Last updated: 18 มิ.ย. 2569 | 38 จำนวนผู้เข้าชม |
สี่ทศวรรษผ่านไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการก่อกำเนิดของเครือข่ายมิตรสหายแห่งโลกการทำอาหารที่ได้รับดาวมิชลินรวมกันมากกว่า 100 ดวง
Blancpain ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 40 ปีแห่งความหลงใหลที่มีร่วมกันกับโลกของ Haute Cuisine และบรรดาเชฟระดับแนวหน้าจากทั่วทุกมุมโลก ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงและศิลปะแห่งการปรุงอาหารระดับสูงตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสพิเศษนี้ Blancpain ได้เปิดตัวซีรีส์วิดีโอชุดใหม่ ซึ่งเปิดพื้นที่ให้เหล่าเชฟพันธมิตรของแบรนด์ก้าวขึ้นมาเป็นตัวเอก ถ่ายทอดเรื่องราว เสียงสะท้อน มุมมอง และแรงบันดาลใจที่อยู่เบื้องหลังเส้นทางแห่งความสำเร็จของแต่ละคน

เมื่อโลกของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและการทำอาหารชั้นสูง มาบรรจบกันในรูปแบบที่เป็นส่วนตัวที่สุด ผ่านผู้คนที่อุทิศชีวิตให้กับการแสวงหาความสมบูรณ์แบบในศาสตร์ของตนเอง Blancpain ยังคงสานต่อความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์กับโลกแห่ง Haute Gastronomie ผ่านจักรวาลแห่ง Art of Living ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของตัวตนแบรนด์มาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา เมซงแห่งนี้ได้สร้างสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับบุคคลสำคัญที่สุดในวงการอาหารระดับโลก โดยมีคุณค่าร่วมกันในเรื่องของความเป็นเลิศ ความแม่นยำ งานฝีมือ และอารมณ์ความรู้สึกที่ถูกถ่ายทอดผ่านผลงาน
สำหรับ Blancpain เชฟเหล่านี้ไม่ใช่เพียงพันธมิตรทางธุรกิจ แต่เป็นมิตรสหายที่แท้จริง ผู้มีส่วนร่วมในการหล่อหลอมแนวทางการต้อนรับและศิลปะแห่งการใช้ชีวิตที่แบรนด์ยึดถือมาตลอดหลายทศวรรษ ความเชื่อมโยงระหว่างโลกแห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงและศาสตร์การปรุงอาหารระดับสูงนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและลึกซึ้ง ทั้งสองแขนงต่างตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเคารพต่อมรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของแหล่งกำเนิด ความพิถีพิถันอย่างไม่ประนีประนอมต่อคุณภาพ ตลอดจนการแสวงหาความสมบูรณ์แบบผ่านทักษะและความชำนาญที่ได้รับการขัดเกลามาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงหรือเมนูอาหารระดับมิชลิน ความสมบูรณ์แบบล้วนเกิดขึ้นจากความอดทน ความแม่นยำ และความหลงใหลที่มีต่อสิ่งที่กำลังรังสรรค์
ความสัมพันธ์ระหว่าง Blancpain และโลกแห่งการทำอาหารเริ่มต้นขึ้นในปี 1986 เมื่อแบรนด์ได้มอบนาฬิกาสลักพิเศษให้แก่ Frédy Girardet (เฟรดี ชีราเดต์) เพื่อเฉลิมฉลองการได้รับการยกย่องให้เป็น “เชฟที่ดีที่สุดในโลก” ของเขา สามปีต่อมา ในปี 1989 Blancpain ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์สำคัญของวงการอาหาร เมื่อ Frédy Girardet (เฟรดี ชีราเดต์), Paul Bocuse (ปอล โบกูส) และ Joël Robuchon (โจแอล โรบูชง) ได้รับการยกย่องให้เป็น “Chefs of the Century”
นับจากนั้นเป็นต้นมา วงมิตรสหายของ Blancpain ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีเชฟระดับแนวหน้าของโลกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวมากขึ้นเรื่อย ๆ บุคคลเหล่านี้ต่างหลงใหลในโลกทัศน์และคุณค่าที่แบรนด์ยึดถือ และเลือกสวมใส่นาฬิกา Blancpain บนข้อมือ ไม่ว่าจะเป็น Fifty Fathoms และ Bathyscaphe ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย หรือ Villeret อันสง่างามและคลาสสิก
ตลอดสี่ทศวรรษ ความหลงใหลในศาสตร์การปรุงอาหารได้พัฒนาไปสู่ชุมชนของเชฟและพันธมิตรของ Blancpain ที่ครอบครองดาวมิชลินรวมกันมากกว่า 100 ดวง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน พร้อมทั้งความร่วมมือกับเวทีการแข่งขันด้านอาหารระดับโลกอย่าง Bocuse d’Or และเครือโรงแรมหรูชั้นนำ Relais & Châteaux ซึ่งล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการแสวงหาความเป็นเลิศในทุกมิติของงานฝีมือระดับสูง

