้ายด้วยไพลินทรงคาโบชองขนาดเล็ก การปรากฏตัวของเสือแพนเตอร์ช่วยสร้างสมดุลระหว่างเส้นโค้งและเส้นสายเชิงกราฟิก สะท้อนมุมมองความงดงามตามธรรมชาติของเมซงผ่านรูปทรงประติมากรรมสามมิติ ดวงตาประดับมรกต และลวดลายออนิกซ์ที่เจียระไนขึ้นเป็นพิเศษ ด้วยโครงสร้างที่เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ สร้อยคอจึงแนบรับกับลำคอเพื่อความสบายขณะสวมใส่ขั้นสูงสุด

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้