FRED Chance Infinie

Last updated: 16 พ.ค. 2569  |  46 จำนวนผู้เข้าชม  | 

FRED Chance Infinie

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เมซง FRED แบรนด์เครื่องประดับชั้นสูงจากฝรั่งเศส ได้เฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปีอย่างงดงาม ด้วยการนำผลงานจากคลังมรดกมาจัดแสดงในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ณ บูติก FRED ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม โดยภายในงานได้ถ่ายทอดผลงานมรดกอันทรงคุณค่า ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน จิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญ ความคิดสร้างสรรค์อันเป็นเอกลักษณ์ และความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมืออันประณีตของเมซง


ภายในบูติก FRED ณ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม ผลงานจากคลังมรดกได้ถูกจัดแสดงอย่างวิจิตร ควบคู่ไปกับกล่องอาร์ไคฟ์ ที่เชื้อเชิญให้ทุกท่านได้ร่วมสำรวจและสัมผัสอีกหนึ่งบทสำคัญในเรื่องราวและประวัติศาสตร์ของเมซง FRED

90 ปีแห่งความเป็นเลิศและศาสตร์แห่งหัตถศิลป์ชั้นสูง

เทียร่า Imperia tiara ในปี ค.ศ. 1988, FRED Heritage Collection


ภาพวาดการออกแบบของเทียร่า Imperia ประดับมรกตทรงบริโอเลตต์และเพชร
ในปี ค.ศ. 1988 จากคลังจดหมายเหตุของเมซง FRED


กล่องเครื่องประดับ ในปี ค.ศ. 1988, FRED Heritage Collection


แม้เมซง FRED จะตัดสินใจทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์ผลงานเครื่องประดับชั้นสูงเพียงไม่นานหลังการก่อตั้ง และรังสรรค์เซ็ตเครื่องประดับอันทรงคุณค่า ในทศวรรษ 1980 เมซงจึงได้ก้าวขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มช่างศิลป์เครื่องประดับชั้นสูงระดับโลก เอกลักษณ์ของเมซงปรากฏอยู่บนผลงานการสร้างสรรค์อันหรูหรา ซึ่งสะท้อนความเป็นเลิศและศาสตร์แห่งหัตถศิลป์ชั้นสูง โดยในการจัดแสดงครั้งนี้เมซง FRED นำเสนอชิ้นแรกด้วยเทียร่า Imperia ปี ค.ศ. 1988 ที่รังสรรค์ขึ้นจากทองคำ และฝังเพชรอย่างวิจิตรบรรจง พร้อมประดับมรกตทรงบริโอเลตต์ ณ จุดศูนย์กลางของเทียร่าในฐานะอัญมณีเม็ดเอก มรกตเม็ดนี้สามารถถอดออกมาสวมใส่เป็นจี้สร้อยคอได้ โดยในปัจจุบันมรกตที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเทียร่าอันทรงคุณค่านี้ได้กลายเป็นคอลเล็กชั่นส่วนตัวของนักสะสม และจุดศูนย์กลางของเทียร่าถูกประด้วยเพชรเม็ดงามแทน และอีกผลงานที่เปรียบเสมือนผลงานศิลปะคือ กล่องเครื่องประดับ รังสรรค์ขึ้นจากความเชี่ยวชาญของช่างศิลป์ในการขึ้นลายกาดรูนอย่างประณีตบนโรสควอตซ์เสริมความโดดเด่นด้วยเพชร ออนิกซ์ และอเมทิสต์

90 ปีแห่งความกล้าหาญ

สร้อยคอและต่างหูไข่มุกตาฮิติ ในช่วงทศวรรษ 1980, FRED Heritage Collection


เมซง FRED เผยจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญผ่านเซ็ตเครื่องประดับไข่มุก ที่สะท้อนความหลงใหลและความกล้าของเฟร็ด ซามูเอลที่มีต่อไข่มุกเลี้ยง ผ่านสายตาอันเฉียบคมที่มองเห็นศักยภาพแห่งความสำเร็จในการจำหน่ายไข่มุกชนิดนี้ในโลกของเครื่องประดับ เขาได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้นำเสนอเครื่องประดับไข่มุกเลี้ยงที่งดงามที่สุดแห่งกรุงปารีสตั้งแต่เปิดบูติกแรกในปี ค.ศ. 1936 และนับจากนั้นเป็นต้นมา ไข่มุกก็กลายเป็นอีกอัญมณีในการสร้างสรรค์ผลงานของเมซงโดยหนึ่งในผลงานจิวเวลรี่ไข่มุกที่เป็นเอกลักษณ์ ได้แก่เซ็ตเครื่องประดับไข่มุกตาฮิติ ที่โดดเด่นด้วยสีเทาธรรมชาติ และเสริมความเจิดจรัสด้วยเพชรและทองคำ

