VACHERON CONSTANTIN Historiques American 1921

Last updated: 28 พ.ค. 2569  |  31 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VACHERON CONSTANTIN Historiques American 1921

ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมคุชชั่น (Cushion-shaped) ลาดเอียงอันโดดเด่น หน้าปัดเอียง 45 องศา และการจัดวางตำแหน่งเม็ดมะยมที่เป็นเอกลักษณ์ — จากความคิดสร้างสรรค์อันจัดจ้านในยุคทศวรรษ 1920 สู่ดีไซน์ไอคอนิกอันเป็นตำนานจนถึงปัจจุบัน

สุนทรียะแห่งดีไซน์หน้าปัดใหม่: หน้าปัดผิวสัมผัสลายเกรนสีเงิน (Silver-toned grained dial) จับคู่กับตัวเลขบอกเวลาและเข็มนาฬิกาสีน้ำเงินอย่างลงตัว
ความสง่างามบนข้อมือ: โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสายหนังลูกวัวเคลือบสีน้ำเงินเข้มแบบไล่ระดับสี (Patinated dark blue calfskin leather strap)

Vacheron Constantin สานต่อตำนานอันยิ่งใหญ่แห่งยุค "Roaring Twenties" ด้วยเรือนเวลารุ่น Historiques American 1921 รังสรรค์ขึ้นใหม่ในสองขนาดตัวเรือน ได้แก่ ขนาด 40 มิลลิเมตร และขนาด 36.5 มิลลิเมตร (สำหรับข้อมือที่เพรียวบาง) โดยทั้งสองขนาดมาในตัวเรือนพิงก์โกลด์ 18K 5N (18K 5N Pink Gold) นาฬิกา American 1921 รุ่นนี้ สะท้อนถึงกระแสแห่งอิสรภาพและความคิดสร้างสรรค์ที่พัดพาไปทั่วโลกในยุคที่เรือนเวลารุ่นต้นฉบับถือกำเนิดขึ้น และยังคงเป็นตัวแทนอันสมบูรณ์แบบของสไตล์ "คลาสสิกผสมผสานความแปลกใหม่" (Classic with a twist) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลในการออกแบบที่ล้ำสมัยและเหนือระดับของ Vacheron Constantin อย่างแท้จริง

สัญลักษณ์แห่งยุคโรอาริง ทเวนตีส์ (Roaring Twenties)
นาฬิการุ่น American 1921 ที่มีรูปลักษณ์อันงดงามสะดุดตา ได้ถือกำเนิดขึ้นในยุคสมัยที่นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้งในทุกด้านของวิถีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาผ่านจิตวิญญาณและสไตล์ใหม่ๆ ในวงการศิลปะ แฟชั่น และการออกแบบ และเมื่อนาฬิกาข้อมือเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญเหนือกว่านาฬิกาพก โลกแห่งเรือนเวลาจึงเปิดรับความทะยานอยากและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ อย่างไร้ขีดจำกัด


จุดเริ่มต้นในคอลเลกชัน Historiques
ปี ค.ศ. 1919: ด้วยจิตวิญญาณอันกล้าหาญและแปลกใหม่ Vacheron Constantin ได้ผลิตนาฬิกาข้อมือที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นออกมาเป็นตัวอย่างเพียงไม่กี่เรือน โดยตัวเรือนมีรูปทรงสี่เหลี่ยมคุชชั่นลาดเอียง หน้าปัดทำมุมเอียง 45 องศาจากแนวตั้งฉาก ทำให้อ่านค่าได้ง่าย มาพร้อมเข็มนาฬิกาเคลือบสารเรืองแสงเรเดียม ตัวเลขอารบิก เข็มวินาทีขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และมีเม็ดมะยมอยู่ทางมุมบนขวาของตัวเรือน

