Last updated: 28 พ.ค. 2569 | 146 จำนวนผู้เข้าชม |
คอลเลคชั่นนี้ได้แสดงออกถึึงจิิตวิิญญาณแห่่งการสำรวจและการเปิิดกว้างสู่โลก ซึ่งเป็็นเอกลัักษณ์์ของแบรนด์มาตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มในปีี 2026 Vacheron Constantin นำเสนอนาฬิกาใหม่ 4 รุ่น ในชื่อ Overseas Dual Time Cardinal Points ที่ทำจากไทเทเนีียมทั้งหมด
นาฬิกาเรือนใหม่เหล่านี้ สืบทอดแนวคิดและจิิตวิิญญาณจากนาฬิกาสามรุ่นที่เปิดตัวในปี 2019 และ 2021 รุ่นแรกคือ Overseas Dual Time ต้นแบบที่มาพร้อมหน้าปัดสีเทาเข้มผิวสัมผัสลายเกรนและตัวเรือนไทเทเนีียม ซึ่งรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษสำหรับช่างภาพและนัักสำรวจ Cory Richards และผ่านการทดสอบ ในสภาพแวดล้อม สุุดขั้วระหว่างการพิิชิิตยอดเขาเอเวอเรสต์ต่อมาในปีี 2021 ได้มีีการเปิิดตััว Overseas “Everest” ที่ผลิิตขึ้นจำนวนจำกััดอีีกสองรุ่นผลิิตจากไทเทเนีียมเช่นกัันและได้รัับแรงบัันดาลใจด้านสุุนทรีียภาพโดยตรงจากต้นแบบที่พััฒนาขึ้นเพื่อ Cory Richards ได้แก่รุ่น Chronograph และรุ่น Dual Time สำหรัับ Overseas Dual Time Cardinal Points รุ่นใหม่ล่าสุุดนั้นถููกนำเสนอในเฉดสีีที่แตกต่าง กัันถึึงสี่สีีกลไกคาลิิเบอร์ 5110 DT/3 ที่รัังสรรค์ขึ้นภายในโรงงานนี้มา พร้อมระบบคอมพลิิเคชั่นสำคััญสำหรัับการเดิินทาง เช่นบอกเวลาสองโซนกลางวััน/กลางคืืนและวัันที่รวมถึงมีตรา Geneva Hallmark เป็็นเครื่องหมายรัับรองอัันทรงเกีียรติิ ของการผลิิตนาฬิิกา ซึ่งไม่เพีียงแต่รัับประกัันความแม่นยำและ ความน่าเชื่อถืือของนาฬิกาเท่านั้นแต่ยัังรวมไปถึึงคุุณภาพของการขััดตกแต่งแบบดั้งเดิิมด้วยเช่นกััน


Cory Richards ได้กล่าวถึงคอลเลคชั่น Overseas รุ่นใหม่ว่า “สิ่งที่สะท้อนออกมาได้เด่นชััดที่สุุดคือ แนวคิดที่ว่าเราไม่เคยหยุุดนิ่ง เราสำรวจหาสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ นั่นคืือสิ่งที่มนุุษย์เรากระทำโดยธรรมชาติิอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็็นการเดินทางจากภายในหรือภายนอก มัันก็สามารถนำเราไปสู่การบอกทิศทาง เพื่อนำทางให้กัับชีวิตของเราได้ และเมื่อทำเช่นนั้นเราไม่เพียงแต่ได้ค้นพบโลก แต่ยัังค้นพบตััวตนของเราเองผ่านการสำรวจนั้นด้วย”
ออกแบบมาเพื่อพร้อมรับมือกับทุกการผจญภัย
เรือนเวลา Overseas Dual Time "Cardinal Points" ได้รับการคิดค้นและออกแบบมาเพื่อให้มั่นใจได้ว่า ไม่เพียงแต่จะมีความทนทานสูงต่อสภาวะสุดขั้วในทุกการเดินทางเท่านั้น แต่ยังมอบความสะดวกสบายยามสวมใส่บนข้อมือได้อย่างเหนือระดับ