90 ปีแห่งแสงสว่างและความเปล่งประกาย

จี้รูปสิงโต ในปี ค.ศ. 1975, FRED Heritage Collection


แสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นแหล่งบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานให้กับเมซงเสมอมา อีกทั้งยังจุดประกายความหลงใหลอันไม่รู้จบต่อทองคำที่สุกสว่างดั่งแสงตะวัน หนึ่งในผลงานจากคลังมรดกของเมซงที่สะท้อนความงดงามของแสงได้อย่างเปล่งประกาย ได้แก่ จี้รูปสิงโต ปี ค.ศ. 1975 ซึ่งตัวเรือนทองคำถูกออกแบบโดยการขึ้นลวดลายกาดรูนอย่างประณีต ถ่ายทอดประกายแห่งแสงให้แก่ชิ้นงานได้อย่างงดงามและมีมิติ ขณะเดียวกัน พื้นผิวและโทนสีของทองคำยังมอบแสงอันอบอุ่นให้แก่ผลงานชิ้นนี้ ตัดกับเฉดสีเขียวอันลุ่มลึกของคริโซเพรส และสีดำอันหนักแน่นของออนิกซ์ได้อย่างมีเสน่ห์และลงตัว

90 ปีแห่งความหลงใหลในอัญมณีหลากสีสัน

จี้ Saturn ในช่วงทศวรรษ 1973, FRED Heritage Collection


ความหลงใหลในอัญมณีหลากสีสันของเมซง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากเฉดสีต่าง ๆ ในอาร์เจนตินา ช่วงวัยเยาว์ของผู้ก่อตั้ง เฟร็ด ซามูเอล ได้จุดประกายความหลงใหลในอัญมณีหลากสีสัน แรงบันดาลใจนี้ถูกถ่ายทอดสู่เครื่องประดับที่เผยให้เห็นทั้งเฉดสีอ่อนละมุน ความเข้มอ่อนที่ตัดกัน โทนสีเดียวอันทรงพลัง ตลอดจนการผสมผสานที่แหวกกรอบ ในช่วงทศวรรษ 1970 ถึง 1980 ถือเป็นยุคที่เครื่องประดับซึ่งเน้นสีสันเฟื่องฟู โดยในช่วงเวลานี้ เฟร็ด ซามูเอลได้ริเริ่มแนวคิดในการผสานอัญมณีหลากชนิดอย่างอิสระ ถ่ายทอดทั้งความตัดกันที่โดดเด่น และการจัดวางโทนสีเดียวอย่างกลมกลืน เอกลักษณ์นี้ปรากฏอย่างชัดเจนในจี้ลาพิสลาซูลี ซึ่งชวนให้นึกถึงจิตวิญญาณแห่งยุค 1970 โดดเด่นด้วยเฉดสีฟ้าของลาพิสลาซูลีที่ตัดกับทองคำสีเหลืองได้อย่างงดงาม ด้วยรูปทรงของทองคำบนชิ้นงานที่ชวนให้นึกถึงพื้นผิวอันพลิ้วไหวดุจก๊าซของดาวเคราะห์ และจี้นี้ยังได้รับการขนานนามว่า “Saturn”

90 ปีแห่งอารมณ์ขันและความอัศจรรย์

จี้ Uncle Fred, Théo, Loreleï และ Karen จากคอลเล็กชั่น  Fredy's ร่วมรังสรรค์ขึ้นกับ ฌอง-ปอล กูเด ในปี ค.ศ. 2009, FRED Heritage Collection


เข็มกลัด Auk จากคอลเล็กชั่น  Fredy's ในปี ค.ศ. 1990, FRED Heritage Collection


จี้รูปสิงโต ในปี ค.ศ. 1969, FRED Heritage Collection

จิตวิญญาณแห่งความอิสระ ซึ่งคือสิ่งที่ทำให้เมซง FRED โดดเด่นและแตกต่างมาโดยตลอด ความคิดสร้างสรรค์ของเมซงเปี่ยมด้วยอารมณ์ขันอย่างมีชั้นเชิง ทำให้เครื่องประดับเปล่งประกายด้วยความสุข อาทิ คอลเล็กชั่น Fredy’s ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1989   โดดเด่นด้วยรูปทรงตัวละครขนาดเล็กที่รังสรรค์ขึ้นจากทองคำ ไข่มุก และอัญมณีหลากสีสัน ผลงานการสร้างสรรค์เหล่านี้ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาลอันแสนซุกซนและเปี่ยมเสน่ห์ของเมซง รวมถึงเข็มกลัดรูปสิงโตที่รังสรรค์ขึ้นในปี ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เครื่องประดับรูปสัตว์ได้รับความนิยมอย่างมาก และถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจากการออกแบบเครื่องประดับแบบดั้งเดิม สู่การให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพทางศิลปะมากยิ่งขึ้น โดยเมซง FRED ได้ออกแบบเข็มกลัดรูปสิงโตนี้ให้แผงคอมีลักษณะคล้ายกลีบดอกไม้ รังสรรค์จากทองคำสีเหลืองและเคลือบอีนาเมล เปิดโอกาสให้เกิดการเล่นเฉดสีที่หลากหลาย พร้อมสร้างมิติของแสงและเงาสะท้อนอันงดงาม ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในช่วงทศวรรษ 1960