ปี ค.ศ. 1921: สองปีต่อมา เมซงได้ผลิตนาฬิกาซีรีส์นี้ออกมาอีกจำนวนหนึ่ง โดยมีการปรับเปลี่ยนดีซีน์เล็กน้อยเพื่อนำไปจำลองและจัดจำหน่ายในตลาดอเมริกา จนเป็นที่รู้จักกันในนาม American 1921 ซึ่งกลายมาเป็นต้นแบบที่ได้รับการชุบชีวิตใหม่อีกครั้งในคอลเลกชัน Historiques อันร่วมสมัยในปัจจุบัน

รายละเอียดการออกแบบที่เปี่ยมด้วยสุนทรียภาพ ในเวอร์ชันประวัติศาสตร์นี้ หน้าปัดนาฬิกาได้รับการพลิกโฉมจากสไตล์เรียบง่ายแบบดั้งเดิม สู่ความสง่างามและความสมดุลที่เหนือระดับ โดดเด่นด้วยตัวเลขอารบิกสีดำบนพื้นหน้าปัดลงยา (Enamel) สีขาวนวล จับคู่เข้ากับเข็มนาฬิกาสีดำอย่างลงตัว


ที่น่าสนใจคือ การจัดวางตำแหน่งหน้าปัดย่อยสำหรับเข็มวินาทีจะตั้งฉากอย่างเห็นได้ชัด ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ซึ่งแตกต่างจากการอ่านค่าชั่วโมงและนาทีที่ทำมุมเอียง 45 องศา เนื่องด้วยทิศทางการวางตำแหน่งที่ต่างกันนี้ การออกแบบจึงไม่เพียงแต่ช่วยเน้นย้ำความสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร แต่ยังช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถกวาดสายตาอ่านค่าระบุวินาทีได้อย่างสะดวกรวดเร็วและชัดเจนยิ่งขึ้น

โดยนาฬิการุ่นแรกๆ ที่ผลิตออกมานั้น ได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากจากกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์ เนื่องจากมุมเอียงของหน้าปัดช่วยให้สามารถดูเวลาได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยโดยไม่จำเป็นต้องละมือออกจากพวงมาลัย ยิ่งไปกว่านั้น ‘นาฬิกาในอุดมคติสำหรับสุภาพบุรุษนักขับรถ’ รุ่นนี้ ยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางจากแวดวงผู้มีรสนิยมวิไลและกลุ่มคนนำแฟชั่นในยุคนั้นอีกด้วย

จากการตรวจสอบหลักฐานในคลังข้อมูลประวัติศาสตร์ของแบรนด์ พบว่าหนึ่งในผู้ครอบครองนาฬิการุ่นประวัติศาสตร์สองเรือนแรกคือ Samuel Parkes-Cadman (ซามูเอล พาร์กส์-แคดแมน) นักเขียนและผู้นำทางศาสนาชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงจากการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม โดยเชื่อกันว่าเหตุผลที่เขาเลือกนาฬิกาเรือนนี้ เป็นเพราะหน้าปัดที่เอียงเฉียงช่วยให้เขาสามารถกวาดสายตาดูเวลาได้อย่างง่ายดายและแนบเนียนโดยไม่เป็นที่สังเกตในขณะที่กำลังเทศนา ซึ่งในปัจจุบัน หนึ่งในนาฬิกาประวัติศาสตร์ที่เขาเคยครอบครอง ได้ถูกนำกลับมาจัดแสดงในฐานะส่วนหนึ่งของคอลเลกชันมรดกอันล้ำค่า (Heritage Collection) ของ Vacheron Constantin

