Last updated: 22 มิ.ย. 2569 | 32 จำนวนผู้เข้าชม |
บ่ายวันเสาร์ที่ผ่านมา Mirra Andreeva (มีร์รา อันเดรเยวา) Rolex Testimonee ก้าวขึ้นสู่ช่วงเวลาแห่งความสาเร็จครั้งสาคัญที่สุดในเส้นทางอาชีพของเธอ ด้วยการคว้าแชมป์หญิงเดี่ยว Roland-Garros ด้วยสกอร์ 6–3, 6–2 ภายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมง 22 นาที ท่ามกลางความคาดหวังจากแฟนเทนนิสทั่วโลก นักหวดวัย 19 ปีรายนี้อาศัยสไตล์การเล่นที่ครบเครื่องและความแม่นยาในทุกจังหวะ โชว์ฟอร์มได้อย่างสุขุม มั่นใจและเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะเกินวัย ชัยชนะครั้งนี้ส่งให้ Andreeva กลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสเพียงไม่กี่คนที่สามารถคว้าแชมป์แกรนด์สแลม® รายการแรกในอาชีพบนคอร์ตฟิลิปป์-ชาตริเยร์ได้ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี โดยในกลุ่มดังกล่าวมีสมาชิกครอบครัว Rolex อย่าง Björn Borg (บียอร์น บอร์ก), Chris Evert (คริส เอเวิร์ต) และ Iga Świątek (อีกา เสวียเท็ก) ซึ่งต่างยกให้ความสาเร็จครั้งนั้นเป็นจุดเปลี่ยนสาคัญในเส้นทางอาชีพอันโดดเด่นของตน

Andreeva เริ่มเป็นที่จับตามองบนเวทีแกรนด์สแลม® ในปี 2023 เมื่อเธอผ่านเข้าสู่รอบสามของการแข่งขันเมนดรอว์ในการลงเล่น Roland-Garros ครั้งแรกด้วยวัยเพียง 16 ปี นับแต่นั้นมา เธอได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเทนนิสหญิงระดับท็อป 10 ของโลก (WTP Top 10) อย่างต่อเนื่อง คว้าแชมป์ WTA มาแล้ว 5 รายการ พร้อมครองใจแฟนเทนนิสทั่วโลก หลังจบการแข่งขัน Andreeva กล่าวว่า “ฉันติดตามดู Roland-Garros มาตั้งแต่เด็ก และการคว้าแชมป์รายการนี้คือความฝันอันยิ่งใหญ่ของฉัน ฉันแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าตอนนี้กาลังถือถ้วยแชมป์ใบนี้อยู่ ปารีสจะมีพื้นที่พิเศษในหัวใจของฉันตลอดไป ฉันขอขอบคุณทีมงานที่ผลักดันให้ฉันก้าวข้ามขีดจากัดของตัวเอง และสุดท้าย ฉันอยากขอบคุณตัวเองที่เชื่อมั่นในตัวเองเสมอ ทุ่มเทอย่างเต็มที่แม้ในวันที่ยากลาบาก และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน ทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะคนคนหนึ่ง”
สภาพการแข่งขันที่ท้าทายในช่วงต้นทัวร์นาเมนต์ถือเป็นบททดสอบอันหนักหน่วง ทั้งอากาศร้อนจัดและแมตช์ที่ยาวนานบนคอร์ตดินแดงสร้างความเหนื่อยล้าให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก ขณะที่การตกรอบของบรรดามือวางอันดับต้น ๆ ยิ่งเพิ่มความน่าติดตามให้กับเกมการแข่งขัน เมื่อบรรดานักหวดรุ่นใหม่ต่างเริ่มมองเห็นโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาสร้างชื่อบนเวทีระดับโลก ก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของการแข่งขัน ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีแชมป์แกรนด์สแลม® ชายคนใหม่ถือกาเนิดขึ้น และหนึ่งในผู้ที่พร้อมก้าวขึ้นมาท้าชิงบัลลังก์แห่งปารีส