มุมมองบทใหม่ของ Art of Living โดย Blancpain
เพื่อเฉลิมฉลอง 40 ปีแห่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับโลกแห่งศาสตร์การปรุงอาหาร Blancpain ได้เปิดตัวซีรีส์วิดีโอชุดใหม่ภายใต้จักรวาล Art of Living ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของตัวตนแบรนด์ โดยนำเสนอเรื่องราวเบื้องลึกของเหล่าเชฟผู้เป็นตัวแทนของคุณค่าที่ Blancpain ยึดถือร่วมกันมาอย่างยาวนาน ผ่านเกร็ดความทรงจำส่วนตัว เรื่องเล่าที่มีความหมาย แรงบันดาลใจ และปรัชญาการทำอาหารของแต่ละบุคคล ซีรีส์นี้จะพาผู้ชมไปรู้จักกับบางส่วนของเชฟผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกแห่ง Gastronomy อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ซีรีส์ดังกล่าวได้รับการออกแบบให้เป็นเสมือนการพบปะพูดคุยที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ความรู้สึกและความจริงใจ ถ่ายทอดความสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ระหว่าง Blancpain และโลกแห่งอาหารชั้นสูง พร้อมสะท้อนคุณค่าร่วมกันระหว่าง Haute Horlogerie และ Haute Gastronomie ไม่ว่าจะเป็นความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ ความพิถีพิถันในรายละเอียด งานฝีมือระดับสูง และความหลงใหลที่อยู่เบื้องหลังทุกผลงานสร้างสรรค์ ซีรีส์นี้เริ่มต้นด้วยวิดีโอย้อนรอยเส้นทางตลอดสี่ทศวรรษแห่งความสัมพันธ์ระหว่าง Blancpain และโลกแห่ง Gastronomy โดยนำเสนอทั้งภาพบันทึกจากคลังจดหมายเหตุและเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ร่วมกันสร้างเรื่องราวบทนี้ขึ้นมา
วิดีโอดังกล่าวถ่ายทอดจุดเริ่มต้นและวิวัฒนาการของความสัมพันธ์อันโดดเด่นนี้ ตั้งแต่การพบกันของผู้คนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ไปจนถึงการเติบโตเป็นเครือข่ายมิตรสหายระดับโลกที่เชื่อมโยงศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกาชั้นสูงเข้ากับศิลปะแห่งการปรุงอาหารระดับสูงอย่างแนบแน่น ซึ่งยังคงเป็น DNA ส่วนหนึ่งของ Blancpain มาจนถึงปัจจุบัน
Blancpain’s Circle of Michelin-starred Friends
เครือข่ายมิตรสหายเชฟมิชลินของ Blancpain
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา จักรวาลแห่ง Art of Living ของ Blancpain ได้รับการเติมเต็มด้วยเหล่าเชฟระดับโลกผู้เป็นตัวแทนของความเป็นเลิศในศาสตร์การปรุงอาหาร โดยปัจจุบันเครือข่ายมิตรสหายของแบรนด์ประกอบด้วยเชฟผู้ครอบครองดาวมิชลินจำนวนมากจากหลากหลายประเทศทั่วโลก ได้แก่

Martín Berasategui (มาร์ติน เบราซาเตกี) / สเปน, ดูไบ / 9 ดาวมิชลิน
เชฟชาวสเปนผู้ครอบครองดาวมิชลินมากที่สุดในประเทศสเปน และเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดของวงการอาหารระดับโลก

