Last updated: 22 มิ.ย. 2569 | 38 จำนวนผู้เข้าชม |
จะเป็นจุดเริ่มต้นอารยธรรมให้ต่างอาณาจักรดังเช่นบรรดาทวยเทพไอยคุปต์ ซึ่งกลายเป็นตำนานเทพปกรณัมอันศักดิ์สิทธิ์ของโรมันโบราณ, การไขความลับ ถอดรหัสอักษรภาพอียิปต์โบราณเมื่อปีค.ศ. 1822, เสาหิน หรือที่เรียกว่า “โอเบลิสก์” แห่งลักซอร์ ซึ่งถูกยกมาประดิษฐานอยู่ใจกลางจัตุรัส เดอ ลา กงกอรด์ ณ กรุงปารีสเมื่อปีค.ศ. 1836 หรือกระทั่งกระแสอียิปต์นิยม (Egyptomania) ที่ทิ้งรอยอิทธิพลลงสู่ศิลปะการตกแต่งตลอดศตวรรษที่ 20 รวมถึงผลงานสร้างสรรค์ของ Van Cleef & Arpels ตามแบบฉบับการศึกษาค้นคว้าในฐานะฟันเฟืองขับเคลื่อนกระบวนการสร้างสรรค์ ผลงานหลายชิ้นของเมซงได้รับการสรรค์สร้างขึ้นเพื่อยกย่องอิทธิพลแห่งไอยคุปต์ (“ไอยคุปต์” เป็นคำใช้เรียกอารยธรรม และอาณาจักรอียิปต์ยุคโบราณ) อันยังคงดำรงอยู่อย่างต่อเนื่องมากว่าหลายศตวรรษ เรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ศิลปะสากลนั้นก็คือ ความเก่าแก่ทางอารยธรรม ไอยคุปต์ได้สร้างแรงบันดาลใจ นำมาซึ่งผลงานยอดนิยมท่ามกลางบริบทศิลปะสมัยใหม่ (Modern Art) และบรรยากาศของช่วงเวลาครั้งนั้น ก็ได้รับการรังสรรค์มาสู่ปัจจุบันผ่านคอลเลกชันเครื่องประดับชั้นสูง “เสน่ห์ไอยคุปต์” หรือ Fascinating Egypt ประกอบไปด้วยงานออกแบบเชิงนามธรรม และศิลปะรูปลักษณ์รวมถึง 180 ชิ้นที่ร่วมกันจุดประกายจินตนาการถึงอารยธรรมล้ำค่าแต่โบราณเสียจนมีการนำต้นแบบมาดัดแปลง พลิกแพลงใหม่อย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนั้น ผลงานเหล่านี้จึงเป็นเสมือนการหวนคืนสู่กระแสนิยมอันมีต่อวัฒนธรรมอียิปต์ในทุกแง่มุม ครอบคลุมทุกบริบทศิลปะการตกแต่ง แสดงให้เห็นถึงทุกความหลากหลายอย่างครบครัน ในกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานคอลเลกชันนี้ Van Cleef & Arpels ยังได้ประมวลมรดกทางงานออกแบบบางส่วนมากลั่นกรอง และรังสรรค์ให้มีความร่วมสมัยโดยอาศัยลูกเล่น และไหวพริบพลิกแพลง ไม่ว่าจะเป็นงานออกแบบเชิงสัญลักษณ์นิยม หรือจิตรกรรมภูมิทัศน์จำลองภาพชีวิตประจำวันเพื่อถ่ายทอด มุมมองอันมีต่อไอยคุปต์ในฐานะแหล่งกำเนิดแรงบันดาลใจ ซึ่งทรงอิทธิพลอยู่เหนือกระแสความนิยมทางยุคสมัย
THE CREATIONS
Rivage égyptien Necklace
สร้อยคอ “ริมฝั่งไอยคุปต์”


