Last updated: 15 มิ.ย. 2569 | 311 จำนวนผู้เข้าชม |
Thematic Exhibition: นิทรรศการพิเศษ “1976–2026 Nautilus ครึ่งศตวรรษแห่งไอคอนความสง่างามแบบสปอร์ต” เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วง Open House Weekend เมื่อที่ 6 และ 7 มิถุนายน 2026 ที่ผ่านมา ณ พิพิธภัณฑ์ Patek Philippe โดยพาผู้เข้าชมย้อนรอยประวัติศาสตร์ตลอด 50 ปีของ Nautilus หนึ่งในคอลเลกชันที่ทรงความสำคัญที่สุดของแบรนด์ และนิทรรศการดังกล่าวจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 ไปจนถึงต้นปี 2027
เมื่อ Nautilus เปิดตัวในปี 1976 ผลงานนี้ได้ส่งสัญญาณแห่งความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อโลกนาฬิกาหรูในหลายมิติ เริ่มต้นจากการเลือกใช้สเตนเลสสตีล วัสดุที่ในเวลานั้นแทบไม่เคยถูกนำมาใช้กับนาฬิกาในระดับนี้มาก่อน ตลอดจนรูปแบบตัวเรือนอันแตกต่างจากขนบดั้งเดิม ซึ่งมิได้เป็นทั้งทรงกลมหรือทรงสี่เหลี่ยม หากแต่โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่ลบเหลี่ยมมุมอย่างนุ่มนวล



แท้จริงแล้ว รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์นี้มิได้ถือกำเนิดขึ้นเพียงเพื่อความแปลกใหม่ทางการออกแบบ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับหน้าที่การใช้งานในฐานะตัวเรือนกันน้ำ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการทำงานของหน้าต่างพอร์ตโฮลบนเรือเดินสมุทร โดยเบื้องหลังทุกรายละเอียดของ Nautilus ล้วนมีเหตุผลทางวิศวกรรมรองรับอยู่เสมอ ตัวเรือนได้รับการออกแบบให้เป็นโครงสร้างแบบสองชิ้น โดยส่วนที่ประกอบด้วยฝาหลังและกลางตัวเรือนถูกเจาะช่องเปิดเพียงตำแหน่งเดียวสำหรับก้านมะยม ขณะที่ขอบตัวเรือนถูกยึดและกดแนบเข้ากับบานพับทั้งสองด้านของตัวเรือนด้วยสกรูยึดสี่ตัว
โครงสร้างดังกล่าวชวนให้นึกถึงหน้าต่างพอร์ตโฮลของเรือเดินสมุทรข้ามมหาสมุทรในอดีต ซึ่งใช้ระบบบานพับและสลักเกลียวในการล็อกกระจกเข้ากับโครงสร้างเหล็กอย่างแน่นหนา เพื่อสร้างการปิดผนึกที่สมบูรณ์และป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นิทรรศการพิเศษครั้งนี้นำเสนอการย้อนรอยประวัติศาสตร์อันยาวนานและเปี่ยมด้วยสีสันของ Nautilus ผ่านเอกสารจดหมายเหตุจากคลังประวัติศาสตร์ของโรงงานผู้ผลิต ตลอดจนการจัดแสดงนาฬิกา Nautilus รุ่นสำคัญที่สะท้อนพัฒนาการของคอลเลกชันในแต่ละยุคสมัย



ผู้เข้าชมจะได้ร่วมออกเดินทางผ่านเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nautilus นาฬิกาที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นผลงานอันพลิกกรอบความคิดและท้าทายขนบของยุคทศวรรษ 1970 ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวขึ้นสู่สถานะของตำนานแห่งวงการนาฬิกา ทิ้งร่องรอยสำคัญไว้ในประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe และมีส่วนอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของแบรนด์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา
นิทรรศการครั้งนี้ยังมอบโอกาสอันหาได้ยากให้แก่ผู้เข้าชมในการสัมผัสคอลเลกชันพิเศษที่จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของ Nautilus โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบด้วยนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัด 4 รุ่นเอ็กซ์คลูซีฟ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อยกย่องหนึ่งในไอคอนที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe
1976 – 2026 Nautilus
ครบรอบ 50 ปีแห่งไอคอนความสง่างามแบบสปอร์ต
Patek Philippe ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของ Nautilus หนึ่งในคอลเลกชันที่ทรงความสำคัญที่สุดของแบรนด์ โดยเนื่องในโอกาสของงาน Watches and Wonders 2026 โรงงานผู้ผลิตจากเจนีวาได้นำเสนอการตีความใหม่ของความสง่างามแบบสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของไอคอนเรือนนี้ ผ่านการยกย่องแก่นแท้แห่งงานออกแบบ รายละเอียดอันเป็นลายเซ็นประจำคอลเลกชัน และความเพรียวบางของตัวเรือน ซึ่งถ่ายทอดออกมาในนาฬิกาผลิตจำนวนจำกัด 4 รุ่นใหม่
ผู้นำขบวนคือ Nautilus ขนาดใหญ่หรือ Jumbo สองรุ่นที่มาพร้อมตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตร ได้แก่ Ref. 5810/1G-001 ในไวท์โกลด์พร้อมสายโลหะ และ Ref. 5810G-001 ในไวท์โกลด์พร้อมสายคอมโพสิต
ถัดมาคือ Ref. 5610/1P-001 ที่เผยเสน่ห์อันสุขุมของตัวเรือนแพลทินัมขนาด 38 มิลลิเมตร จับคู่กับสายโลหะอย่างลงตัว
นาฬิการุ่นพิเศษทั้งสามรุ่นนี้เลือกแสดงผลเพียงชั่วโมงและนาที เพื่อคงไว้ซึ่งความบริสุทธิ์ของหลักการออกแบบที่เป็นรากฐานของ Nautilus รุ่นดั้งเดิม พร้อมเติมเต็มด้วยความโดดเด่นจากสัดส่วนอันเพรียวบางและสง่างามเป็นพิเศษ ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการติดตั้งกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 240 ไว้ภายใน

คาลิเบอร์ประวัติศาสตร์รุ่นนี้ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในปี 1977 เพียงหนึ่งปีหลังจากการถือกำเนิดของคอลเลกชัน Nautilus ในปี 1976 และยังคงได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษที่สำคัญที่สุดของ Patek Philippe
ปิดท้ายด้วยผลงานที่สะท้อนจิตวิญญาณอันกล้าท้าทายขนบของ Nautilus ในยุคทศวรรษ 1970 ได้อย่างชัดเจน นั่นคือ Nautilus Desk Clock รุ่นใหม่อันน่าประหลาดใจและเปี่ยมด้วยความโดดเด่น ซึ่งมาพร้อมกลไก 8-Day และเปิดตัวในรหัสอ้างอิง Ref. 958G-001 ตัวเรือนไวท์โกลด์
ผลงานชิ้นนี้เปรียบเสมือนการคารวะต่อ Nautilus ต้นฉบับ ผู้เคยสร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการนาฬิกาเมื่อครึ่งศตวรรษก่อน และยังคงรักษาจิตวิญญาณแห่งความกล้าแตกต่างเอาไว้ได้อย่างสมบูรณ์จนถึงปัจจุบัน
เมื่อเปิดตัวในปี 1976 Nautilus ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับโลกแห่งนาฬิกาหรูในหลายมิติ เริ่มจากการเลือกใช้สเตนเลสสตีล วัสดุที่ในเวลานั้นแทบไม่มีใครคาดคิดว่าจะถูกนำมาใช้กับนาฬิกาในระดับนี้ รวมถึงการออกแบบตัวเรือนที่แตกต่างจากกรอบความคิดดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยมิได้เป็นทั้งทรงกลมหรือทรงสี่เหลี่ยม หากแต่โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่ลบเหลี่ยมมุมอย่างนุ่มนวล

แท้จริงแล้ว รูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์นี้มิได้ถือกำเนิดขึ้นเพียงเพื่อความแปลกใหม่ทางสุนทรียศาสตร์ หากแต่เป็นผลลัพธ์ของแนวคิดที่ยึดโยงกับหน้าที่การใช้งานในฐานะตัวเรือนกันน้ำ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากหลักการทำงานของหน้าต่างพอร์ตโฮลบนเรือเดินสมุทร
