Last updated: 5 มิ.ย. 2569 | 243 จำนวนผู้เข้าชม |
ห้าสิบปีหลังจากการเปิดตัวครั้งแรก Girard-Perregaux ได้นำเสนอ Laureato Fifty ผลงานใหม่จำนวน 4 รุ่น ซึ่งมาพร้อมสัดส่วนตัวเรือนที่ได้รับการปรับให้สมดุลและสวมใส่สบายยิ่งขึ้น ผสานงานฝีมืออันประณีตเข้ากับหน้าปัดที่เปี่ยมด้วยรายละเอียด พร้อมขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre GP4800 แทนที่จะรังสรรค์หรือเปลี่ยนโฉม Laureato ขึ้นใหม่ Laureato Fifty เลือกถ่ายทอดตัวตนและเอกลักษณ์ที่สั่งสมมาตลอด ผ่านการใส่ใจในทุกรายละเอียด การตกแต่งที่ประณีตยิ่งขึ้น และการนำเสนอศิลปะแห่งการทำนาฬิกาชั้นสูง

“The Laureato endures through the strength of its architecture: a measured balance of lines and
the movement within, naturally evolving with depth, presence and enduring character.”
Marc Michel-Amadry, Managing Director - Girard-Perregaux
Laureato คือการผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ และความงดงามเหนือกาลเวลาไว้ได้อย่างลงตัว โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยความโดดเด่นฉูดฉาดเพื่อสร้างความประทับใจ แต่เลือกสะท้อนคุณค่าและความประณีตผ่านทุกรายละเอียด เสน่ห์ของ Laureato อยู่ที่สัดส่วนอันสมดุล ความกลมกลืนขององค์ประกอบต่าง ๆ และความลงตัวที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างพิถีพิถัน การก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 จึงไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จในอดีต แต่ยังเป็นการตอกย้ำตัวตนของนาฬิกาที่สามารถรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความสม่ำเสมอในการออกแบบได้อย่างต่อเนื่องตลอดครึ่งศตวรรษ
โดยยังคงยึดมั่นในเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตน พร้อมสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกา Girard-Perregaux ได้อย่างครบถ้วน นอกเหนือจากความงดงามของงานออกแบบแล้ว Laureato ยังแสดงให้เห็นถึงแนวคิดการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงที่เป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การพัฒนาและผลิตกลไกภายใน การเก็บรายละเอียดงานตกแต่ง การออกแบบโครงสร้างตัวเรือน ไปจนถึงความสะดวกสบายในการสวมใส่ ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อมอบความสมบูรณ์แบบในทุกมิติ
ตั้งแต่ปี 1975 เป็นต้นมา คอลเลกชั่นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญแบบครบวงจรของผู้ผลิตนาฬิกาในทุกขั้นตอน ทั้งการพัฒนากลไก การออกแบบโครงสร้าง การตกแต่งรายละเอียด และการประกอบ
ดังนั้น Laureato Fifty จึงเป็นนาฬิกาที่สะท้อนความประณีตระดับสูงของผู้ผลิต ทั้งในด้านหน้าปัด งานตกแต่งรายละเอียด และการประกอบกลไก ภายใต้ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Laureato โดยให้ความสำคัญกับความสบายในการสวมใส่เป็นพิเศษ ตัวเรือนออกแบบด้วยเส้นสายที่นุ่มนวล สายนาฬิกา
เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างลงตัวไร้รอยต่อ และเพิ่มระบบ micro-adjustment เพื่อปรับให้พอเหมาะ ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อให้ทั้งความแม่นยำและความสบาย เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริ
ผลลัพธ์ที่ได้คือการถ่ายทอดองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านการทำนาฬิกาที่สั่งสมมากว่า 235 ปีของ Girard-Perregaux ออกมาในรูปแบบที่ชัดเจนและสมบูรณ์ที่สุด ผ่านนาฬิกาเพียงหนึ่งเรือน
THE LAUREATO FIFTY
COLLECTION
