Last updated: 25 พ.ค. 2569 | 29 จำนวนผู้เข้าชม |
ด้วยตัวเรือนแพลทินัม ผสานกลไกไวท์โกลด์ และพื้นหน้าปัดที่รังสรรค์ขึ้นจากหินเวอร์ไดต์ (Verdite) Arnold & Son (อาร์โนลด์ แอนด์ ซัน) ได้เปิดบันทึกบทใหม่ให้กับคอลเลกชัน Luna Magna (ลูน่า แมกน่า) ด้วยประติมากรรมรูปมังกรอันอ่อนช้อยงดงามบนหน้าปัด แกะสลักจากหินประดับที่หาได้ยาก นาฬิการุ่นนี้ขนาดตัวเรือน 44 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยพลังแห่งสัญลักษณ์และความวิจิตรบรรจงในการสร้างสรรค์ ผสมผสานศิลปะแห่งการแสดงออกเข้ากับความเลิศล้ำทางกลไกได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผลงานรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลกนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากตำนาน "มังกรกับไข่มุกแห่งปัญญา" โดยถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาษาแห่งความหายาก ความเป็นเลิศ และวัสดุอันทรงคุณค่า

ประติมากรรมมังกรแกะสลักจากไวท์โกลด์เคลื่อนกายลัดเลาะไปตามความคดเคี้ยวและวงโคจรบนหน้าปัดหินเวอร์ไดต์ ที่เปี่ยมไปด้วยลวดลายเส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยมังกรตัวนี้เล่นล้อกับมิติ พื้นผิว และรูปทรงเรขาคณิตบนหน้าปัดได้อย่างน่าอัศจรรย์ ลำตัวของมันโอบล้อมหน้าปัดย่อยบอกชั่วโมงและนาทีที่ทำจากโอปอลสีขาว ก่อนจะทอดตัวโอบกอดสิ่งที่มันปรารถนาสูงสุด นั่นคือดวงจันทร์สามมิติขนาดใหญ่ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นประจำเรือนเวลาในตระกูล Luna Magna ทุกเรือน
หัวใจของเรื่องราว
มังกรตัวนี้ยังคงซื่อตรงต่อตำนานที่เป็นแรงบันดาลใจ โดย Arnold & Son ได้มอบบทบาทอันลึกซึ้งไว้ให้ถึงสองด้าน ในเชิงรูปธรรม ทรงกลมขนาด 12 มิลลิเมตร ทำหน้าที่แสดงข้างขึ้นข้างแรมด้วยความเที่ยงตรงระดับดาราศาสตร์ ตัวดวงจันทร์ประกอบขึ้นจากไวท์โกลด์และหินเวอร์ไดต์อย่างละครึ่งซีก ซึ่งสามารถจำลองปรากฏการณ์เสี้ยวจันทร์ได้อย่างแม่นยำโดยไม่จำเป็นต้องปรับตั้งค่าใด ๆ ยาวนานถึง 122 ปี ในเชิงนามธรรม ดวงจันทร์ดวงนี้เปรียบเสมือน "ไข่มุกแห่งปัญญา" (Pearl of Wisdom) ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดพลังอำนาจของมังกรที่สูญหายไปและกำลังตามทวงคืน โดยเห็นได้จากการที่มันเหยียดกรงเล็บอันแหลมคมออกไปเพื่อไขว่คว้าหาไข่มุกนั้น มังกรตัวนี้ถอดแบบมาจากตามขนบธรรมเนียมเอเชียอย่างแท้จริง ด้วยลักษณะที่ไร้ปีก เกี่ยวพันกับสายน้ำ และมีกรงเล็บห้าหางในแต่ละข้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงเชื้อสายแห่งจักรพรรดิผู้สูงศักดิ์