ด้วยเหตุนี้ ทุกรายละเอียดของ Nautilus จึงมีเหตุผลทางวิศวกรรมรองรับอยู่เบื้องหลัง ตัวเรือนได้รับการออกแบบให้เป็นโครงสร้างแบบสองชิ้น โดยส่วนที่รวมฝาหลังและกลางตัวเรือนไว้ด้วยกันถูกเจาะช่องเปิดเพียงตำแหน่งเดียวสำหรับก้านมะยม ขณะที่ขอบตัวเรือนถูกยึดและกดแนบเข้ากับบานพับทั้งสองด้านด้วยสกรูยึดสี่ตัว
โครงสร้างดังกล่าวชวนให้นึกถึงหน้าต่างพอร์ตโฮลของเรือเดินสมุทรข้ามมหาสมุทรในอดีต ซึ่งใช้ระบบบานพับและสลักเกลียวในการล็อกกระจกเข้ากับโครงสร้างเหล็กอย่างแน่นหนา เพื่อสร้างการปิดผนึกที่สมบูรณ์และป้องกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พื้นผิวที่สลับระหว่างการขัดเงาและการขัดลายซาตินอย่างประณีต ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ของงานออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ขณะที่โครงสร้างอันแข็งแกร่งทำงานร่วมกับคุณสมบัติการกันน้ำของตัวเรือนได้อย่างลงตัว ซึ่งนับเป็นความสำเร็จทางเทคนิคอันน่าทึ่งในยุคนั้นสำหรับนาฬิกาที่มีรูปทรงเพรียวบางและสง่างามเช่นนี้ และยิ่งถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นยิ่งกว่าเมื่อพิจารณาว่านี่คือนาฬิกาสปอร์ตที่ผลิตในเชิงอุตสาหกรรม
หน้าปัดซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายนูนแนวนอนอันเป็นเอกลักษณ์ ช่วยเน้นย้ำบุคลิกอันหนักแน่นของ Nautilus พร้อมเติมเสน่ห์ในสไตล์สปอร์ตให้เด่นชัดยิ่งขึ้น เมื่อผสานเข้ากับสายโลหะที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างกลมกลืน ลดหลั่นสัดส่วนอย่างสง่างามไปสู่ตัวล็อกที่ทั้งแข็งแรงและสวมใส่สบาย Nautilus จึงได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วว่าเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของแนวคิด “ความสง่างามแบบสปอร์ต” ซึ่งกลายเป็นนิยามประจำตัวของคอลเลกชันนี้ตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา Nautilus ได้รับการตีความใหม่ในหลากหลายรูปแบบ พร้อมการเพิ่มฟังก์ชันซับซ้อนนานาประเภท แต่ยังคงยึดมั่นในเอกลักษณ์การออกแบบที่สามารถจดจำได้ในทันทีเสมอ
เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของนาฬิกาไอคอนเรือนนี้ และร่วมเปิดฉากงาน Watches and Wonders Geneva 2026 อย่างสมเกียรติ Patek Philippe จึงนำเสนอ Nautilus รุ่นใหม่จำนวน 4 รุ่น ซึ่งผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเป็นพิเศษ
ทั้งสี่รุ่นคือการตีความที่แตกต่างกันบนพื้นฐานของงานออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์เดียวกัน งานออกแบบที่แม้เวลาจะผ่านไปกว่าครึ่งศตวรรษ ก็ยังคงเปี่ยมด้วยพลัง ความร่วมสมัย และความโดดเด่นไม่เสื่อมคลาย
Nautilus Ref. 5810/1G-001 และ Ref. 5810G-001
แสดงเวลาชั่วโมงและนาที ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มิลลิเมตร
Patek Philippe เปิดตัวสองเวอร์ชันใหม่ของนาฬิกาสปอร์ตไอคอนประจำแบรนด์ ที่ถ่ายทอดความสง่างามอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งยากจะเลียนแบบ และพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้หลงใหลใน Nautilus อย่างแท้จริง
Ref. 5810/1G-001 และ Ref. 5810G-001 มาพร้อมตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 41 มิลลิเมตร (วัดจากตำแหน่ง 10 ถึง 4 นาฬิกา) โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม ผ่านการแสดงผลที่กลับคืนสู่สาระสำคัญที่สุดของการบอกเวลา นั่นคือชั่วโมงและนาที

