MB&F HM12 The Guardian

Last updated: 12 มิ.ย. 2569  |  237 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MB&F HM12 The Guardian

กลิ่นอายไซไฟจาก Horological Machines รุ่นบุกเบิกของ MB&F ถูกนำกลับมาตีความใหม่ใน HM12 The Guardian ผลงานคู่หูเชิงกลที่ประกอบด้วย HM12 นาฬิกาข้อมือกลไกซับซ้อน ซึ่งมาพร้อมระบบ Face Shield อันเป็นเอกลักษณ์ กลไกฟลายอิงทูร์บิญอง ไมโครโรเตอร์สองด้าน ระบบชั่วโมงกระโดดแบบฉับพลัน และงานตกแต่งระดับการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิม จับคู่กับ The Guardian หุ่นยนต์เชิงกลสูง 38 เซนติเมตร ซึ่งติดตั้งเทอร์โมมิเตอร์แบบกลไกและเครื่องมือที่ซ่อนอยู่ภายในตัว ผลงานแต่ละชุดประกอบด้วยชิ้นส่วนรวมเกือบ 1,500 ชิ้น และจะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3 รุ่น แต่ละรุ่นผลิตเพียง 12 ชุดเท่านั้น

จิตวิญญาณภายในเครื่องจักร
หุ่นยนต์จากจินตนาการในวัยเด็กของ Maximilian Büsser คือหนึ่งในแรงบันดาลใจที่มีอิทธิพลต่อผลงานของ MB&F มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งแบรนด์ หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดเกิดขึ้นในปี 2015 เมื่อ MB&F ร่วมมือกับ L’Epée 1839 สร้าง Melchior หุ่นยนต์บอกเวลา ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความทรงจำเกี่ยวกับของเล่น ภาพยนตร์ไซไฟ และแนวคิดของเครื่องจักรที่ถูกจินตนาการให้มีบุคลิกและตัวตน มากกว่าจะเป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง

ในปี 2026 MB&F นำเสนอแนวคิดใหม่อีกครั้ง ด้วยการสร้างนาฬิกาข้อมือที่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็น “สมอง” ของหุ่นยนต์ และหุ่นยนต์ที่ช่วยมอบตัวตนให้นาฬิกา ก้าวพ้นขีดจำกัดของการเป็นเพียงเครื่องบอกเวลาบนข้อมือ


แนวคิดเครื่องจักรบอกเวลาที่สมบูรณ์แบบ เปิดฉากทศวรรษที่สาม
เดิมที HM12 The Guardian ถูกวางแผนให้เป็นผลงานฉลองครบรอบ 20 ปีของ MB&F แต่การพัฒนากลับใช้เวลานานกว่าที่คาด โครงการค่อย ๆ ขยายตัวและมีความซับซ้อนมากขึ้น สิ่งที่ดูเหมือนความล่าช้าในตอนแรก กลับกลายเป็นโอกาสสำคัญในเวลาต่อมา เพราะท้ายที่สุดแล้ว HM12 The Guardian ได้กลายเป็นผลงานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปิดฉากทศวรรษที่สามของแบรนด์

HM12 The Guardian ไม่ใช่นาฬิกา แต่คือแนวคิดของเครื่องจักรบอกเวลาที่สมบูรณ์แบบ และเป็นการหวนกลับไปสู่รากฐานของ MB&F อย่างตั้งใจ ในช่วงเวลาที่ผู้คนจำนวนมากเพิ่งได้รู้จักแบรนด์ผ่านผลงานในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา HM12 จึงเปรียบเสมือนการปรับทิศทางอีกครั้ง เป็นการนำแก่นแท้ของ MB&F กลับมาอยู่ ณ จุดศูนย์กลางอีกครั้ง ดังสำนวนภาษาฝรั่งเศสที่ว่า “นำโบสถ์กลับคืนสู่ใจกลางหมู่บ้าน”

หวนคืนสู่แนวคิดตั้งต้น
สำหรับ MB&F การหวนกลับสู่รากฐานไม่ได้หมายถึงการย้อนกลับไปหาความสำเร็จในอดีต แต่หมายถึงการกลับไปทบทวนแนวคิดและหลักการที่หล่อหลอมแบรนด์มาตั้งแต่วันแรก และทดสอบว่าหลักการเหล่านั้นยังคงแข็งแกร่งเพียงใดเมื่อถูกผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้า หนึ่งในแนวคิดสำคัญที่ MB&F ยึดถือมาโดยตลอดคือ “ผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ คือเด็กคนหนึ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่”