ก็คือ João Fonseca (โจอัง ฟอนเซกา) หนึ่งใน Rolex Testimonee นักหวดดาวรุ่งชาวบราซิลผู้นี้ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและหัวจิตหัวใจของนักสู้ ด้วยการพลิกสถานการณ์กลับมาชนะหลังตามหลังถึงสองเซ็ตถึงสองครั้ง จนผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศแกรนด์สแลม® เป็นครั้งแรกในอาชีพ โดยชัยชนะอันน่าประทับใจสองแมตช์ บนคอร์ตฟิลิปป์-ชาตริเยร์ ตอกย้าศักยภาพของเขาในฐานะหนึ่งในพลังใหม่ของวงการเทนนิสโลก และในประเภทหญิงเดี่ยว การแข่งขันปีนี้ก็การันตีเช่นกันว่าจะมีผู้คว้าถ้วย Suzanne Lenglen Trophy เป็นครั้งแรกในอาชีพ โดย Victoria Mboko (วิกตอเรีย เอ็มโบโก) ยังคงพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบสามเป็นครั้งที่สามจากการลงแข่งขันแกรนด์สแลม® เพียงห้ารายการ ขณะที่ Belinda Bencic (เบลินดา เบนชิช) ก็ทาผลงานดีที่สุดใน Roland-Garros ด้วยการผ่านเข้าสู่รอบสี่ ส่วน Iga Świątek แชมป์ 4 สมัย ทาสถิติชนะ 42 จาก 45 แมตช์แรกในเมนดรอว์ Roland-Garros เทียบเท่าสถิติของ Chris Evert


ท่ามกลางผู้ชมกว่า 15,000 คน และบุคคลสาคัญแห่งวงการเทนนิสที่ร่วมเป็นสักขีพยานในชัยชนะของ Andreeva ในวันนั้น คือ Garbiñe Muguruza (การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า) ซึ่งปีนี้นับเป็นวาระครบรอบ 10 ปีแห่งความสาเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของเธอบนคอร์ตแห่งนี้ โดยในปี 2016 Muguruza คว้าแชมป์แกรนด์สแลม® รายการแรกจากทั้งหมดสองรายการในอาชีพของเธอบนคอร์ตแห่งนี้ และได้รับการต้อนรับเข้าสู่ครอบครัว Rolex ในปีเดียวกัน พลังการตีลูกอันหนักหน่วงและสไตล์การเล่นที่กล้าเสี่ยงของเธอทาให้มูกูรูซ่ากลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสที่น่าติดตามที่สุดแห่งยุค พร้อมก้าวขึ้นสู่ตาแหน่งมือหนึ่งของโลก Muguruza กล่าวว่า “Mirra Andreeva เป็นนักเทนนิสที่น่าจับตามองมาโดยตลอด เมื่อเธอเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัว Rolex และได้ร่วมงานกับ Conchita Martínez (คอนชิตา มาร์ติเนซ) อดีตโค้ชของฉัน ฉันยิ่งให้ความสนใจเส้นทางอาชีพของเธอมากขึ้น และมีความสุขกับการติดตามผลงานของเธอเป็นอย่างมาก เธอเป็นคนที่น่ารัก ขยันฝึกซ้อม และฉันเชื่อว่าเธอจะมีบทบาทสาคัญต่ออนาคตของวงการเทนนิส ฉันแทบรอไม่ไหวที่จะได้เห็นเธอเติบโตต่อไป ทั้งในและนอกสนาม ในฐานะตัวแทนของวงการเทนนิส และของ Rolex”

ความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ความแน่วแน่ และความกล้าหาญ คือคุณสมบัติที่นิยามเส้นทางสู่ชัยชนะที่ Roland-Garros และไม่มีคาใดจะสะท้อนตัวตนของแชมป์คนใหม่ได้ชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว นับตั้งแต่เริ่มเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขัน The Championships, Wimbledon ในปี 1978 Rolex ได้ยืนหยัดเคียงข้างนักเทนนิสชั้นนา องค์กรกากับดูแล