ตัวเรือนยังคงยึดมั่นในโครงสร้างแบบสองชิ้นตามแนวคิดดั้งเดิมของ Nautilus ขณะที่สัดส่วนอันเพรียวบางเป็นพิเศษด้วยความหนาเพียง 6.9 มิลลิเมตร ช่วยขับเน้นความงดงามของงานออกแบบ พร้อมมอบความสบายอย่างยอดเยี่ยมบนข้อมือ
แนวทางแบบมินิมัลนี้ช่วยเผยให้เห็นเสน่ห์สไตล์สปอร์ตและความสง่างามเหนือกาลเวลาของ Nautilus ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น การตัดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออกไป ทำให้ทุกสายตาหันไปจับจ้องยังเส้นสายอันเป็นตำนานของคอลเลกชัน ไม่ว่าจะเป็นเรขาคณิตอันบริสุทธิ์ของขอบตัวเรือน หรือลวดลายนูนแนวนอนอันเป็นเอกลักษณ์บนหน้าปัด รวมถึงพื้นผิวแบบซันเบิร์สต์ที่ช่วยมอบมิติแห่งแสงอันโดดเด่นให้แก่หน้าปัดในทุกมุมมอง
สำหรับ Ref. 5810/1G-001 ที่มาพร้อมสายไวท์โกลด์ หน้าปัดได้รับการตกแต่งด้วยหลักชั่วโมงแบบแท่งและเข็มชั่วโมง-นาทีทรงบาตองปลายมน ผลิตจากไวท์โกลด์ทั้งหมด พร้อมเคลือบสารเรืองแสงสีขาว ขณะที่ Ref. 5810G-001 ซึ่งจับคู่กับสายคอมโพสิต ได้รับการเพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้นด้วยหลักชั่วโมงไวท์โกลด์ที่ประดับเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์
หัวใจสำคัญของนาฬิการุ่นฉลองครบรอบทั้งสองเรือนคือกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 240 อันเป็นหนึ่งในกลไกสัญลักษณ์ของ Patek Philippe ซึ่งมีความหนาเพียง 2.53 มิลลิเมตร สามารถชื่นชมความงดงามของกลไกนี้ได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์คริสตัล โดยโรเตอร์ขนาดเล็กผลิตจากโกลด์ 22K ได้รับการสลักข้อความ “50 1976–2026” เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบครึ่งศตวรรษของ Nautilus
Ref. 5810/1G-001 ผลิตจำนวนจำกัด 2,000 เรือน มาพร้อมสายไวท์โกลด์และตัวล็อกพับที่จดสิทธิบัตรโดย Patek Philippe พร้อมระบบปรับความยาวที่สามารถล็อกได้อย่างปลอดภัย ส่วน Ref. 5810G-001 ผลิตจำนวนจำกัด 1,000 เรือน ติดตั้งสายคอมโพสิตลวดลายผ้าในโทนสีน้ำเงินเนวี ตัดเย็บด้วยด้ายสีครีมเพื่อสร้างมิติอันโดดเด่น และปิดท้ายด้วยตัวล็อกพับ Nautilus ที่ผลิตจากไวท์โกลด์
Nautilus Ref. 5610/1P-001
แสดงเวลาชั่วโมงและนาที ตัวเรือนแพลทินัมขนาด 38 มิลลิเมตร
Ref. 5610/1P-001 ยังคงยึดมั่นในแนวคิดอันบริสุทธิ์เช่นเดียวกับ Ref. 5810/1G-001 และ Ref. 5810G-001 ด้วยการแสดงผลเพียงชั่วโมงและนาที เพื่อมอบประสบการณ์การอ่านเวลาที่ชัดเจนและตรงไปตรงมาที่สุด ความเรียบง่ายอันเปี่ยมด้วยความสง่างามนี้ได้รับการถ่ายทอดผ่านตัวเรือนแพลทินัมขนาด 38 มิลลิเมตร (วัดจากตำแหน่ง 10 ถึง 4 นาฬิกา) ซึ่งมาพร้อมสัดส่วนอันเพรียวบางเป็นพิเศษด้วยความหนาเพียง 6.90 มิลลิเมตร
การกลับมาของ Nautilus ขนาด Medium ในครั้งนี้ยังช่วยปลุกภาพจำของสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชันให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง โดยชวนให้นึกถึง Ref. 3800/1 รุ่น Medium รุ่นแรกของ Nautilus ที่เปิดตัวในช่วงทศวรรษ 1980 ต่อมาในปี 2006 ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 30 ปีของคอลเลกชัน Patek Philippe ได้รื้อฟื้นแนวคิดดังกล่าวขึ้นอีกครั้งผ่าน Ref. 5800/1A และในวันนี้ Ref. 5610/1P-001 ก็ได้สานต่อจิตวิญญาณนั้นในรูปแบบที่หรูหรายิ่งกว่าเดิม รายละเอียดการตกแต่งด้วยพื้นผิวขัดเงาสลับกับการขัดลายซาตินบนขอบตัวเรือน ตัวเรือน และสายโลหะ ช่วยขับเน้นเส้นสายอันโดดเด่นของ Nautilus