Laureato Fifty ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อสะท้อนตัวตนและเอกลักษณ์อันยั่งยืนของ Laureato ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผ่านความลงตัวของสัดส่วน การเลือกใช้วัสดุอย่างพิถีพิถัน และความเชี่ยวชาญด้านการทำนาฬิกาชั้นสูงที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน มากกว่าการเป็นเพียงรุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี Laureato Fifty ยังแสดงให้เห็นถึงการยกระดับด้านงานฝีมือและความประณีตในทุกรายละเอียด นาฬิกาแต่ละรุ่นสะท้อนองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของ Girard-Perregaux ได้อย่างโดดเด่น ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสมดุล ความเรียบสง่างาม และเอกลักษณ์ในการออกแบบที่เป็นหัวใจของ Laureato มาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา
Girard-Perregaux Laureato Fifty ถูกนำเสนอผ่านการตีความดีไซน์ตัวเรือนของ Laureato ในสองรูปแบบที่เสริมกันนอกจากรุ่นขนาด 39 มม. ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ล่าสุด Girard-Perregaux ยังเปิดตัวรุ่นใหม่ขนาด 36 มม. ที่มีขนาดกะทัดรัดมากขึ้น สวมใส่สบายและให้ความรู้สึกแนบชิดกว่าเดิม ถ่ายทอดเอกลักษณ์งานดีไซน์ของรุ่นนี้ในอีกมุมมอง
นอกเหนือจากความโดดเด่นที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น Laureato Fifty ยังเผยให้เห็นถึงความพิถีพิถันในรายละเอียดที่รอให้ผู้ที่ชื่นชอบงานฝีมือได้ค้นพบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าปัดเคลือบอีนาเมลที่ผลิตขึ้นภายในโรงงานบนลวดลายพื้นผิวอันประณีต สะพานจักรบาลานซ์โรสโกลด์ที่สามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ ตลอดจนความละเอียดของงานตกแต่งและการใส่ใจเป็นพิเศษในด้านความสบายขณะสวมใส่ นี่คือผลงานที่ไม่ได้มุ่งสร้างความโดดเด่นอย่างฉับพลัน หากแต่เผยเสน่ห์และคุณค่าของตนเองให้ผู้สวมใส่ได้ค่อยๆ ค้นพบและชื่นชมไปตามกาลเวลา

39 MM MODELS,
DEPTH, TEXTURE AND LIGHT
รุ่นขนาด 39 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยการสร้างมิติ ความลุ่มลึกของพื้นผิว และการเล่นกับแสงผ่านหน้าปัดอีนาเมลสีน้ำเงินเข้มที่ผลิตขึ้นภายในโรงงาน ตกแต่งบนลวดลาย “Clous de Paris” พร้อมหน้าปัดโทนสีโรสโกลด์ 18K ที่มาพร้อมช่องแสดงวันที่
เป็นครั้งแรกในผลงานLaureato ที่มีการนำงานเคลือบอีนาเมลสีน้ำเงินมาใช้บนลวดลายพื้นผิวอันเป็นเอกลักษณ์ของหน้าปัด ซึ่งช่วยยกระดับความซับซ้อนของงานฝีมือในแบบที่หาได้ยากในนาฬิกาที่มาพร้อมสายนาฬิกาแบบบูรณาการกับตัวเรือน งานเคลือบอีนาเมลที่รังสรรค์ขึ้นภายในโรงงานทั้งหมดนี้ มอบความโปร่งลึก มิติ และเฉดสีที่หลากหลาย พร้อมสร้างประกายแสงระยิบระยับที่เปลี่ยนแปลงไปตามมุมมองและการตกกระทบของแสง
หน้าปัดโทนสีโรสโกลด์ 18K ถ่ายทอดแนวคิดเดียวกันนี้ผ่านอีกมิติหนึ่งของความลุ่มลึกและความประณีต พื้นผิวโลหะมีค่าที่ทำงานประสานกับลวดลาย “Clous de Paris” อย่างกลมกลืน ก่อให้เกิดการสะท้อนแสงที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าหลงใหล ระหว่างความอบอุ่น ความเปล่งประกาย และเงาที่เคลื่อนไหวไปตามมุมตกกระทบของแสง ผลลัพธ์คือหน้าปัดที่เปี่ยมด้วยความซับซ้อนและมิติอันโดดเด่น สะท้อนความงดงามเชิงสถาปัตยกรรม พร้อมตอกย้ำเอกลักษณ์ของ Laureato ในการรักษาสมดุลระหว่างพลังแห่งการดึงดูดสายตาและความเรียบสง่างามของการออกแบบได้อย่างลงตัว

36 MM MODELS,
ORIGINAL SENSE OF PROPORTIONS
