Last updated: 28 ก.ค. 2569 | 22 จำนวนผู้เข้าชม |
ก่อนหน้านี้ Bell & Ross ได้เปิดตัว BR-03 GMT สำหรับนักบิน นักเดินทางรอบโลก และนักสำรวจเมืองผู้ใช้ชีวิตข้ามเขตเวลาอยู่เสมอโดยไม่เคยประนีประนอมกับสไตล์ของตนเอง ครั้งนี้แบรนด์ได้ตีความนาฬิการุ่นดังกล่าวขึ้นใหม่ ด้วยการแต่งแต้มเฉดสีเขียว พร้อมยกระดับคุณสมบัติของสารเรืองแสงให้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิม
Bell & Ross ตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบร่วมสมัยผ่านนาฬิกาเครื่องมือระดับมืออาชีพเรือนนี้ โดย BR-03 GMT Green Lum รุ่นใหม่ ได้ยกระดับฟังก์ชัน GMT ไปสู่อีกมิติ ทั้งในเวลากลางวันและยามค่ำคืน
หน้าปัดอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีในแนวตั้ง จากสีดำด้านบนสู่สีเขียวด้านล่าง ถ่ายทอดภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนที่สว่างไสวด้วยแสงเหนือ (Northern Lights) พร้อมการขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ สามารถกันน้ำได้ลึก 100 เมตร และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 500 เรือน ทั่วโลกเท่านั้น

เอกลักษณ์แห่งแสงเรืองสีเขียว
อ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในทุกสภาวะ BR-03 GMT Green Lum รุ่นใหม่โดดเด่นในความมืดด้วยโทนสีเขียวและการเรืองแสงที่เข้มข้น ตัวเลข หลักชั่วโมง และเข็มนาฬิกาเคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® C3 สีเขียวอ่อน ขณะที่สเกล 24 ชั่วโมงบนขอบตัวเรือนเซรามิกขัดเงาแบบหมุนได้สองทิศทางก็ได้รับการเคลือบสารเรืองแสงเช่นกัน
คุณสมบัตินี้ไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบด้านสุนทรียศาสตร์ แต่ยังเป็นข้อได้เปรียบด้านการใช้งานอย่างแท้จริง เพราะช่วยให้อ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในสภาพแสงน้อยหรือในความมืด ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่นักบินและนักดำน้ำให้ความสำคัญอย่างยิ่ง
จากการพัฒนานาฬิกาเครื่องมือระดับมืออาชีพ Bell & Ross ให้ความสำคัญกับการศึกษาวัสดุเรืองแสงที่มอบประสิทธิภาพสูงสุด Super-LumiNova® ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษ 1990 เป็นเม็ดสีที่มีส่วนประกอบหลักจาก Strontium Aluminate และเสริมด้วยธาตุหายากเพื่อให้เกิดคุณสมบัติในการเรืองแสง โดย Super-LumiNova® C3 ซึ่งเป็นสูตรประสิทธิภาพสูง มีส่วนผสมของ Zinc Sulphide และทองแดง จึงให้สีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ และสามารถเรืองแสงได้ยาวนานประมาณ 10 ชั่วโมง หลังจากได้รับแสง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Bell & Ross ได้นำคุณสมบัติการเรืองแสงมาใช้ในผลงานมากมาย จนกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ด้านการออกแบบที่โดดเด่นของแบรนด์