และทัวร์นาเมนต์สาคัญของวงการมาโดยตลอด รวมถึงการทาหน้าที่ Official Timekeeper ของ Roland-Garros ตั้งแต่ปี 2019 แม้กีฬาเทนนิสจะยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และตานานของวงการจะส่งต่อเวทีให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ แต่ความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศของผู้ผลิตนาฬิกาสวิสรายนี้ยังคงแน่วแน่ไม่เปลี่ยนแปลง ตลอดทุกทศวรรษ และบนทุกพื้นผิวการแข่งขันอันเป็นเอกลักษณ์ของกีฬาเทนนิส
ROLEX TESTIMONEE ผู้เคยคว้าแชมป์ ROLAND-GARROS
Rod Laver — ร็อด เลเวอร์ (1962, 1969)
Björn Borg — บียอร์น บอร์ก (1974, 1975, 1978, 1979, 1980, 1981)
Chris Evert — คริส เอเวิร์ต (1974, 1975, 1979, 1980, 1983, 1985, 1986)
Jim Courier — จิม คูเรียร์ (1991, 1992)
Justine Henin — จัสติน เอแน็ง (2003, 2005, 2006, 2007)
Ana Ivanović — อนา อิวาโนวิช (2008)
Roger Federer — โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ (2009)
Li Na — หลี่ น่า (2011)
Garbiñe Muguruza — การ์บิเญ่ มูกูรูซ่า (2016)
Iga Świątek — อีกา เสวียเท็ก (2020, 2022, 2023, 2024)
Carlos Alcaraz — คาร์ลอส อัลคาราซ (2024, 2025)
Coco Gauff — โคโค่ กอฟฟ์ (2025)
Mirra Andreeva — มีร์รา อันเดรเยวา (2026)

ROLEX และเทนนิส
Rolex เฉลิมฉลองความสาเร็จของมนุษย์ ด้วยการยกย่องการเดินทางที่เต็มไปด้วยหมุดหมายแห่งความมุ่งมั่น และอารมณ์ความรู้สึก ซึ่งนาไปสู่ช่วงเวลาแห่งความสาเร็จที่หล่อหลอมจากเส้นทางที่เลือกเดิน ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์ในรูปของถ้วยรางวัล ความผูกพันอันแน่นแฟ้นระหว่างกีฬาเทนนิสกับผู้ผลิตนาฬิกาสัญชาติสวิสอย่าง Rolex ซึ่งถือเป็นหัวใจสาคัญของปรัชญาอันยั่งยืนนี้ เริ่มต้นย้อนกลับไปเกือบครึ่งศตวรรษ เมื่อ Rolex ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับการแข่งขันวิมเบิลดันเป็นครั้งแรกในปี 1978 และนับแต่นั้นเป็นต้นมา Rolex ได้กลายเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการ (Official Timekeeper) ให้กับการแข่งขันระดับ Grand Slam® ทั้ง 4 รายการ ได้แก่ Australian Open, Roland-Garros, The Championships, Wimbledon และ US Open ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ตานานแห่งวงการเทนนิสได้ก้าวเข้าสู่ครอบครัว Rolex Testimonee ไม่ว่าจะเป็น Rod Laver, Björn Borg, Chris Evert และ Roger Federer ความมุ่งมั่นของ Rolex ต่อวงการเทนนิสยังขยายครอบคลุมถึงสมาคมนักเทนนิสอาชีพ (ATP) และสมาคมนักเทนนิสอาชีพหญิง (WTA) การแข่งขันรายการใหญ่ ซึ่งรวมถึง Masters 1000, WTA 1000, Nitto ATP Finals, WTA Finals และการแข่งขันประเภททีมชั้นนาอย่าง Laver Cup, Davis Cup Finals และ Billie Jean King Cup Finals ในการแข่งขันเหล่านี้ บรรดา Rolex Testimonee