- โครงสร้างไทเทเนียมน้ำหนักเบา: ตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร มาพร้อมกับสายนาฬิกาที่เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกับตัวเรือน (Integrated bracelet) และตัวล็อกแบบพับที่สามารถถอดเปลี่ยนสายได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย ทั้งหมดนี้รังสรรค์ขึ้นจากวัสดุไทเทเนียม (Titanium) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นในเรื่องน้ำหนักที่เบาสบายแต่แข็งแกร่งเป็นเลิศ
- คอนทราสต์เชิงสุนทรียศาสตร์: รูปลักษณ์อันโดดเด่นและเปี่ยมประสิทธิภาพของไทเทเนียมได้รับการยกระดับด้วยงานตกแต่งสีเทาแอนทราไซต์ (Anthracite) แบบผิวด้าน บริเวณขอบตัวเรือนชั้นใน เม็ดมะยม และปุ่มกด ซึ่งช่วยสร้างมิติความต่างอันละเอียดอ่อนให้กับรอยบากทรง Maltese Cross (กางเขนมอลตา) บนขอบตัวเรือนอันเป็นเอกลักษณ์อันเป็นตำนานของคอลเลกชัน Overseas
สี่เฉดสีแห่งจุดหมายบนเข็มทิศ
เรือนเวลารุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับหน้าปัดที่มีให้เลือกถึง 4 เฉดสี โดยแต่ละสีสะท้อนถึงทิศหลักทั้งสี่บนเข็มทิศ (Cardinal Points) และภูมิประเทศอันแตกต่างกันที่รอคอยการออกไปสำรวจ:
สีขาว (North): ตัวแทนของทิศเหนืออันหนาวเหน็บและบริสุทธิ์
สีน้ำตาล (South): สื่อถึงผืนทวีปและที่ราบกว้างใหญ่ทางทิศใต้
สีเขียว (West): ตัวแทนของทิศตะวันตก สื่อถึงผืนป่าลึกและป่าดิบเขตร้อนอันอุดมสมบูรณ์
สีน้ำเงิน (East): สัญลักษณ์ของการเดินทางสู่ขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ที่ซึ่งมหาสมุทรและผืนฟ้ามาบรรจบกัน


งานหัตถศิลป์บนหน้าปัดและฟังก์ชันใช้งาน
เมื่อพินิจหน้าปัดอย่างใกล้ชิด จะค่อย ๆ ค้นพบรายละเอียดอันวิจิตรที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว นำมาซึ่งมิติความลึกและความเรียบหรูเหนือกาลเวลา
- มิติผิวสัมผัส: หน้าปัดบริเวณกึ่งกลางตกแต่งด้วยลายเกรน (Grained finish) เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้กับเนื้อสัมผัสและช่วยลดแสงสะท้อน ซึ่งตัดกันอย่างงดงามกับแสงที่ตกกระทบลงบนหน้าปัดย่อยแสดงวันที่ซึ่งตกแต่งด้วยลายก้นหอย (Snailing)
- ลวดลายวงกลมคู่ซ้อน: การเล่นกับผิวสัมผัสอันแยบยลนี้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยวงแหวนสองวงรอบหน้าปัดที่มาพร้อมพื้นผิวที่แตกต่างกัน โดยมีรางนาทีทรงกลมด้านในเป็นผิวสัมผัสซาติน (Satin-finished) และเคลือบแลกเกอร์เงางามบนรางวินาทีด้านนอก พร้อมตัวเลขกำกับในทุก ๆ 5 วินาที เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของความแม่นยำและการวางแผนในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
- ฟังก์ชันเขตเวลาที่สอง (Dual Time): เติมเต็มความสปอร์ตด้วยเข็มนาฬิกาสีส้มสดใสสำหรับระบุเวลาเขตที่สอง (Home time) รวมถึงฟังก์ชันแสดงเวลา กลางวัน/กลางคืน (AM/PM) ที่ช่วยสร้างสีสันและคอนทราสต์อันโดดเด่นสะดุดตาบนหน้าปัดได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คาลิเบอร์ที่ชวนให้คุณออกเดินทาง