นาฬิการุ่นขนาด 36 มิลลิเมตร ถ่ายทอดอีกหนึ่งมุมมองของ Laureato ผ่านสัดส่วนที่กะทัดรัดและสมดุลอย่างลงตัว โดยหวนกลับไปสู่ขนาดตัวเรือนที่ได้รับความนิยมจากนักสะสมมาอย่างยาวนาน ด้วยความสง่างาม ความสวมใส่ง่ายในหลากหลายโอกาส และการคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของการออกแบบดั้งเดิมอย่างครบครัน
หน้าปัดโรสโกลด์ 18K ของรุ่นขนาด 36 มิลลิเมตร ถ่ายทอดแนวคิดแห่งความประณีตในอีกมิติหนึ่ง ผ่านการตีความ Laureato ที่เรียบง่าย ละเมียดละไม และมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น สัดส่วนตัวเรือนที่กะทัดรัดช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ของรูปทรงเรขาคณิต ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้โทนอันอบอุ่นของโลหะมีค่าและมิติอันละเอียดอ่อนของลวดลาย “Clous de Paris” ได้สะท้อนและเล่นกับแสง ส่งผลให้หน้าปัดเผยเสน่ห์ที่ทั้งดูสวยงามและประณีต
อีกหนึ่งการตีความที่โดดเด่นด้วยความเปล่งประกาย มาพร้อมหน้าปัดสีเงินลวดลาย “Clous de Paris” ที่ขัดแต่งแบบเงาสะท้อน จับคู่กับขอบตัวเรือนประดับเพชรเจียระไนทรงเหลี่ยม 64 เม็ด รวมน้ำหนัก 0.55 กะรัต ถ่ายทอดการเล่นกับแสง เงาสะท้อน และความประณีตของงานฝีมือได้อย่างลงตัว โดยเน้นความสง่างามที่แฝงอยู่ในรายละเอียด มากกว่าการแสดงออกถึงความหรูหราอย่างชัดเจนเพียงภายนอก

LAUREATO
FIFTY YEARS OF ARCHITECTURAL COHERENCE
Laureato ถือกำเนิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของประวัติศาสตร์การทำนาฬิกาสมัยใหม่ ในปี 1971 Girard-Perregaux ได้พัฒนากลไกควอตซ์ความถี่สูง ซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรฐานความถี่ 32,768 เฮิรตซ์ ที่อุตสาหกรรมนาฬิกาทั่วโลกยังคงใช้อ้างอิงมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 1975 นวัตกรรมดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ใน Laureato ผสานความแม่นยำทางเทคนิคเข้ากับเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมของตัวเรือนและรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์.
Laureato รุ่นแรกได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นภายในแบรนด์ทั้งหมด พร้อมนำเสนอภาษาการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ที่สามารถจดจำได้ในทันที ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่วางอยู่บนฐานทรงกลม ตัวเรือนทรงตอนโนและสายโลหะแบบ Integrated ซึ่งทั้งหมดได้รับการออกแบบให้สมดุลอย่างลงตัวระหว่างความสง่างาม สัดส่วนที่กลมกลืน และสไตล์สปอร์ตที่โดดเด่น
ตลอดหลายทศวรรษต่อมา Laureato ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านหลากหลายเจเนอเรชั่นที่เปิดตัวราวทุก ๆ สิบปี โดยแต่ละรุ่นได้ต่อยอดทั้งในด้านเทคนิคและงานออกแบบ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์และความกลมกลืนของโครงสร้างดั้งเดิมเอาไว้อย่างครบถ้วน
Laureato เจเนอเรชั่นที่สองได้ต่อยอดคอลเลกชั่นด้วยการนำเสนอรูปแบบและฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลายและซับซ้อนยิ่งขึ้น สะท้อนถึงพัฒนาการด้านเทคนิคและงานออกแบบของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ในปี 1995 Laureato เจเนอเรชั่นที่สามได้เปิดตัวพร้อมกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ GP3100 ซึ่งพัฒนาและผลิตโดย Girard-Perregaux เอง นับเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำความน่าเชื่อถือและความแข็งแกร่งของ Laureato ในฐานะนาฬิกากลไกระดับสูง ต่อมาในปี 2003 Laureato เจเนอเรชั่นที่สี่ได้เผยโฉมด้วยตัวเรือนที่มีสัดส่วนใหญ่ขึ้นและสะท้อนลุคสปอร์ตที่เด่นชัดกว่าเดิม แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์สำคัญของคอลเลกชั่น ทั้งในด้านความสมดุลของดีไซน์ ความกลมกลืนของรูปทรง และการผสานตัวเรือนเข้ากับสายอย่างไร้รอยต่อ ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Laureato มาตั้งแต่แรกเริ่ม
