HERMÈS Slim d'Hermès Pocket Roaaaaar

Last updated: 25 พ.ค. 2569  |  140 จำนวนผู้เข้าชม  | 

HERMÈS Slim d'Hermès Pocket Roaaaaar

ได้รับแรงบันดาลใจตรงมาจากทุ่งหญ้าสะวันนา ที่นาฬิกาพก สลิม เดอ’แอร์เมส พ็อกเก็ต โรร์! (Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar!) ถ่ายทอดภาพของสิงโตคำรามซึ่งรังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต​จากเทคนิคงานต่อลายไม้ และเผยโฉมอย่างสง่างามบนหน้าปัดลงยา

นาฬิกา สลิม เดอ’แอร์เมส (Slim d’Hermès) นับเป็นตัวแทนของความเรียบง่ายซึ่งเป็นหัวใจแก่นแท้ที่หยั่งรากไว้ด้วยความแม่นยำและสมดุล ออกแบบโดย ฟิลิปป์ เดโลตัล (Philippe Delhotal) ในปี ค.ศ. 2015 กับเอกลักษณ์ของตัวเรือนรูปทรงกลมของเรือนเวลานี้ที่เน้นย้ำความโดดเด่นด้วยหูตัวเรือนเชิงมุม และมอบเป็นเสมือนฉากหลังอันสมบูรณ์แบบถึงการแสดงออกเชิงทักษะอันแสนพิเศษมากมาย ขณะเดียวกัน ด้วยความโค้งอันประณีตยังได้มอบเป็นดั่งเวทีให้กับลวดลายอันกล้าหาญและแปลกใหม่ด้วยจินตนาการ ซึ่งในบางครั้งก็ถ่ายทอดไว้ด้วยเหล่าสัตว์ อย่างในผลงานสร้างสรรค์เรือนนี้ที่มาพร้อมด้วยภาพของราชาแห่ง    ผืนป่ากับแผงคออันน่าเกรงขามที่ปรากฏโฉมบนฝาเปิด-ปิดแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์ก (openworked) ของนาฬิกาพก สลิม เดอ’แอร์เมส พ็อกเก็ต โรร์ ทั้งยังเผยให้เห็นเบื้องหลังของหน้าปัดลงยาแบบกรองด์เฟอ (Grand Feu) เฉดสีเขียว แวร์ ซีเปร (vert cyprès) หรือสีน้ำเงิน เบลอ แซฟไฟร์ (bleu saphir) อันวิจิตรงดงาม


สร้างสรรค์ลวดลายขึ้นสำหรับผืนผ้าพันคอไหมโดยศิลปินชาวอังกฤษ อลิซ เชอร์ลีย์ (Alice Shirley) ที่งานออกแบบ โรร์! (Roaaaaar!) ได้ถ่ายทอดภาพของสิงโตคำรามกับปากอ้ากว้าง ขณะที่โครงร่างอันสง่างามยังผ่านการตีความขึ้นใหม่โดยการใช้เทคนิคงานต่อลายไม้ ที่ศิลปินช่างฝีมือได้เริ่มต้นการทำงานโดยการถอดแบบภาพย่อส่วนจากงานออกแบบต้นฉบับมาสู่ฝาเปิด-ปิดของนาฬิกา จากนั้นจึงคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากไม้นานาชนิดตามโทนสีธรรมชาติของสิงโต ทั้งไม้อะมารันธ์ (amaranth), เบิร์ล (burl), บูบิงก้า (bubinga), ทิวลิป (tulipwood) และเมเปิล (maple) โดยทั้งหมดรวมแล้วมีไม้ล้ำค่าถึงสิบสายพันธุ์ที่ถูกเลือกสรรสำหรับรังสรรค์เฉดสีต่าง ๆ ที่อุทิศให้กับงานออกแบบดั้งเดิมทั้งสร้างรูปเป็นแผงคอและขนอันนุ่มนวลละเอียดอ่อนของสิงโตนี้ โดยผ่านกระบวนการตัดสู่ชิ้นและเศษไม้เล็ก ๆ ในหลากหลายขนาด เพื่อนำมาประกอบเข้าด้วยกันคล้ายกับการต่อปริศนาจิ๊กซอว์ หลังจากนั้นจึงขัดด้วยกระดาษทรายเนื้อละเอียดและเคลือบเงา เพื่อเผยความมีชีวิตชีวาของราชาแห่งผืนป่าด้วยมิติอันลุ่มลึกน่าทึ่ง

ฝาเปิด-ปิดแบบเปลือยโปร่งหรือโอเพนเวิร์กได้เผยให้เห็นภาพของหน้าปัดลงยา ที่ถ่ายทอดด้วยลวดลายก้างปลาซึ่งสะท้อนเล่นกับแสงทั่วหน้าปัดได้จากหลากหลายมุม เทคนิคนี้ยังเชื่อมโยงกับขั้นตอนของการผสมผงแก้วสีเข้ากับน้ำมัน ก่อนที่จะนำมาวาดระบายตกแต่งอย่างสม่ำเสมอไว้บนฐานไวท์โกลด์​ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกแกะสลักด้วยลวดลายไว้แล้ว จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนของการเผาไฟ ที่หน้าปัดนาฬิกาจะถูกเผาด้วยความร้อนกว่า 800 องศาเซลเซียส เพื่อเผยความเข้มข้นของสีสันต่าง ๆ และเป็นการหลอมผสานอย่างถาวรให้กับชั้นต่าง ๆ ของงานลงยาสู่โลหะด้านใต้


ความบริสุทธิ์ของงานออกแบบโดยรวมได้มอบความโดดเด่นให้กับความประณีต และความสง่างามคลาสสิกของตัวเรือนไวท์โกลด์​ ขนาด 45 มม. ซึ่งห้อมล้อมการเคลื่อนไหวเพื่อแสดงเวลาของเข็มชี้ชั่วโมงและนาที ที่ขับเคลื่อนโดยการทำงานของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติบางพิเศษ แมนูแฟคเจอร์ แอร์เมส เอช1950 (Manufacture Hermès H1950) มาพร้อมด้วยงานฝีมืออันเชี่ยวชาญด้านเครื่องหนังของเฮาส์ (House) กับสายหนังคล้องและกระเป๋าหนังใส่นาฬิกาพกซึ่งทำจากหนังจระเข้สีเขียวแวร์ เซเปร และสีน้ำเงิน เบลอ แซฟไฟร์แบบด้าน สะท้อนถึงความโดดเด่นของสองเฉดสีในผลงานรุ่นผลิตจำนวนจำกัดเพียงสีละสามเรือน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้