ได้อย่างงดงาม เช่นเดียวกับนาฬิกาแพลทินัมทุกเรือนของ Patek Philippe รุ่นนี้ยังได้รับการประดับเพชรหนึ่งเม็ดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยครั้งนี้เพชรถูกฝังไว้ที่ส่วนบานพับตำแหน่ง 9 นาฬิกาเป็นครั้งแรก หน้าปัดสีน้ำเงินตกแต่งแบบซันเบิร์สต์พร้อมลวดลายนูนแนวนอนอันเป็นเอกลักษณ์ จับคู่กับหลักชั่วโมงและเข็มทรงบาตองปลายมนที่ผลิตจากไวท์โกลด์ พร้อมเคลือบสารเรืองแสงสีขาว ช่วยให้สามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนทั้งในเวลากลางวันและยามค่ำคืน

ภายในตัวเรือนคือกลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ คาลิเบอร์ 240 ซึ่งได้รับการตกแต่งด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด รวมถึงมินิโรเตอร์โกลด์ 22K ที่สลักข้อความ “50 1976–2026” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบครึ่งศตวรรษของ Nautilus รุ่นนี้ประกอบสายแพลทินัมที่ได้รับการขัดแต่งด้วยพื้นผิวซาตินสลับขัดเงาเช่นเดียวกับตัวเรือนและขอบตัวเรือน ช่วยเสริมความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้น พร้อมติดตั้งตัวล็อกพับที่จดสิทธิบัตรโดย Patek Philippe และระบบปรับความยาวที่สามารถล็อกได้อย่างปลอดภัย Ref. 5610/1P-001 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 เรือน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของหนึ่งในไอคอนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Patek Philippe
Nautilus Desk Clock Ref. 958G-001 ไวท์โกลด์
Ref. 958G-001 คือผลงานที่สร้างความประหลาดใจและเหนือความคาดหมาย โดย Patek Philippe ได้นำไอคอนแห่งโลกนาฬิกาสปอร์ตจากยุคทศวรรษ 1970 มาตีความใหม่ในรูปแบบของนาฬิกาตั้งโต๊ะเป็นครั้งแรก โดยยังคงรักษาความสง่างามเหนือกาลเวลาและเอกลักษณ์อันสามารถจดจำได้ในทันทีเอาไว้อย่างครบถ้วน
ตัวเรือนผลิตจากไวท์โกลด์และยังคงใช้โครงสร้างแบบสองชิ้นตามแนวคิดดั้งเดิม มีขนาด 50.65 มิลลิเมตร (วัดจากตำแหน่ง 10 ถึง 4 นาฬิกา) แม้จะปราศจากสายข้อมือ แต่เส้นสายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Nautilus ยังคงปรากฏอย่างชัดเจน ตั้งแต่ขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมที่ลบเหลี่ยมมุมอย่างนุ่มนวล ไปจนถึงสถาปัตยกรรมของตัวเรือนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหน้าต่างพอร์ตโฮลบนเรือเดินสมุทร การตกแต่งพื้นผิวด้วยการขัดเงาสลับกับการขัดลายซาตินอย่างประณีต ช่วยขับเน้นเอกลักษณ์ของงานออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
หน้าปัดสีน้ำเงินแบบซันเบิร์สต์พร้อมลวดลายนูนแนวนอน ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Nautilus ในรูปแบบที่บริสุทธิ์ที่สุด หลักชั่วโมงไวท์โกลด์ประดับเพชรเจียระไนทรงบาแก็ตต์รวม 0.96 กะรัต สะท้อนประกายอย่างงดงาม ขณะที่เข็มชั่วโมงและนาทีทรงบาตองปลายมนผลิตจากไวท์โกลด์ พร้อมเคลือบสารเรืองแสงสีขาว
ด้านหลังของนาฬิกาตั้งโต๊ะมาพร้อมฝาครอบแบบบานพับ ซึ่งเผยให้เห็นงานตกแต่งที่ได้รับการปกป้องด้วยแซฟไฟร์คริสตัล ลวดลายซันเบิร์สต์สีน้ำเงินพร้อมลายนูนแนวนอนยังคงสอดคล้องกับหน้าปัดด้านหน้า และตรงกลางประดับด้วยสัญลักษณ์ Calatrava Cross ไวท์โกลด์ที่ตกแต่งพื้นผิวแบบซาติน