ฟังก์ชัน GMT สำหรับนักเดินทาง
BR-03 GMT Green Lum สามารถแสดงเวลาของ 2 เขตเวลา ได้พร้อมกัน โดยเวลาท้องถิ่นแสดงผ่านสเกล 12 ชั่วโมงบนหน้าปัด ส่วนเวลาของปลายทางแสดงด้วยเข็ม GMT ปลายหัวลูกศรขนาดใหญ่ ซึ่งชี้ไปยังสเกล 24 ชั่วโมงที่สลักอยู่บนขอบตัวเรือน
สำหรับนักบินและผู้ที่เดินทางเป็นประจำ นาฬิกาลักษณะนี้ยังสามารถใช้แสดง เขตเวลาที่สาม ได้ เพียงอาศัยการปรับขอบตัวเรือนแบบหมุน
ฟังก์ชัน GMT ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่นักบินสายการบินและนักเดินทางรอบโลก ถือกำเนิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1950 พร้อมกับการเติบโตของการเดินทางทางอากาศระหว่างประเทศ โดยมีจุดเริ่มต้นในปี 1953 เมื่อสายการบิน Pan American World Airways ของสหรัฐอเมริกา สั่งพัฒนานาฬิกาที่สามารถแสดงเวลาได้พร้อมกันสองเขตเวลา หนึ่งในนั้นอ้างอิงตามเส้นเมริเดียนกรีนิช ณ กรุงลอนดอน ซึ่งได้รับการกำหนดให้เป็นมาตรฐานสากลสำหรับการคำนวณลองจิจูดมาตั้งแต่ปี 1884 และเป็นพื้นฐานของการกำหนดเขตเวลาทั่วโลก
เช่นเดียวกับนาฬิกาเครื่องมือทุกรุ่น Bell & Ross ออกแบบนาฬิกา GMT โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับ ความง่ายในการปรับตั้ง และ ความชัดเจนในการอ่านค่า
ย้อนกลับไปในปี 2007 รุ่น BR 03-51 GMT Titanium ได้วางรากฐานของแนวทางการออกแบบนาฬิกา GMT ของแบรนด์ และนับแต่นั้น Bell & Ross ก็ได้นำฟังก์ชันนี้มาตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านผลงานที่มีเอกลักษณ์ด้านการออกแบบอย่างชัดเจน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ BR-03 GMT Compass ซึ่งเปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา และสามารถใช้เป็นเข็มทิศได้ด้วยการอาศัยการแสดงผลแบบ GMT
BR-03 GMT Green Lum รุ่นใหม่นี้ Bell & Ross ได้เปิดบทใหม่ของฟังก์ชัน GMT โดยยกระดับศักยภาพการใช้งานในความมืดให้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบความชัดเจนในการอ่านเวลาได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกช่วงเวลาของวัน

จากห้องนักบินสู่ข้อมือ
คอลเลกชัน BR-03 ถือเป็นหัวใจสำคัญของผลงาน Bell & Ross เพราะสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นั่นคือการสร้างสรรค์นาฬิกาที่ถ่ายทอดทั้งประสิทธิภาพและสุนทรียภาพของเครื่องมือบนแผงหน้าปัดห้องนักบินมาสู่ข้อมือ
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 คอลเลกชันนี้โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์การออกแบบที่จดจำได้ในทันที ภายใต้แนวคิด "วงกลมภายในสี่เหลี่ยม" ตัวเรือนทรงสี่เหลี่ยมที่ผสานเข้ากับขอบตัวเรือนทรงกลม ซึ่งยึดด้วยสกรูสี่ตัวที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ได้กลายเป็นลายเซ็นด้านการออกแบบของ Bell & Ross
ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง นาฬิการุ่นนี้จึงสามารถทนต่อแรงกระแทกและกันน้ำได้ลึก 100 เมตร ขณะที่สกรูทั้งสี่ซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณมุมตัวเรือน ไม่เพียงทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบเชิงโครงสร้าง หากยังกลายเป็นหนึ่งในรายละเอียดที่เป็นเอกลักษณ์และจดจำได้มากที่สุดของแบรนด์อีกด้วย
BR-03 GMT Green Lum มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร หนา 11.3 มิลลิเมตร ตกแต่งสลับพื้นผิวขัดเงาและขัดด้าน พร้อมติดตั้งขอบตัวเรือนแบบหมุนได้สองทิศทางที่แบ่งสเกล 24 ชั่วโมง อินเสิร์ตขอบตัวเรือนผลิตจากเซรามิกสีดำขัดเงา โดยตัวเลขและเครื่องหมายต่าง ๆ เคลือบด้วยสารเรืองแสง Super-LumiNova® C3 ที่เปล่งแสงสีเขียว

นาฬิกามาพร้อมตัวเลือกสายยางสีดำที่จับคู่กับหัวเข็มขัดสเตนเลสสตีลแบบขัดเงาและขัดด้าน หรือสายผ้าสังเคราะห์สีดำความทนทานสูง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ BR-CAL.303 ที่มอบพลังงานสำรองนาน 54 ชั่วโมง สะท้อนบุคลิกอันแข็งแกร่งและโดดเด่นของนาฬิการุ่นนี้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
หน้าปัดเลือกใช้เข็มชั่วโมงและนาทีในสไตล์เดียวกับ BR-03 Auto รุ่นไอคอนิก ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเครื่องมือการบิน ขณะที่เข็มวินาทีสีดำโดดเด่นด้วยปลายเข็มรูปกากบาทที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปีกเครื่องบิน อันเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะของ Bell & Ross
28 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
27 ก.ค. 2569
28 ก.ค. 2569