HM12 The Guardian นำองค์ประกอบสำคัญที่ MB&F พัฒนาขึ้นตลอด 20 ปีที่ผ่านมา กลับมาผสานรวมกันอีกครั้งในวัตถุเพียงชิ้นเดียว มันเป็นส่วนผสมของ Horological Machine, Legacy Machine และผลงานแบบ Co-Creation ที่หลอมรวมการออกแบบเชิงเรื่องราว การประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง การทดลองทางกลไก และความสนุกในการมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุเชิงกลเข้าไว้ด้วยกัน

เมื่อสอง Maximilian ร่วมกันสร้างอนาคต
HM12 ยังถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญในโครงสร้างการสร้างสรรค์ของ MB&F เพราะเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่ Horological Machine ไม่ได้ถูกพัฒนาร่วมกับ Eric Giroud นักออกแบบคู่บุญของแบรนด์ แม้ Giroud จะยังคงมีบทบาทสำคัญในโครงการอื่น ๆ ของ MB&F ก็ตาม แต่สำหรับ HM12 การออกแบบและพัฒนาทั้งหมดเป็นผลงานของ Maximilian Büsser และ Maximilian Maertens แม้ทั้งสองจะร่วมงานกันมาหลายปีแล้ว แต่ผลงานของ Maertens ก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่จะปรากฏอยู่ในนาฬิกาตั้งโต๊ะและกล่องดนตรีที่ MB&F พัฒนาร่วมกับ L’Epée และ Reuge มากกว่า


แนวคิดตั้งต้นของ HM12 The Guardian มาจากคำถามง่าย ๆ ของ Büsser ว่า “จะเป็นอย่างไร หากศีรษะของหุ่นยนต์สามารถกลายเป็นนาฬิกาได้?” หลังจากวางแนวคิดหลักเอาไว้ เขาจึงถอยออกมาหนึ่งก้าว และปล่อยให้ Maertens รับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบและดูแลโครงการนี้อย่างเต็มตัว ตลอดระยะเวลากว่า 4 ปี Maertens เดินหน้าพัฒนา HM12 อย่างต่อเนื่อง ผ่านการร่างแบบ สร้างโมเดลสามมิติ พิมพ์ต้นแบบ ทดสอบความมั่นคงของโครงสร้าง และปรับสัดส่วนซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนแนวคิดในจินตนาการกลายเป็นผลงานที่สมบูรณ์อย่างที่เห็นในวันนี้

ก่อนจะเป็นนาฬิกา มันคือหุ่นยนต์
ในเชิงการออกแบบ HM12 ถูกสร้างขึ้นให้รับรู้เป็น “ใบหน้า” ตั้งแต่แรกเห็น หรือกล่าวให้ชัดเจนยิ่งขึ้น คือศีรษะของหุ่นยนต์ที่มันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ ดวงตาสองข้าง การจ้องมอง และตัวตนอันชัดเจน ทุกองค์ประกอบล้วนได้รับแรงบันดาลใจจากจินตนาการที่แตกต่างกันของผู้สร้างทั้งสองคน

สำหรับ Maximilian Büsser แรงบันดาลใจเหล่านั้นมาจากความทรงจำเกี่ยวกับหุ่นยนต์และของเล่นในวัยเด็ก รวมถึงโลกไซไฟแห่งทศวรรษ 1970 และ 1980 ซึ่งเครื่องจักรถูกจินตนาการให้เป็นตัวละคร นักสำรวจ หรือผู้พิทักษ์ ขณะที่ Maximilian Maertens เติบโตมากับอีกยุคสมัยหนึ่ง ทั้ง Transformers ซีรีส์แอนิเมชัน และภาพยนตร์อย่าง I, Robot ที่นำเสนอหุ่นยนต์ในฐานะสิ่งมีชีวิตที่สามารถพัฒนา ปรับตัว และมีบทบาทที่ซับซ้อนมากขึ้น HM12 จึงเป็นจุดบรรจบของจินตนาการจากสองยุคสมัย ที่หลอมรวมกันเป็นหุ่นยนต์จักรกลซึ่งมีชีวิตอยู่บนข้อมือ

เมื่อนาฬิกากลายเป็นใบหน้าของหุ่นยนต์
HM12 ได้รับการพัฒนาและสร้างขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด โดยใช้เวลากว่า 4 ปีในการออกแบบทั้งสถาปัตยกรรมของตัวเรือนและกลไก ทุกองค์ประกอบถูกพัฒนาควบคู่กันไป โดยคำนึงถึงทั้งแนวคิดการออกแบบและข้อจำกัดทางวิศวกรรมในเวลาเดียวกัน