ยังคงมุ่งมั่นผลักดันขีดจากัดของความสามารถและความพยายามในสนามอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ Grand Slam® อย่าง Carlos Alcaraz, Coco Gauff, Jannik Sinner และ Iga Świątek รวมถึงนักกีฬารุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Mirra Andreeva, João Fonseca, Taylor Fritz, Victoria Mboko, Ben Shelton และ Qinwen Zheng ซึ่งต่างได้รับการสนับสนุนจาก Rolex ในการแสวงหาความเป็นเลิศสูงสุดของวงการเทนนิสในยุคปัจจุบัน
เกี่ยวกับ ROLEX
กิตติศัพท์ด้านคุณภาพและความเชี่ยวชาญที่เหนือชั้น
Rolex คือผู้ผลิตนาฬิกาแบบบูรณาการอย่างอิสระจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีสานักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ นครเจนีวา ซึ่งแบรนด์ได้รับการยอมรับระดับโลกในด้านความเชี่ยวชาญและคุณภาพของผลิตภัณฑ์อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นเลิศ ความสง่างาม และคุณค่าอันทรงเกียรติ กลไกนาฬิกา Oyster Perpetual และ Perpetual ได้รับการรับรองและทดสอบอย่างเข้มข้นภายในองค์กรเพื่อพิสูจน์ความเที่ยงตรง ประสิทธิภาพ และความทนทานสูงสุด การรับรองสถานะ Superlative Chronometer สามารถสังเกตได้จากตราสัญลักษณ์สีเขียวเพื่อเป็นการรับประกันว่านาฬิกาทุกเรือนได้ผ่านการทดสอบอันเข้มงวดโดย Rolex ภายในห้องปฏิบัติการของแบรนด์ตามเกณฑ์เฉพาะที่กาหนดขึ้น ซึ่งจะได้รับการประเมินโดยองค์กรอิสระภายนอกอยู่เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่า Rolex ยังคงเป็นมาตรฐานสูงสุดแห่งเรือนเวลา
คาว่า ‘SUPERLATIVE’ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา Oyster ทุกเรือน สะท้อนถึงปรัชญาที่หล่อหลอมวิสัยทัศน์และค่านิยมของบริษัทเข้าไว้ด้วยกัน โดย Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้บ่มเพาะแนวคิดของความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน ที่ผลักดันให้เกิดการพัฒนาก้าวไปข้างหน้าอยู่เสมอ และเป็นจุดกาเนิดของนวัตกรรมการผลิตนาฬิกาที่สาคัญอีกมากมาย อาทิ Oyster นาฬิกาข้อมือกันน้ารุ่นแรกของแบรนด์ที่เปิดตัวในปี 1926 และกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ Perpetual rotor ที่ Rolex คิดค้นขึ้นในปี 1931 ตลอดประวัติศาสตร์ของแบรนด์ Rolex ได้จดสิทธิบัตรมากกว่า 700 รายการ โดยโรงงานทั้งสี่แห่งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แบรนด์ได้ออกแบบ พัฒนา และผลิตชิ้นส่วนสาคัญของนาฬิกา ตั้งแต่การหลอมโลหะผสมทองคา การประกอบกลไก การประดิษฐ์ด้วยฝีมือเชิงช่าง การประกอบตัวเรือน ไปจนถึงการตกแต่งตัวเรือน หน้าปัด และสายนาฬิกา ทั้งนี้ โรงงานแห่งที่ห้าในสวิตเซอร์แลนด์กาลังก่อสร้างและมีกาหนดเปิดดาเนินงานในปี 2029 นอกจากนี้ Rolex ยังมุ่งมั่นในการสนับสนุนศิลปะและวัฒนธรรม กีฬา การสารวจ ตลอดจนบุคคลผู้ทุ่มเทในการค้นหาแนวทางเพื่อปกป้องและอนุรักษ์โลกใบนี้ให้ยั่งยืน
19 มิ.ย. 2569
18 มิ.ย. 2569
18 มิ.ย. 2569