Julien Royer (ฌูเลียง รัวเยร์) / สิงคโปร์, ฮ่องกง / 4 ดาวมิชลิน
เชฟชาวฝรั่งเศสผู้เติบโตมาในครอบครัวเกษตรกร และตั้งชื่อร้านอาหารในสิงคโปร์ว่า Odette เพื่อเป็นเกียรติแก่คุณย่าของเขา พร้อมถ่ายทอดความทรงจำจากอาหารที่เธอเคยปรุงให้รับประทานในวัยเด็ก

Glenn Viel (เกล็นน์ วีแอล) / ฝรั่งเศส / 3 ดาวมิชลิน
เชฟแห่งร้านอาหารสามดาวมิชลิน L'Ousteau de Baumanière และยังเป็นกรรมการในรายการแข่งขันทำอาหารชื่อดังของฝรั่งเศสอย่าง Top Chef
Hideaki Matsuo (ฮิเดอากิ มัตสึโอะ) / ญี่ปุ่น / 3 ดาวมิชลิน
เชฟชาวญี่ปุ่นผู้เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกแนวทางประมงอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมการใช้ปลาเพาะเลี้ยงเพื่อช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล โดยแรงบันดาลใจด้านการทำอาหารของเขามีจุดเริ่มต้นจากพิธีชงชาญี่ปุ่นที่เข้าร่วมตั้งแต่วัยเยาว์

Mathias Sühring (มาธิอัส ซือริง) & Thomas Sühring (โธมัส ซือริง) / ประเทศไทย / 3 ดาวมิชลิน
เชฟฝาแฝดชาวเยอรมัน ผู้เรียนรู้การทำอาหารระหว่างช่วงปิดภาคเรียนในฟาร์มของคุณปู่คุณย่า ก่อนจะพัฒนาเป็นเส้นทางอาชีพที่สร้างชื่อเสียงระดับนานาชาติ

Christopher Coutanceau (คริสโตเฟอร์ กูต็องโซ) / ฝรั่งเศส / 3 ดาวมิชลิน
เชฟชาวฝรั่งเศสผู้เป็นทั้งชาวประมงและนักรณรงค์ด้านความยั่งยืนของทรัพยากรทางทะเล ได้รับการยกย่องในฐานะหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลที่สำคัญที่สุดของยุโรป

Christophe Hay (คริสตอฟ เอ) / ฝรั่งเศส / 2 ดาวมิชลิน
เชฟผู้ยึดแนวคิดพึ่งพาตนเองด้านวัตถุดิบ โดยเป็นเจ้าของฟาร์มวากิวของตนเอง เพื่อควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของการผลิต

Rui Paula (รุย เปาลา) / โปรตุเกส / 2 ดาวมิชลิน
เชฟชาวโปรตุเกสผู้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของมหาสมุทรแอตแลนติกผ่านอาหารในแบบฉบับของตนเอง

Dominik Sato (โดมินิก ซาโตะ) & Fabio Toffolon (ฟาบิโอ ตอฟโฟลอน) / สวิตเซอร์แลนด์ / 3 ดาวมิชลิน
เชฟคู่หูแห่งสวิตเซอร์แลนด์ ผู้มีชื่อเสียงจากแนวคิดการปรุงอาหารที่โดดเด่นด้วยความเรียบง่ายและสง่างามอย่างร่วมสมัย

Holger Bodendorf (โฮลเกอร์ โบเดนดอร์ฟ) / เยอรมนี / 1 ดาวมิชลิน
เชฟและเจ้าของโรงแรมผู้บริหารสถานประกอบการในเครือ Relais & Châteaux ซึ่งสะท้อนแนวคิดด้านการต้อนรับในระดับสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Son Jongwon (ซน จงวอน) / เกาหลีใต้ / 2 ดาวมิชลิน
เชฟชาวเกาหลีใต้ผู้มุ่งเน้นอาหารร่วมสมัยตามฤดูกาลและแนวคิดความยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักจากการปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ชื่อดังหลายรายการ อาทิ Culinary Class Wars, Please Take Care of My Refrigerator และ Bistro Shigor