นาฬิกา American 1921 ได้รับการตีความและปรับปรุงโฉมใหม่หลายครั้งสำหรับคอลเลกชัน Historiques โดยมีการนำเสนอผ่านวัสดุและขนาดตัวเรือนที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ความร่วมสมัย:
ปี ค.ศ. 2008: เปิดตัวรุ่นขนาดหน้าปัด 40 มิลลิเมตร เป็นครั้งแรก และได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในคอลเลกชันหลักอย่างถาวร
ปี ค.ศ. 2017: เปิดตัวรุ่นขนาดหน้าปัด 36.5 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นการปรับลดขนาดลงมาเพื่อให้เหมาะสมและโอบรับกับข้อมือทุกขนาดได้อย่างลงตัว
ปี ค.ศ. 2021: ในโอกาสครบรอบ 100 ปีของนาฬิกาตระกูล American 1921 เมซงได้เฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวรุ่นใหม่ในทั้งสองขนาด รวมถึงการเผยโฉมเรือนเวลารุ่นพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยกรรมวิธีดั้งเดิมอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้มีความงดงามสมจริงราวกับหลุดออกมาจากปี ค.ศ. 1921 อย่างแท้จริง

รูปแบบใหม่
นาฬิการุ่นใหม่ทั้งสองขนาดโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของหน้าปัดผิวสัมผัสลายเกรนสีเงิน (Silver-toned grained dial) ลงตัวกับตัวเลขอารบิกสีน้ำเงินสดใส และเข็มนาฬิกาที่รังสรรค์จากทองคำ 18K ชุบสีน้ำเงิน เพื่อมอบคอนทราสต์ที่ตัดกันอย่างประณีตและคมชัด

การตกแต่งรายละเอียดบนหน้าปัดสะท้อนถึงความสมดุลทางสุนทรียศาสตร์ชั้นสูง ด้วยการปัดเงาซาตินเป็นลายวงกลม (Circular satin-finished) รอบขอบหน้าปัด และการแกะสลักลายก้นหอย (Snailing) บนหน้าปัดย่อยแสดงวินาที จับคู่มาพร้อมกับสายหนังลูกวัวสีน้ำเงินเข้มที่มีลวดลายไล่เฉดสี (Patinated dark blue) ช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบและเพิ่มความโก้หรูขึ้นอีกระดับ

ในขณะที่นาฬิกา Historiques American 1921 จะยังคงให้ความเคารพต่อเรือนเวลาต้นฉบับที่มีอายุยาวนานนับศตวรรษ ทว่าในรุ่นปัจจุบันกลับได้รับการรังสรรค์ขึ้นด้วยกระบวนการผลิตอันทันสมัย:
ระบบปกป้อง: ตัวเรือนสามารถกันน้ำได้ลึก 30 เมตร พร้อมติดตั้งกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ป้องกันรอยขีดข่วนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
สุนทรียภาพแห่งกลไก: ฝาหลังตัวเรือนที่กรุด้วยคริสตัลแซฟไฟร์ใส เผยให้ผู้สวมใส่สามารถชื่นชมความงดงามของกลไกไขลานด้วยมือตระกูลอินเฮาส์ Calibre 4400 AS ได้อย่างเต็มตา กลไกเรือนนี้ได้รับการปรับหมุนองศาภายในตัวเรือนเพื่อให้การแสดงผลของฟังก์ชันต่าง ๆ สอดรับกับดีไซน์แบบอสมมาตร (Asymmetrical design) อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยทำหน้าที่ขับเคลื่อนการบอกชั่วโมง นาที และเข็มวินาทีขนาดเล็กรวมชิ้นส่วนทั้งหมด 127 ชิ้น ทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ (28,800 ครั้ง/ชั่วโมง) และมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 65 ชั่วโมง


ด้วยความหนาของตัวกลไกที่บางเพียง 2.8 มิลลิเมตร ส่งผลให้ตัวเรือนโดยรวมมีความเพรียวบางและสง่างามเป็นพิเศษ:
ตัวเรือนขนาด 36.5 มม. มีความหนารวมเพียง 7.41 มิลลิเมตร
ตัวเรือนขนาด 40 มม. มีความหนารวมเพียง 8.06 มิลลิเมตร