ฝาหลังตังเรือนที่กรุด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส เผยให้เห็นความงดงามของกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติอินเฮาส์ Calibre 5110 DT/3 ซึ่งคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดยเมซงเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักเดินทางอย่างแท้จริง ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถอ่านค่าเวลาจากสองเขตเวลา (Two time zones) ได้พร้อมกันอย่างง่ายดาย
- ฟังก์ชันการแสดงเวลา: นอกเหนือจากการแสดงเวลาท้องถิ่น (Local time) แบบคลาสสิกแล้ว เข็มนาฬิกาสีส้มสดใสพร้อมปลายเข็มรูปศร จะทำหน้าที่แสดงเวลาดั้งเดิมของประเทศบ้านเกิด (Home time) ควบคู่ไปกับช่องแสดงช่วงเวลากลางวัน/กลางคืน (AM/PM indicator) ที่ใช้โทนสีสอดรับกันอย่างลงตัว
- การปรับตั้งค่าอันชาญฉลาด: หน้าปัดย่อยแสดงวันที่แบบเข็ม (Pointer date) ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา จะทำงานสัมพันธ์กับเวลาท้องถิ่น โดยสามารถปรับตั้งค่าได้อย่างสะดวกรวดเร็วผ่านปุ่มกดเฉพาะ (Screw-down pusher) ในขณะที่ฟังก์ชันแสดงเวลาเขตที่สอง ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา สามารถปรับตั้งค่าได้อย่างง่ายดายด้วยการหมุนเม็ดมะยมไปในทิศทางใดก็ได้
งานตกแต่งกลไกอันลุ่มลึก

สุนทรียภาพของกลไกชุดนี้ได้รับการยกระดับด้วยการเคลือบสาร NAC สีเทาเข้ม บนสะพานจักร เพื่อให้สอดรับกับโทนสีของตัวเรือนไทเทเนียม พร้อมสร้างคอนทราสต์ที่ตัดกันอย่างงดงามกับชิ้นส่วนสีเงินของชุดเฟืองจักรภายใน
ความสมบูรณ์แบบด้วยโรเตอร์ขึ้้นลาน (Oscillating weight) ที่รังสรรค์จากเยลโลว์โกลด์ 22K (22K 3N Yellow Gold) ฉลุลายเป็นรูปเข็มทิศตลับหรือวินด์โรส (Windrose) อันเป็นสัญลักษณ์แห่งการเดินทางและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวประจำคอลเลกชัน Overseas
ท่ามกลางงานตกแต่งพื้นผิวอันหลากหลาย เมซงได้รังสรรค์ลายขัดเงาวงกลมซ้อน หรือ Perlage (Circular graining) ไปทั่วทั้งแผ่นฐานเครื่อง (Mainplate) ลามลึกลงไปจนถึงส่วนฐานด้านล่าง ซึ่งเป็นรายละเอียดส่วนที่มองไม่เห็นเมื่อกลไกถูกประกอบเข้ากับตัวเรือนแล้ว ทว่าสิ่งนี้คือข้อพิสูจน์ที่ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่ลดละต่อความสมบูรณ์แบบสูงสุด และคุณค่าของความงดงามที่ซ่อนอยู่ภายในเรือนเวลา
เพื่อสร้างความโดดเด่นยิ่งขึ้นให้แก่ผลงานชิ้นเอกนี้ ชิ้นส่วนสะพานจักร (Bridges) ในส่วนที่มองเห็นได้ ยังได้รับการประดับประดาด้วยลวดลายแถบริ้วคลื่นระลอกคลื่น หรือ Côtes de Genève (Geneva Stripes) ซึ่งทำหน้าที่เล่มแสงและเงาอย่างมีชั้นเชิง พร้อมช่วยเพิ่มมิติทางสายตาให้แก่ตัวกลไกอย่างน่าอัศจรรย์