เมื่อเปิดฝาครอบออก จะพบแผ่นวงกลมที่ติดตั้งอยู่บนด้านหลังของตัวเรือน สลักข้อความ “50th Anniversary Nautilus 1976–2026 Patek Philippe” พร้อมแซฟไฟร์คริสตัลที่เผยให้เห็นความงดงามของกลไกไขลานด้วยมือ คาลิเบอร์ 31-505 8J PS IRM CI J ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 ภายใน Calatrava Ref. 5328G-001 พร้อมพลังงานสำรอง 8 วัน กลไกอันโดดเด่นนี้ได้รับการตกแต่งอย่างงดงาม และมาพร้อมสถาปัตยกรรมทางเทคนิคระดับสูง โดยติดตั้งชุดเอสเคปเมนต์ Pulsomax® ผลิตจากวัสดุ Silinvar® และสปริงจักรกลอก Spiromax® ตลับลานคู่ที่เชื่อมต่อกันแบบอนุกรมช่วยรับประกันการทำงานอย่างเที่ยงตรงตลอดระยะเวลา 8 วันเต็ม พร้อมพลังงานสำรองเพิ่มเติมสำหรับวันที่ 9
นอกเหนือจากการแสดงชั่วโมงและนาทีแล้ว กลไกนี้ยังมาพร้อมฟังก์ชันแสดงวันที่แบบกระโดดทันทีด้วยเข็มบอกวันที่ การแสดงวันประจำสัปดาห์ผ่านช่องหน้าต่าง และวินาทีขนาดเล็กที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ขณะที่ตัวบ่งชี้พลังงานสำรองช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบระยะเวลาการทำงานคงเหลือของกลไกได้ตลอดเวลา ระบบบานพับที่ใช้สำหรับเปิดและปิดฝาครอบยังได้รับการออกแบบให้ทำหน้าที่เป็นฐานรองรับไปพร้อมกัน เพื่อให้นาฬิกาสามารถตั้งอยู่บนโต๊ะได้อย่างมั่นคงและอ่านเวลาได้อย่างชัดเจน
Nautilus Desk Clock Ref. 958G-001 ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือน เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีของคอลเลกชัน นาฬิการุ่นพิเศษทั้งหมดในคอลเลกชัน Nautilus 50th Anniversary จะถูกส่งมอบในกล่องนำเสนอพิเศษที่หุ้มภายนอกด้วยวัสดุลายคอร์ก อันเป็นการคารวะต่อ Nautilus Ref. 3700 รุ่นแรกจากปี 1976 รวมถึงกล่องพิเศษที่เคยใช้กับรุ่นฉลองครบรอบ 40 ปีในปี 2016 อีกด้วย
สอดคล้องกับมาตรฐานการระบุคุณสมบัติการกันน้ำแบบใหม่ที่ Patek Philippe ประกาศใช้อย่างเป็นทางการในปี 2024 นาฬิกาข้อมือ Ref. 5810/1G-001, Ref. 5810G-001 และ Ref. 5610/1P-001 ได้รับการรับรองว่าสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 30 เมตร ขณะที่ Nautilus Desk Clock Ref. 958G-001 ได้รับการป้องกันเฉพาะความชื้นและฝุ่นละอองเท่านั้น
เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันในทุกคอลเลกชัน และเพื่อให้ข้อมูลที่มอบแก่ลูกค้ามีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสอดคล้องกันมากที่สุด Patek Philippe ได้ตัดสินใจนำมาตรฐานการระบุคุณสมบัติการกันน้ำแบบใหม่มาใช้ โดยกำหนดระดับ 30 เมตร เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับนาฬิกาทุกรุ่นที่ได้รับการรับรองว่าสามารถกันน้ำได้ มาตรฐานดังกล่าวอ้างอิงจากการทดสอบทั้งในอากาศและใต้น้ำ ด้วยการจำลองแรงดันเกินที่ระดับ 3 บาร์ ซึ่งเทียบเท่ากับความลึก 30 เมตร แนวทางใหม่นี้ช่วยรับประกันว่านาฬิกาทุกรุ่นที่อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกันจะมีระดับสมรรถนะที่สอดคล้องกัน พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าใจขอบเขตการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นหมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การล้างมือ การอาบน้ำ การแช่น้ำ การว่ายน้ำ รวมถึงกิจกรรมทางน้ำหลากหลายประเภท ตลอดจนการดำน้ำที่ความลึกไม่เกิน 30 เมตร ซึ่งเป็นระดับการใช้งานที่ใกล้เคียงกับสภาพการใช้งานจริงของผู้สวมใส่ส่วนใหญ่อย่างมาก
17 มิ.ย. 2569
14 มิ.ย. 2569
17 มิ.ย. 2569
16 มิ.ย. 2569