ในส่วนของงานตกแต่งแท่นเครื่องและสะพานจักร (Movement finishing) นั้น ได้รับการขัดแต่งอย่างประณีตวิจิตรตามมาตรฐานชั้นสูงด้วยลวดลาย Côtes de Genève (โกตส์ เดอ เฌอเนฟ) บนสะพานจักรขนาดใหญ่ทั้งสองชิ้น รวมถึงสะพานจักรบาลานซ์ (Balance bridge) ที่รองรับชุดกลไกจักรกรอกอย่างมั่นคง สมฐานะตราประทับความเลิศเลอแห่งนครเจนีวา (Hallmark of Geneva)

ตรารับรองคุณภาพแห่งนครเจนีวาอันทรงเกียรติ หรือ Poinçon de Genève (Hallmark of Geneva) เป็นเครื่องยืนยันถึงคุณภาพสูงสุดและแหล่งกำเนิดอันล้ำค่าของเรือนเวลารุ่น Historiques American 1921 ตรารับรองนี้ช่วยรับประกันว่านาฬิกาเหล่านี้ได้รับการผลิตและประกอบขึ้นภายในรัฐเจนีวาทั้งหมด และยังต้องผ่านเกณฑ์ข้อบังคับที่เข้มงวดที่สุด ทั้งในด้านงานฝีมือเชิงศิลปะ รวมถึงการตกแต่งอย่างประณีตเฉพาะสำหรับชิ้นส่วนกลไกสำคัญทั้งหมด ตลอดจนมาตรฐานด้านความน่าเชื่อถือและความแม่นยำในการบอกเวลา มาตรฐานอันเข้มงวดเหล่านี้ถูกตราไว้ในข้อกฎหมายโดยรัฐบาลแห่งนครเจนีวา และเพื่อเป็นหลักประกันว่าทุกขั้นตอนได้รับการปฏิบัติตามมาตรฐานอย่างครบถ้วน สำนักงานตรวจสอบแห่งกฎตราเจนีวา (Poinçon de Genève) จึงทำหน้าที่กำกับดูแลและตรวจสอบการนำเกณฑ์ดังกล่าวไปใช้อย่างละเอียดถี่ถ้วนในทุกขั้นตอนของการผลิตนาฬิกา

Vacheron Constantin (วาเชอรอง คอนสแตนติน) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1755 เป็นหนึ่งในเมซงผู้ผลิตนาฬิกาชั้นสูงที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังคงดำเนินกิจกรรมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 270 ปี โดยได้สืบทอดมรดกอันน่าภาคภูมิใจแห่งความเป็นเลิศในการผลิตเรือนเวลาและความประณีตทางสุนทรียศาสตร์ ผ่านทักษะอันเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น

ณ จุดสูงสุดของศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และความสง่างามอันเหนือกาลเวลา เมซงได้รังสรรค์เรือนเวลาพร้อมด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งในแง่ของนวัตกรรมทางเทคนิค สุนทรียะความงาม ตลอดจนความสมบูรณ์แบบของงานตกแต่งขั้นสูง

Vacheron Constantin ร่วมชุบชีวิตใหม่ให้แก่มรดกอันทรงคุณค่าที่มิอาจเทียบเคียงได้ ตลอดจนจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรมที่ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชันต่าง ๆ อย่างเด่นชัด ทั้ง Patrimony (แพทริโมนี), Traditionnelle (ทราดิชันแนล), Métiers d’Art (เมติเยร์ ดาร์ต), Overseas (โอเวอร์ซีส์), Fiftysix (ฟิฟตี้ซิกส์), Historiques (อิสโทริกส์), Égérie (เอเชรี) นอกจากนี้ เมซงยังมอบโอกาสอันหายากยิ่งให้แก่ลูกค้าและนักสะสมผู้หลงใหลในเรือนเวลา ด้วยการนำเสนอผลงานวินเทจระดับตำนานที่ได้รับการบูรณะอย่างพิถีพิถันภายในคอลเลกชัน Les Collectionneurs (เลส์ คอลเลกซิยนเนอร์ส) รวมถึงเรือนเวลาสั่งทำพิเศษที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก (Unique pieces) จากแผนกกลไกชั้นสูง Les Cabinotiers (เลส์ กาบิโนติเยร์ส) ของเมซง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้