นอกเหนือจากงานตกแต่งพื้นผิวอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้แล้ว ยังมีกระบวนการลบเหลี่ยมมุมและขัดเงาด้วยมือ หรือ Anglage (Chamfering) ซึ่งเป็นการเจียรขอบชิ้นส่วนประกอบอย่างพิถีพิถันและขัดเงาจนขึ้นเงาราวกับกระจก ทำให้เกิดเหลี่ยมมุมที่คมชัดงดงามและช่วยขับเน้นรูปทรงเชิงสถาปัตยกรรมของกลไกให้โดดเด่นสะดุดตา
งานหัตถศิลป์อันวิจิตรทั้งหมดนี้ ล้วนสะท้อนถึงทักษะและความเชี่ยวชาญขั้นสูงสุดของเหล่าช่างฝีมือชั้นครู โดยชิ้นส่วนและลวดลายบางประเภทจะถูกซ่อนไว้ภายในและมองไม่เห็นเมื่อนาฬิกาถูกประกอบเสร็จสมบูรณ์ ในขณะที่บางลวดลายอันทรงคุณค่าจะยังคงเปิดเปลือยให้ผู้ครอบครองได้ชื่นชมอย่างน่าหลงใหลเมื่อมองผ่านฝาหลังตังเรือนที่กรุด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ใส

นาฬิกาหนึ่งเรือน ตอบโจทย์สามสไตล์
เรือนเวลา Overseas Dual Time "Cardinal Points" ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจร่วมเดินทางไปกับคุณในทุกสถานการณ์อย่างแท้จริง โดยมาพร้อมกับระบบสลับเปลี่ยนสายนาฬิกาได้อย่างอัจฉริยะและครบครัน:
- สายไทเทเนียม (Titanium Bracelet): สายนาฬิกาไทเทเนียมดีไซน์หรูที่เชื่อมต่อสอดรับกับตัวเรือนได้อย่างกลมกลืนไร้รอยต่อ มาพร้อมตัวล็อกแบบพับสามทบ (Triple-blade folding clasp) และผสานระบบปรับขยายความยาวสายด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย (Comfort-adjustment system) อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน ช่วยให้คุณสามารถปรับความกระชับของสายได้อย่างรวดเร็วเพื่อความสบายสูงสุดระหว่างวันโดยไม่ต้องถอดข้อสายออก
- สายยางสปอร์ต (Rubber Straps): เติมเต็มความอเนกประสงค์ด้วยสายยางคุณภาพสูงจำนวนสองเส้นภายในเซ็ต มาพร้อมตัวล็อกแบบพับรังสรรค์จากไทเทเนียมที่สามารถถอดสลับเปลี่ยนเข้ากับสายยางได้อย่างสะดวกสบาย ช่วยเปลี่ยนลุคของนาฬิกาให้พร้อมลุยและมีความเป็นสปอร์ตมากยิ่งขึ้นในพริบตา
- สายนาฬิกาสำรองสีส้ม: มาพร้อมกับลวดลายฉลุแนวสปอร์ตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ Maltese Cross (กางเขนมอลตา)
- สายนาฬิกาสำรองสีเดียวกับหน้าปัด: มอบความกลมกลืนขั้นสุดด้วยเฉดสีที่แมตช์เข้ากับหน้าปัดอย่างลงตัว พร้อมตกแต่งด้วยลวดลายแบบนูนต่ำ (Embossed pattern) ที่เพิ่มมิติความหรูหรา
โดยสายนาฬิกาทั้งสองเส้นนี้ รวมถึงสายไทเทเนียมหลัก สามารถถอดสลับสับเปลี่ยนลุคได้เองอย่างง่ายดายภายในเวลาไม่กี่วินาที โดยไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือใด ๆ ช่วย
นาฬิกา Overseas Dual Time "Cardinal Points" รังสรรค์ขึ้นในจำนวนจำกัดและมีวางจำหน่าย เฉพาะที่บูติกอย่างเป็นทางการของ Vacheron Constantin ทั่วโลกเท่านั้น
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569
28 พ.ค. 2569