90 ปีแห่งจิตวิญญาณอันกล้าแกร่ง และการก้าวข้ามขีดจำกัด

สร้อย Force 10 จากคอลเล็กชั่น Force 10 ในช่วงทศวรรษ 1970, FRED Heritage Collection


สร้อยข้อมือ Force 10 จากคอลเล็กชั่น Force 10 ในช่วงทศวรรษ 1970, FRED Heritage Collection


ปิดท้ายด้วยจิตวิญญาณอันกล้าแกร่งและการก้าวข้ามขีดจำกัด จากเฟร็ด ซามูเอล ผู้ที่หลงใหลในกีฬาอย่างแท้จริง โดยเฉพาะท้องทะเลและกีฬาทางน้ำ เขาได้ถ่ายทอดความรักนี้สู่บุตรชายทั้งสอง อองรี และฌอง ที่ได้กลายมาเป็นนักกีฬาเรือใบที่โดดเด่น และในช่วงทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา พวกเขาทั้งสองได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่นำพาเมซงสู่แนวทางอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะในปี ค.ศ. 1960 อองรี ได้ออกแบบสร้อยข้อมือชิ้นหนึ่งที่พลิกโฉมหน้าวงการจิวเวลรี่ให้กับภรรยาผู้ซึ่งเป็นที่รักของเขา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากโลกแห่งการล่องเรือใบ โดดเด่นด้วยการผสมผสานสายเคเบิลสตีลและหมุดทองคำสีเหลือง และหลังจากนั้นเป็นต้นมา ผลงานชิ้นนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคอลเล็กชั่นของเมซงและได้รับการขนานนามว่า Force 10 ที่นำเสนอสุนทรียภาพอันเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณความสปอร์ตและดีไซน์ยูนิเซ็กส์ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวข้ามอุปสรรค ความแข็งแกร่ง และความกล้าหาญ หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผลงานการสร้างสรรค์ Force 10 ยังได้รับการพัฒนาต่อยอดจากสร้อยข้อมือไปสู่สร้อยคอ ต่างหู และแหวน และในปี ค.ศ. 2007 สร้อยข้อมือ Force 10 ได้รับการออกแบบให้สามารถปรับเปลี่ยนสายเคเบิลได้อย่างอิสระ เปิดโอกาสสู่ความเป็นไปได้ไม่สิ้นสุดในการรังสรรค์สไตล์เฉพาะตัว และการประดับอัญมณีล้ำค่าในหลากสีสันลงในบักเคิล เพื่อมอบทางเลือกแห่งการผสมผสานเครื่องประดับที่หลากหลายอย่างไร้ขอบเขต


น้ำตาล ทิพนารี, Friend of The Brand ของเมซง FRED

ในโอกาสพิเศษนี้ น้ำตาล ทิพนารี Friend of The Brand ของเมซง FRED ยังได้เข้าร่วมรับชมผลงานอันทรงคุณค่าและร่วมเฉลิมฉลองวาระสำคัญดังกล่าว โดยเธอปรากฏกายอย่างสง่างามกับเครื่องประดับชั้นสูงจากคอลเล็กชั่น Chance Infinie ซึ่งลวดลายอินฟินิตี้อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเล็กชั่นนี้ ได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากเชือกที่ใช้ในงานเดินเรือ ซึ่งเป็นดีไซน์ดั้งเดิมของเครื่องประดับ Force 10 ที่ช่วยให้ลุคของเธอเจิดจรัสและสะท้อนเสน่ห์อันอ่อนช้อยเฉพาะตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

การจัดแสดงผลงานจากคลังมรดกของเมซง FRED ในครั้งนี้ ไม่เพียงถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของเมซง แต่ยังสะท้อนถึงจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ที่สืบทอดต่อเนื่องตลอด 90 ปี พร้อมตอกย้ำอัตลักษณ์ช่างศิลป์เครื่องประดับแห่งแสงตะวันของ FRED ผ่านผลงานสร้างสรรค์และเครื่องประดับที่เปล่งประกายในปัจุบัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้