นาฬิกาเรือนนี้ถูกสร้างขึ้นให้เป็น “ใบหน้า” อย่างแท้จริง โดยตัวเรือนทั้งหมดทำหน้าที่เป็นศีรษะของหุ่นยนต์ ดวงตาทั้งสองข้างคือหน้าต่างแสดงเวลา โดยฝั่งซ้ายเป็นระบบชั่วโมงกระโดดแบบฉับพลัน ขณะที่ฝั่งขวาแสดงนาทีผ่านจานหมุน ซึ่งทั้งสองอ่านค่าจากตำแหน่งคงที่

ด้านล่างของใบหน้าคือไมโครโรเตอร์สองด้านรูปขวานสัญลักษณ์ของ MB&F ซึ่งทำหน้าที่เสมือนปาก ขณะที่ด้านบนคือฟลายอิงทูร์บิญองที่ถูกเปิดเผยให้เห็นอย่างเด่นชัด ทำหน้าที่เสมือนสมองของหุ่นยนต์ ความน่าสนใจอยู่ที่ MB&F เลือกนำเสนอทูร์บิญองด้วยภาษาการออกแบบแบบดั้งเดิมของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง มากกว่าการตีความในรูปแบบล้ำอนาคต โครงสร้างส่วนบนของ HM12 ผลิตจากแซฟไฟร์เป็นส่วนใหญ่ เปิดทางให้แสงส่องเข้าสู่กลไกได้จากหลายทิศทาง และเผยให้เห็นการทำงานของฟลายอิงทูร์บิญองได้ทั้งจากด้านหน้าและด้านข้างของตัวเรือน

The Face Shield: กลไกซ้อนกลไก
หนึ่งในองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุดของ HM12 คือระบบ Face Shield ซึ่ง MB&F มองว่าเป็นทั้งกลไกซับซ้อนและส่วนหนึ่งของเรื่องราวที่อยู่เบื้องหลังนาฬิกา ภายใต้แนวคิดของผลงานชิ้นนี้ แผ่นเกราะดังกล่าวทำหน้าที่ปกป้องใบหน้าของหุ่นยนต์ ขณะเดียวกันก็สามารถเปลี่ยนบุคลิกและรูปลักษณ์ของนาฬิกาได้อย่างสิ้นเชิง

ระบบ Face Shield ควบคุมผ่านเม็ดมะยมด้านซ้าย โดยแผ่นเกราะจะเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องในแนวเส้นตรง ผู้ใช้งานสามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ และหยุดได้ทุกตำแหน่งตั้งแต่เปิดเผยใบหน้าทั้งหมดไปจนถึงปิดสนิท เม็ดมะยมยังมาพร้อมระบบ Declutching ซึ่งจะตัดการเชื่อมต่อโดยอัตโนมัติเมื่อกลไกเดินทางถึงจุดสิ้นสุด แม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับการบอกเวลาโดยตรง แต่ระบบนี้กลับประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 200 ชิ้น และทำงานแยกจากกลไกหลักอย่างอิสระ ความซับซ้อนของมันสูงกว่านาฬิกาจักรกลทั้งเรือนของหลายแบรนด์เสียอีก รายละเอียดการตกแต่งยังอยู่ในระดับเดียวกับงานประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิม ทั้งหลุมทับทิม ล้อจักรขัดเงา และมุมลบคมด้านในที่ทำด้วยมือ

การพัฒนากลไก Face Shield และกลไกบอกเวลาถูกดำเนินควบคู่กันไปโดยวิศวกรคนละทีม เพื่อให้ทั้งสองระบบสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่รบกวนกัน ทั้งในด้านพื้นที่ การเคลื่อนไหว และการทำงาน ผลลัพธ์คือเครื่องจักรกลหนึ่งเดียวที่หลอมรวมวิศวกรรมและเรื่องราวเข้าไว้ด้วยกันอย่างแนบแน่น


อีกด้านของใบหน้า
ภายใน HM12 คือกลไกอัตโนมัติที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด ประกอบด้วยชิ้นส่วน 646 ชิ้น อัญมณีรองแกน 86 เม็ด และมอบพลังงานสำรองยาวนาน 84 ชั่วโมง เมื่อพลิกดูด้านหลัง บุคลิกของ HM12 จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หากด้านหน้าเปรียบเสมือนโลกแห่งอนาคต ด้านหลังกลับสะท้อนความงดงามของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิม กลไกได้รับการออกแบบให้สอดรับกับรูปทรงของตัวเรือน ไม่ใช่การสร้างตัวเรือนขึ้นมาครอบกลไกในภายหลัง ส่งผลให้โครงสร้างโดยรวมมีความสมดุล เปิดโล่ง และสมมาตร สะพานจักรได้รับการขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีต ขณะที่แท่นเครื่องตกแต่งพื้นผิวแบบละเอียด และโรเตอร์ด้านหลังโดดเด่นด้วยงานกิโยเชบนพื้นผิวทรงโดม ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Kari Voutilainen และทีมงาน ความพิเศษอยู่ที่ลวดลายกิโยเชถูกสร้างขึ้นบนพื้นผิวโค้งทรงกลม แทนที่จะเป็นระนาบเรียบแบบดั้งเดิม