Juan Amador (ฮวน อามาดอร์) / ออสเตรีย / 3 ดาวมิชลิน
หนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการอาหารยุโรปร่วมสมัย ผู้มีอิทธิพลอย่างมากต่อการพัฒนาศาสตร์การปรุงอาหารสมัยใหม่
มิตรสหายใหม่ของ Blancpain ในสวิตเซอร์แลนด์
ล่าสุด Blancpain ยังได้ต้อนรับเชฟชื่อดังจากสวิตเซอร์แลนด์อีก 4 คนเข้าสู่เครือข่ายมิตรสหายของแบรนด์ ได้แก่
Olivier Jean (โอลิวิเยร์ ฌอง) — เจนีวา / 2 ดาวมิชลิน
Titouan Claudet (ติตูออง โกลเดต์) — เจนีวา / 2 ดาวมิชลิน
Peter Knogl (ปีเตอร์ คน็อกล์) — บาเซิล / 3 ดาวมิชลิน
Charline Pichon (ชาร์ลีน ปีชง) — คริสซิเยร์ / 3 ดาวมิชลิน
รายชื่อเหล่านี้สะท้อนถึงสายสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง Blancpain และโลกแห่ง Haute Gastronomie ซึ่งตลอด 40 ปีที่ผ่านมาได้เติบโตจากมิตรภาพระหว่างผู้คนที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน สู่เครือข่ายระดับโลกที่รวบรวมเชฟผู้ครอบครองดาวมิชลินมากกว่า 100 ดวง และยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
ขยายครอบครัวแห่งความเป็นเลิศในสวิตเซอร์แลนด์
Blancpain ได้ต้อนรับบุคลากรชั้นนำรุ่นใหม่จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์เข้าสู่จักรวาล Art of Living อย่างเป็นทางการ เพื่อสานต่อและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับวงการอาหารชั้นสูงของประเทศ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของโลกแห่ง Gastronomy

Olivier Jean (โอลิวิเยร์ ฌอง) / เจนีวา / 2 ดาวมิชลิน
Olivier Jean ดำรงตำแหน่ง Executive Chef ของ The Woodward Hotel และห้องอาหาร L’Atelier Robuchon ระดับ 2 ดาวมิชลิน ในเมืองเจนีวา แนวคิดการทำอาหารของเขายึดอยู่บนความเรียบง่าย การเคารพฤดูกาลของวัตถุดิบ และการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพสูง เพื่อเปิดโอกาสให้แต่ละองค์ประกอบได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ เชฟชาวฝรั่งเศสผู้นี้ผ่านการฝึกฝนภายใต้สองตำนานแห่งวงการอาหารอย่าง Alain Ducasse (อแลง ดูกาสส์) และ Joël Robuchon (โจแอล โรบูชง) ก่อนจะเดินทางจากมอนติคาร์โลสู่ปารีสและไทเป และได้รับตำแหน่ง Executive Chef ที่อายุน้อยที่สุดของกลุ่ม Robuchon ด้วยวัยเพียง 27 ปี ปัจจุบัน เขายังคงสร้างสรรค์ประสบการณ์ด้านอาหารที่ผสานความประณีตแบบฝรั่งเศสเข้ากับความแม่นยำและความคิดสร้างสรรค์ โดยมีคำกล่าวของคุณปู่เป็นปรัชญาประจำตัวว่า “La joie est dans l’action et dans l’effort.” (ความสุขอยู่ในการลงมือทำและความพยายาม)