ความตระการตาของสร้อยคอ “ริมฝั่งไอยคุปต์” หรือ Rivage égyptien (ริวาเชชีปเชียง) เส้นนี้อยู่ที่ชุดมรกตคัดเจียระไนทรงหยดน้ำจำนวน 37 เม็ด น้ำหนักรวม 41.58 กะรัตจรัสประกายสดใสในโทนเขียวเข้มอมฟ้าเหลือบเทาอันเป็นคุณลักษณ์เฉพาะบ่งชี้เหมืองผลิตในประเทศแซมเบีย นำมาซึ่งแรงบันดาลใจให้สตูดิโอออกแบบสรรค์สร้างโมทิฟแม่ลายทรงใบปาล์มฟันเลื่อยแบบเดียวกับที่พบเห็นได้บ่อยครั้งตามภาพจิตรกรรมปูนเปียกจากยุคไอยคุปต์ถึงสิบเจ็ดชิ้นส่วน ด้วยศิลปะการประกอบชิ้นส่วน โมทิฟทองคำสีเหลืองฝังเพชรเม็ดกลมเดินเส้นเน้นความคมชัดของเหลี่ยมมุมบนโค้งขดคลื่นรองรับความโดดเด่นของมรกตต่างมิติขนาดเรียงแถวคู่ขนานตามความสมมาตรทางสัดส่วน ร่วมกันก่อโครงสร้างตัวเรือนอันเต็มไปด้วยความยืดหยุ่น อำนวยต่อการอิงแอบแนบฐานคอผู้สวมใส่ได้อย่างหมดจด ความอ่อนช้อยของโค้งขดคลื่นบนโมทิฟสามเหลี่ยมใบปาล์มฟันเลื่อยยังได้รับการเติมเต็มด้วยงานคั่นสลับกับโมทิฟฝังเพชรเม็ดกลมร้อยระย้าเพชรเหลี่ยมบาแก็ตต์ประกบงานฝังหุ้มหัวท้ายเพชรหยดน้ำไล่เรียงอย่างต่อเนื่องจนถึงจี้มรกตล้อมเพชรตรงกึ่งกลางตัวเรือนทองคำสีเหลืองผ่านกระบวนการขัดผิวขึ้นเงาราวกระจก ทุกรายละเอียดล้วนสะท้อนแสงตกกระทบสู่กันจรัสประกายสุกสว่างระยิบระยับไม่หยุดนิ่งราวจะถอดความหมายพรรณนาความจารึกอักษรภาพ “เสี้ยวหนึ่งของชีวิตประจำวันที่เพลินใจไปกับสายน้ำ ต้นปาปิรุส และมวลวิหค”

Rivage égyptien Necklace
สร้อยคอ “ริมฝั่งไอยคุปต์”
ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีเหลือง ประดับมรกตทรงหยดน้ำ จากแซมเบีย 37 เม็ดน้ำหนักรวม 41.58 กะรัตท่ามกลางงานฝังเพชร
Cardinal d’émeraude Ring
แหวน “มหาพีระมิด”
ภายในบรรดาตู้เซฟแผนกอัญมณีของ Van Cleef & Arpels คือขุมทรัพย์ล้ำค่ารอคอยการเผชิญหน้ากับเทคนิคงานฝังขึ้นตัวเรือน ที่จะช่วยเสริมส่งยกย่องความงามอันทรงเอกลักษณ์เฉพาะตัวให้ปรากฏ เช่นเดียวกับกรณีของมรกตทรงกองข้าวขนาด 8.47 กะรัต บนเรือนแหวน “มหาพีระมิด” หรือ Cardinal d’émeraude (การดินาล เดเมอโรด์) ด้วยสัณฐานดุจพีระมิด โค้งหน้าตัดระหว่างเหลี่ยมมุม ต้องแสงตกกระทบจรัสประกายสีเขียวสด สม่ำเสมอของน้ำพลอยกระจ่างใส อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะมรกตจากบราซิล ซึ่งยากจะหาใดเสมอเหมือน เพื่อทวีความงดงามให้แก่น้ำพลอยเนื้ออ่อนเลอค่า ความพิถีพิถัน ใส่ใจในทุกรายละเอียดของทีมนักออกแบบ นำมาซึ่งโครงสร้างสถาปัตยกรรมพีระมิดขั้นบันไดบนตัวเรือนทองคำสีเหลือง ต่อเนื่องถึงเขี้ยวหนามเตยแถบตัว “วี” คว่ำตัดมุมท่ามกลางงานประกอบชิ้นส่วนโมทิฟรูปทรงเรขาคณิตทองคำสีขาวฝังเพชรต่างระดับ ราวกับงานออกแบบของเอ็ตตอเร ซอตต์ซาส1 สะท้อนถึงพรสวรรค์ และไหวพริบของสตูดิโอออกแบบในการหลอมรวมงานศิลป์ต่างยุค ต่างสมัย ก่อกำเนิดเป็นผลงานรังสรรค์อันสดใหม่ได้อย่างแยบคาย
เอ็ตตอเร ซอตต์ซาสเป็นสถาปนิก และนักออกแบบสัญชาติอิตาเลียนผู้ก่อตั้ง Memphis Group

Cardinal d’émeraude Ring
ตัวเรือนทองคำสีขาวประกอบทองคำสีเหลือง รองรับหัวแหวนเพชรล้อมมรกตเม็ดเดี่ยวทรงกองข้าว น้ำหนัก 8.47 กะรัตจากบราซิล
14 มิ.ย. 2569
16 มิ.ย. 2569
14 มิ.ย. 2569
17 มิ.ย. 2569