HM12 จึงเป็นผลงานที่ดำรงอยู่ระหว่างสองโลกอย่างตั้งใจ โดยผสานภาษาการออกแบบอันล้ำอนาคตของ Horological Machines เข้ากับความประณีตแบบคลาสสิกของ Legacy Machines ไว้ในเครื่องบอกเวลาเรือนเดียว


The Guardian: คู่หู ไม่ใช่แท่นวาง
HM12 มาพร้อมกับ The Guardian ซึ่งทำหน้าที่เป็นส่วนที่เหลือของร่างกายหุ่นยนต์ เพราะทั้งสองถูกออกแบบให้เป็นหนึ่งเดียวกัน นาฬิกาสามารถถอดออกจากสายผ่านระบบ Quick Release และนำไปติดตั้งบนศีรษะของ The Guardian ได้โดยตรง ผ่านระบบยึดที่ออกแบบมาให้มั่นคงแข็งแรงและรองรับการถอดประกอบซ้ำได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนสายนาฬิกาสามารถเก็บไว้ในลิ้นชักที่ซ่อนอยู่ภายในฐานของหุ่นยนต์ The Guardian ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นเพียงฐานหรือแท่นจัดแสดง หากเป็นร่างกายที่ถูกออกแบบขึ้นรอบตัวนาฬิกาอย่างแท้จริง

การพัฒนา The Guardian ถูกมอบหมายให้กับ L’Epée 1839 พันธมิตรระยะยาวของ MB&F โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกสร้างขึ้นให้เป็นส่วนขยายเชิงกลของ HM12 และประกอบด้วยชิ้นส่วนถึง 755 ชิ้น กลางอกติดตั้งเทอร์โมมิเตอร์แบบกลไกทำหน้าที่เสมือนหัวใจ ขณะที่แขนทั้งสองข้างซ่อนเครื่องมือสำหรับนักสะสมเอาไว้ ด้านหนึ่งเป็นโล่ที่บรรจุแว่นขยายสำหรับตรวจสอบรายละเอียดอันซับซ้อนของกลไก ส่วนอีกด้านคือไฟฉาย UV แบบถอดได้ ซึ่งออกแบบมาเพื่อกระตุ้นสารเรืองแสงซูเปอร์ลูมิโนว่า ทั้งบนตัวนาฬิกาและตัวหุ่นยนต์เอง


ผลงานหนึ่งเดียวที่เปิดสู่อนาคต
HM12 The Guardian ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน สีม่วง และสีเขียว โดยแต่ละสีผลิตเพียง 12 ชุดเท่านั้น รวมทั้งหมดเพียง 36 ชุดทั่วโลก และจะไม่มีการผลิตเพิ่มเติมอีก ผลงานนี้รวบรวมองค์ประกอบสำคัญที่หล่อหลอม MB&F ตลอด 20 ปีที่ผ่านมาเอาไว้ในผลงานเดียว ทั้งจิตวิญญาณแบบไซไฟของ Horological Machine กลไกที่พัฒนาขึ้นภายในโรงงานทั้งหมด งานตกแต่งระดับการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ระบบแสดงเวลาที่แตกต่างจากขนบเดิม และคู่หูเชิงกลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เจ้าของได้สัมผัส สำรวจ และมีปฏิสัมพันธ์ด้วยอย่างแท้จริง สิ่งที่ในตอนแรกอาจดูเหมือนประติมากรรมเชิงกลแสนสนุก แท้จริงแล้วคือผลลัพธ์ของการพัฒนายาวนานหลายปี และการทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนเกือบ 1,500 ชิ้น ที่ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นหนึ่งเดียว

HM12 The Guardian คือการหวนกลับไปสู่รากฐานของ MB&F อีกครั้ง ผ่านการสร้างวัตถุเชิงกลที่มีบุคลิกโดดเด่น เต็มไปด้วยเนื้อหาทางวิศวกรรมที่แท้จริง และยังคงปลุกเร้าความรู้สึกตื่นตาตื่นใจได้เช่นเดียวกับวันแรกที่แบรนด์ถือกำเนิด พร้อมนำจิตวิญญาณเหล่านั้นก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่สามของ MB&F

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้