Titouan Claudet (ติตูออง โกลเดต์) / เจนีวา / 2 ดาวมิชลิน
Titouan Claudet รับผิดชอบโปรแกรมขนมหวานทั้งหมดของ The Woodward Hotel รวมถึงห้องอาหาร L’Atelier Robuchon ระดับ 2 ดาวมิชลิน เชฟขนมหวานชาวฝรั่งเศสจากเมืองเบอซ็องซง ผสานวิสัยทัศน์ด้านศิลปะเข้ากับความเชี่ยวชาญทางเทคนิค โดยได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ศิลปะ และโลกอันละเอียดอ่อนของการผลิตนาฬิกาชั้นสูง ผลงานของเขาโดดเด่นทั้งในด้านความงดงามทางสายตาและความซับซ้อนเชิงเทคนิค โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการถ่ายทอดความทรงจำในวัยเด็กผ่านขนมหวานแต่ละชิ้น ก่อนหน้านี้เขาเคยร่วมงานกับสถาบันอาหารชั้นนำหลายแห่งในฝรั่งเศส และได้รับรางวัล Gault & Millau Switzerland Pastry Chef of the Year 2025 รวมถึง La Liste Pastry Talent of the Year 2025 ผลงานของ Claudet โดดเด่นด้วยความสง่างาม รูปทรงเรขาคณิตที่เฉียบคม และมิติทางอารมณ์อันลึกซึ้ง ซึ่งช่วยปิดท้ายประสบการณ์การรับประทานอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Peter Knogl (ปีเตอร์ คน็อกล์) / บาเซิล / 3 ดาวมิชลิน
Peter Knogl เชฟชาวเยอรมัน-สวิส ผู้เกิดในแคว้นบาวาเรีย รับหน้าที่ดูแลห้องครัวของ Cheval Blanc by Peter Knogl ณ Grand Hôtel Les Trois Rois เมืองบาเซิล มาตั้งแต่ปี 2007 เขาได้รับ 3 ดาวมิชลิน, 19 คะแนนจาก Gault & Millau และได้รับการจัดอันดับเป็นร้านอาหารอันดับ 1 ของโลกโดย La Liste ในปี 2025 และ 2026
แนวทางการทำอาหารของเขาผสมผสานรากฐานอาหารฝรั่งเศสเข้ากับอิทธิพลจากเมดิเตอร์เรเนียนและเอเชีย จนเกิดเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว Knogl ยังเป็นผู้ที่หลงใหลในศาสตร์การผลิตนาฬิกามาอย่างยาวนาน และมองเห็นความคล้ายคลึงกันระหว่างโลกของ Haute Horlogerie และ Haute Gastronomie “ผมหลงใหลในความละเอียดอ่อนทางเทคนิคของการผลิตนาฬิกามาหลายปี เมื่อมีโอกาสได้เยี่ยมชมโรงงาน Blancpain ใน Vallée de Joux ผมประทับใจกับความสงบและบรรยากาศที่เปี่ยมด้วยสมาธิที่นั่น ผมชื่นชมการออกแบบเหนือกาลเวลาของ Blancpain วัฒนธรรมองค์กรที่อบอุ่นและให้ความสำคัญกับผู้คน ตลอดจนความประณีตในงานฝีมือ ท้ายที่สุดแล้ว มันไม่ต่างจากห้องครัวระดับมิชลินของเรา เพราะความสมบูรณ์แบบจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกองค์ประกอบทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำ”

Charline Pichon เป็นซอมเมอลิเยร์ประจำ Restaurant de l’Hôtel de Ville de Crissier และร่วมงานกับห้องอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 2018 ในปี 2022 เธอได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง Head Sommelier ของห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน และต่อมาได้รับรางวัล Michelin Sommelier Award 2025 รวมถึง Gault & Millau Sommelier of the Year 2026 Pichon เป็นที่ยอมรับจากความเชี่ยวชาญด้านการจับคู่ไวน์กับอาหารและมาตรฐานการบริการระดับสูง โดยแนวทางการทำงานของเธอประกอบด้วยความแม่นยำ ความละเอียดอ่อน และความเข้าใจในมิติทางอารมณ์ของประสบการณ์การรับประทานอาหาร เธอเชื่อว่าการเลือกไวน์ที่เหมาะสมสามารถยกระดับการแสดงออกทางรสชาติของอาหารให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผ่านการสร้างสรรค์การจับคู่ที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน
Charline Pichon เติบโตใกล้เมืองอองกูแลม ประเทศฝรั่งเศส และใช้ช่วงวัยเด็กท่ามกลางไร่องุ่นของคุณปู่ซึ่งเป็นผู้ผลิตไวน์ ราวกับว่าเส้นทางชีวิตในโลกแห่งไวน์ได้ถูกกำหนดไว้สำหรับเธอตั้งแต่แรกเริ่ม
16 มิ.ย. 2569
17 มิ.ย. 2569
15 มิ.ย. 2569
17 มิ.ย. 2569