ในปี 2016 Girard-Perregaux ได้เปิดตัว Laureato รุ่นที่ 5 ในรูปแบบที่ตีความใหม่ให้ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงรักษาแนวคิดและรูปทรงเรขาคณิตจากดีไซน์ดั้งเดิมเอาไว้ พร้อมทั้งตอกย้ำว่ารุ่นนี้ยังคงเป็นหนึ่งในคอลเลกชั่นสำคัญของแบรนด์อีกครั้ง
ปัจจุบัน Laureato Fifty ยังคงพัฒนาแนวทางนี้ต่อไป ผ่านนาฬิกาใหม่ 4 รุ่น ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ประณีตขึ้น งานฝีมือที่ประณีตมากขึ้น และการตกแต่งที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด แทนที่จะเปลี่ยนแปลงผลงานของ Laureato คอลเลกชั่นนี้ถ่ายทอดตัวตนอันเป็นเอกลักษณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของ Laureato ได้อย่างชัดเจนและเข้มข้นยิ่งขึ้น พร้อมสะท้อนความเชี่ยวชาญด้านศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น่
ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา Laureato ได้พัฒนาโดยใช้วัสดุใหม่ ๆ เพิ่มขนาดที่หลากหลาย และเพิ่มกลไกกับฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนมากขึ้น แต่ยังคงรักษาโครงสร้างและเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ โดยยังคงความสมดุลระหว่างความแม่นยำทางเทคนิค ความเรียบง่ายของงานออกแบบ และความสง่างามที่อยู่เหนือกาลเวลา

CALIBRE GP4800,
ARCHITECTURE, BALANCE AND FINISHING
หัวใจสำคัญของ Laureato Fifty คือกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ GP4800 ที่พัฒนาและผลิตโดยแบรนด์เอง ซึ่งได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันด้วยโครงสร้างกลไกที่สมดุล เป็นระเบียบ และมอบความเที่ยงตรงในการทำงานอย่างยอดเยี่ยม
กลไกนี้มีขนาดกะทัดรัดและทำงานด้วยความเที่ยงตรง เดินด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ พร้อมมอบพลังงานสำรองได้นานประมาณ 60 ชั่วโมง โครงสร้างของกลไกได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจาก Three Bridges อันเป็นสัญลักษณ์สำคัญของแบรนด์ โดยนำองค์ประกอบเชิงสถาปัตยกรรมดังกล่าวมาตีความใหม่และจัดวางภายในกลไกอย่างเป็นระเบียบ ชัดเจน และมีจุดมุ่งหมายในการออกแบบทุกสัดส่วน ผลลัพธ์ทั้งหมดเกิดขึ้นอย่างตั้งใจชัดเจน โดยเฉพาะรุ่นนี้ ที่ใช้สะพานจักรบาลานซ์ ทำจากโรสโกลด์ เพื่อช่วยเพิ่มมิติ ด้านการมองเห็น และทำให้เอกลักษณ์ของกลไกเด่นชัดยิ่งขึ้น
กลไกนี้ได้รับการออกแบบ พัฒนา ประกอบ และตกแต่งขึ้นภายในแบรนด์ทั้งหมด โดยผสานเทคนิคการตกแต่งชิ้นส่วนถึง 10 รูปแบบ ได้แก่ การขัดเงา การพ่นทราย การลบมุมและขัดแต่งขอบ ลายเส้นเจนีวา การสลักลวดลาย ลายก้นหอย การขัดลายซาตินแบบวงกลม การขัดลายวงกลม การขัดลายซันเรย์ และการขัดลายเส้นตรง ซึ่งไม่เพียงทำหน้าที่เสริมความงดงามให้กับกลไกเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการรักษาและสืบสานมาตรฐานงานฝีมือชั้นสูงแห่งโลกนาฬิกามาอย่างยางนาน
GP4800 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ที่สำคัญสำหรับ Girard-Perregaux โดยตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 เป็นต้นมา โรงงานได้เปิดตัวกลไกใหม่ 3 รุ่นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้แก่ GP4800 รุ่นแรก ตามด้วยกลไก Grand Complications ของ Laureato Three Gold Bridges GP9620 และล่าสุดคือ Minute Repeater GP9530 นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และความสามารถทางเทคนิคที่โดดเด่นแล้ว การเปิดตัวต่อเนื่องนี้ยังยืนยันว่าโรงงานยังคงพัฒนาและสร้างความแปลกใหม่ได้เสมอ พร้อมทั้งต่อยอดเอกลักษณ์การออกแบบนาฬิกาและยังบ่งบอกว่าการเดินทางแห่งวิวัฒนาการนี้ยังคงดำเนินต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด
ข้อมูลเกี่ยวกับ Girard-Perregaux
โรงงานที่เชี่ยวชาญทั้งด้านงานออกแบบและการผลิตกลไก นับตั้งแต่ปี 1791 ด้วยกลไกมากกว่า 30 รุ่นในแค็ตตาล็อก สิทธิบัตรกว่า 80 ฉบับ และมรดกอันยาวนานกว่า 230 ปี Girard-Perregaux จึงเป็นมาสเตอร์แห่งศิลปะนาฬิกาชั้นสูง
ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมา Girard-Perregaux ก็โดดเด่นในฐานะผู้บุกเบิกอย่างแท้จริง ในปี 1791 แบรนด์ได้ริเริ่มแนวคิดโรงงานนาฬิกาที่รวมกระบวนการผลิตทั้งหมดไว้ในที่เดียว ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่อุตสาหกรรมนาฬิกาที่ตามมา ผู้ก่อตั้งและผู้นำของแบรนด์ในแต่ละยุคสมัยต่างได้ยกระดับชื่อเสียงของแบรนด์ด้วยวิสัยทัศน์และจิตวิญญาณที่กว้างไกลและความคิดที่ก้าวหน้า
จิตวิญญาณนี้ได้นำไปสู่ความสำเร็จสำคัญหลายประการ ได้แก่ Three Bridges Tourbillon ในปี 1867 กลไกความถี่สูงในปี 1965 ที่มีความถี่ 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง ความถี่มาตรฐานควอตซ์สากล (32,768 เฮิร์ต) ในปี 1971 และกลไก Constant Escapement ในปี 2013 ซึ่งได้รับรางวัล Aiguille d’Or จากงาน Grand Prix d’Horlogerie de Genève ความก้าวหน้าแต่ละครั้งล้วนเป็นผลมาจากทีมงานภายในที่เต็มเปี่ยมด้วยความหลงใหลในการผลักดันขีดจำกัด พร้อมกับเคารพในประเพณีและมาตรฐานดั้งเดิม
Girard-Perregaux ยังให้ความสำคัญกับการออกแบบ ทุกองค์ประกอบ ทั้งรูปทรงโครงสร้าง และความงาม ล้วนได้รับการคิดค้น พัฒนา และสร้างสรรค์ ภายในโรงงานของตนเองอย่างครบถ้วน ทูร์บิญองที่มาพร้อมกับสะพานจักรทองคำสาม ส่วน ซึ่งได้รับรางวัลในการจัดแสดงใน Paris Universal Exhibition เมื่อ 1889 ถือ เป็นผลงานปฏิวัติวงการทั้งในด้านเทคนิคและรูปลักษณ์
ภายในโรงงานของตนเองอย่างครบถ้วน ทูร์บิญองที่มาพร้อมกับสะพานจักรทองคำสามส่วน ซึ่งได้รับรางวัลในการจัดแสดงใน Paris Universal Exhibition เมื่อ 1889 ถือ เป็นผลงานปฏิวัติวงการทั้งในด้านเทคนิคและรูปลักษณ์ ปรัชญานี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านนาฬิกา Laureato ซึ่งเปิดตัวในปี 1975 และถูกออกแบบขึ้นทั้งหมดภายในโรงงาน โดยได้รับแรงบันดาลใจจากการออกแบบที่ด้วยรูปทรงสมมาตรที่โดดเด่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากขอบหน้าปัดที่มี 14 เหลี่ยมของนาฬิกา Deep Diver ปี 1969 ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของเอกลักษณ์ที่ถ่ายทอดผ่านนาฬิกา Laureato ที่เห็นในปัจจุบัน ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ผลงาน Laureato ได้ผสานฟังก์ชั่นซับซ้อนใหม่ ๆ และกลไกอัตโนมัติ พร้อมกับการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไว้ได้อย่างชัดเจน
ในปัจจุบัน Girard-Perregaux ได้รับการยอมรับและชื่นชมอย่างกว้างขวางจากผู้รักและนักสะสมนาฬิกา ด้วยแนวทางโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ในการรังสรรค์นาฬิกาชั้นสูง ชื่อเสียงของแบรนด์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความหรูหรา ความประณีตและความงามที่เหนือกาลเวลา เป็นโรงงานผลิตนาฬิกาที่ยังคงยืนหยัดรักษามรดกอันยาวนานและทรงคุณค่าอย่างมั่นคง
5 มิ.ย. 2569
5 มิ.ย. 2569
5 มิ.ย. 2569