บนพื้นผิวหน้าปัด
นับเป็นครั้งแรกในคอลเลกชัน Luna Magna ที่ Arnold & Son ได้แสดงความเชี่ยวชาญด้านศิลปะอันวิจิตรบรรจงออกมาอย่างเต็มภาคภูมิ หน้าปัดหินเวอร์ไดต์เผยให้เห็นลวดลายเส้นสายที่หายากและทรงคุณค่า จากเฉดสีอันหลากหลายที่หินชนิดนี้มอบให้ ทางแบรนด์ได้คัดสรรเฉพาะหินคุณภาพเยี่ยมที่สุดเท่านั้น เพื่อนำมาสร้างสรรค์ทั้งตัวหน้าปัดที่มังกรเกาะเกี่ยวอยู่รวมถึงส่วนประกอบของดวงจันทร์ครึ่งซีกอีกด้วย
ตัวมังกรเองนั้นเปรียบเสมือนผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ถูกแกะสลักขึ้นจากบล็อกไวท์โกลด์ ผ่านการลงมือสลักเสลาด้วยมืออย่างพิถีพิถันทุกรายละเอียดด้วยความแม่นยำขั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นเกล็ด หนวด แผงคอ กรงเล็บ หรือแม้แต่แววตา ทั้งหมดล้วนปรากฏชัดในรูปแบบนูนต่ำที่โดดเด่นสะดุดตา ซึ่งเป็นงานฝีมือชั้นครูที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมือของช่างศิลป์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเท่านั้น
หน้าปัดย่อยบอกชั่วโมงและนาทีอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งรังสรรค์ขึ้นจากโอปอลสีขาว ช่วยเสริมมิติทั้งในเชิงบทกวีและประโยชน์ใช้สอย ตัวหน้าปัดได้รับการแต่งแต้มด้วยสารเรืองแสงที่คอยดูดซับแสงและเปล่งประกายอ่อนโยนในความมืด เพื่อให้สามารถอ่านค่าเวลาได้อย่างง่ายดายตลอดทั้งคืน เปรียบเสมือนแสงนวลตาที่สะท้อนจากดวงจันทร์ในยามค่ำคืน

ภายใต้ความงดงามของอัญมณี
นาฬิกา Luna Magna Platinum Dragon Verdite มอบความเที่ยงตรงขั้นสูงทั้งในเชิงดาราศาสตร์และกลไกการบอกเวลาด้วยคาลิเบอร์ A&S1021 ซึ่งเป็นกลไกไขลานด้วยมือที่ได้รับการพัฒนา ผลิต ประกอบ และปรับตั้งภายในโรงงานของแบรนด์โดยสมบูรณ์ (In-house) กลไกนี้ถูกออกแบบโดยมีทรงกลมดวงจันทร์เป็นศูนย์กลาง ผสานพลังงานสำรองยาวนานถึง 90 ชั่วโมง พร้อมชุดควบคุมการทำงานที่ความถี่ 3 เฮิรตซ์ (Hz) นอกจากนี้ บริเวณฝาหลังตัวเรือนยังมีหน้าต่างแสดงอายุของดวงจันทร์พร้อมสเกลที่ชัดเจน ช่วยให้สามารถปรับตั้งค่าข้างขึ้นข้างแรมได้อย่างแม่นยำสูงสุด
ความซับซ้อนของกลไกแห่งท้องฟ้านี้ ยังสะท้อนถึงความแม่นยำทางดาราศาสตร์ที่เหนือชั้น โดยรอบวงจรจันทรคติที่แท้จริงจะใช้เวลา 29 วัน 12 ชั่วโมง 44 นาที และ 2.8 วินาที ด้วยแนวทางการรังสรรค์อันพิถีพิถันของ Arnold & Son ทำให้ค่าการแสดงผลของนาฬิกาเรือนนี้จะคลาดเคลื่อนจากวงจรจันทรคติจริงเพียงหนึ่งวันในทุกๆ 122 ปี (หากนาฬิกาได้รับการไขลานอย่างต่อเนื่อง) ยิ่งไปกว่านั้น ฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรมของ Luna Magna Platinum Dragon Verdite ยังสามารถปรับตั้งค่าได้โดยตรงผ่านเม็ดมะยม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงอันเกิดจากความเชี่ยวชาญอย่างสมบูรณ์แบบในกระบวนการผลิตนาฬิกาของ Arnold & Son
พบกับเรือนเวลาจาก Arnold & Son ได้แล้วที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ:
SHH Pendulum – ศูนย์การค้าสยามพารากอน ห้อง M 31A ชั้น M เลขที่ 991 ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330 เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: +66 2 125 2128
เกี่ยวกับ PENDULUM
Pendulum (เพนดูลัม) ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1992 ในฐานะผู้แทนจำหน่ายนาฬิกาหรูแห่งแรกในประเทศไทย โดยในปัจจุบันมีบูติกทั้งสิ้น 4 แห่ง ซึ่งล้วนตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำทั้งในกรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบัน Pendulum เป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาหรูมากกว่า 40 แบรนด์ ทั้งภายในบูติกของตนเองและผ่านช่องทางการจัดจำหน่ายอื่นๆ เพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบอันหลากหลายของคนรักนาฬิกา ความหลากหลายของแบรนด์ชั้นนำเหล่านี้เองที่เป็นสิ่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำของ Pendulum ในตลาดค้าปลีกนาฬิกาหรูของประเทศไทยอย่างแท้จริง
19 พ.ค. 2569
21 พ.ค. 2569
21 พ.ค. 2569