BLANCPAIN Villeret Ultraplate & Phases de Lune

Last updated: 26 มิ.ย. 2569  |  20 จำนวนผู้เข้าชม  | 

BLANCPAIN Villeret Ultraplate & Phases de Lune

วันนี้ Villeret Ultraplate เปิดตัวในขนาดใหม่ 38 มิลลิเมตร ควบคู่ไปกับขนาดมาตรฐาน 40 มิลลิเมตร อันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะกับข้อมือของผู้สวมใส่ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เพราะท้ายที่สุดแล้ว ขนาดที่เหมาะสมที่สุด ก็คือขนาดที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับผู้สวมใส่ จนแทบไม่รู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน

พร้อมกันนี้ Blancpain ยังนำเสนอสีหน้าปัดใหม่เป็นครั้งแรกของคอลเลกชั่น ได้แก่ หน้าปัดสีแซลมอนแบบซันเรย์ จับคู่กับสายหนังนูบักสีแอนทราไซต์ และอีกหนึ่งรุ่นพิเศษที่วางจำหน่ายเฉพาะบูติกของ Blancpain ซึ่งผสานตัวเรือนสเตนเลสสตีลเข้ากับหลักชั่วโมงโกลด์สีเหลือง หน้าปัดสีทองโอปาลีน และสายหนังนูบักสีเขียวโอลีฟอย่างลงตัว


ไฮไลต์สำคัญ
- Villeret Ultraplate เปิดตัวตัวเรือนขนาดใหม่ 38 มิลลิเมตร (สามเข็มพร้อมวันที่) เพิ่มเติมจากขนาดมาตรฐาน 40 มิลลิเมตร โดยมีให้เลือกทั้งตัวเรือนสเตนเลสสตีลและโกลด์สีแดง 18 กะรัต

- งานออกแบบใหม่ที่เปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2025 ถูกนำมาปรับใช้กับตัวเรือน 38 มิลลิเมตร ได้แก่ ตัวเลขโรมันโกลด์ 18 กะรัตที่ได้รับการออกแบบใหม่ โมโนแกรม JB แทนเลข XII เข็มทรงเรียวเคลือบ Super-LumiNova® ช่องวันที่ขนาดใหญ่ขึ้น และโรเตอร์แบบโปร่งผลิตจากโกลด์

- ครั้งแรกของ Villeret กับหน้าปัดสีแซลมอนแบบซันเรย์ ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล พร้อมตัวเลขโรมันโกลด์ 18 กะรัตเคลือบสีดำ และสายหนังนูบักสีแอนทราไซต์

- รุ่นพิเศษเฉพาะบูติก มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีล ตัวเลขโรมันโกลด์สีเหลือง 18 กะรัต หน้าปัดสีทองโอปาลีน และสายหนังนูบักสีเขียวโอลีฟ

- Villeret Phases de Lune สองรุ่นใหม่ ขนาด 29.2 มิลลิเมตร พร้อมกลไกแสดงข้างขึ้นข้างแรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain ขอบตัวเรือนและหลักชั่วโมงประดับเพชร

- กลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 1150 และ 913QL พร้อมซิลิคอนแฮร์สปริง การตกแต่งตามมาตรฐาน Haute Horlogerie ระบบเปลี่ยนสายและหัวเข็มขัดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ และการรับประกันนาน 5 ปี


ขนาดที่ลงตัวอย่างน่าสนใจ
เหตุผลที่หนักแน่นที่สุด มักไม่ใช่เหตุผลที่ส่งเสียงดังที่สุด เช่นเดียวกับ Villeret Ultraplate ที่ตลอดมาเลือกถ่ายทอดคุณค่าผ่านความเรียบง่าย กลไกอัตโนมัติแบบบางพิเศษ ตัวเรือนที่ไม่พยายามเรียกร้องความสนใจ และสัดส่วนที่ได้รับการออกแบบอย่างพอเหมาะพอดี และวันนี้ แนวคิดดังกล่าวได้รับการต่อยอดด้วยตัวเรือนขนาดใหม่ 38 มิลลิเมตร ควบคู่ไปกับขนาด 40 มิลลิเมตร ซึ่งยังคงเป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชั่น เพราะขนาดที่เหมาะสมที่สุดนั้นไม่มีคำตอบตายตัว หากขึ้นอยู่กับข้อมือของผู้สวมใส่แต่ละคน ไม่ว่าจะเลือกขนาดใด Villeret ก็ยังคงเป็นนาฬิกาที่เหมาะสมในทุกโอกาส ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป

ครั้งแรกของหน้าปัดสีแซลมอน
เป็นครั้งแรกที่คอลเลกชั่น Villeret มาพร้อมหน้าปัดสีแซลมอน พื้นผิวแบบซันเรย์ช่วยให้เฉดสีเปลี่ยนแปลงไปตามแสง ตั้งแต่โทนทองแดง สีโรสโกลด์ ไปจนถึงสีทอง ถ่ายทอดทั้งความอบอุ่นและความสุขุมไว้ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีลเรือนเดียว ตัวเลขโรมันโกลด์ 18 กะรัตได้รับการเคลือบสีดำเป็นครั้งแรก สอดรับกับสายหนังนูบักสีแอนทราไซต์อย่างลงตัว

สำหรับคอลเลกชั่นที่คุ้นเคยกับหน้าปัดสีเงินและโอปาลีนมาโดยตลอด การมาถึงของหน้าปัดสีแซลมอนไม่ใช่เพียงการเพิ่มสีสันใหม่ หากเป็นการเติม "คำศัพท์ใหม่" ให้กับภาษาการออกแบบอันคุ้นเคยของ Villeret โดยไม่ละทิ้งตัวตนดั้งเดิม ผู้ที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแบบดั้งเดิม ยังสามารถเลือกหน้าปัดสีทองโอปาลีน ซึ่งเปิดตัวควบคู่กันในครั้งนี้


รุ่นพิเศษเฉพาะบูติก
อีกหนึ่งรุ่นนำเสนอความโดดเด่นในแบบที่สงบนิ่งกว่า นาฬิการุ่นนี้วางจำหน่ายเฉพาะที่บูติกของ Blancpain เท่านั้น โดยจับคู่ตัวเรือนสเตนเลสสตีลกับตัวเลขโรมันโกลด์สีเหลือง 18 กะรัต หน้าปัดสีทองโอปาลีน และสายหนังนูบักหนังจระเข้สีเขียวโอลีฟ ตัดเย็บแบบ Saddle-Cut พร้อมเย็บด้วยมือ ความแตกต่างระหว่างสเตนเลสสตีลกับโกลด์ รวมถึงการเลือกใช้สีเขียวซึ่งแทบไม่เคยปรากฏในคอลเลกชั่น Villeret มาก่อน คือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่นักสะสมจะสังเกตเห็นได้ทันที

รายละเอียดที่ได้รับการปรับปรุง
ภาษาการออกแบบใหม่ของ Villeret ซึ่งเปิดตัวเมื่อฤดูใบไม้ร่วงที่ผ่านมา ถูกนำมาใช้กับตัวเรือนขนาด 38 มิลลิเมตรอย่างครบถ้วน

ตัวเลขโรมันได้รับการปรับขนาดใหม่เพื่อให้เกิดความสมดุล โดยผลิตจากโกลด์ 18 กะรัต พื้นผิวด้านบนขัดซาติน ขณะที่ขอบด้านข้างขัดเงา เลขโรมัน XII แบบดั้งเดิมถูกแทนที่ด้วยโมโนแกรม JB ซึ่งย่อมาจาก Jehan-Jacques Blancpain ผู้ก่อตั้งแบรนด์

เข็มทรงเรียวได้รับการเคลือบ Super-LumiNova® เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านเวลาในที่แสงน้อย ขณะที่ช่องแสดงวันที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกามีขนาดใหญ่ขึ้น เมื่อพลิกดูผ่านฝาหลังกระจกแซฟไฟร์ จะพบโรเตอร์แบบโปร่งผลิตจากโกลด์สีแดงในรุ่นตัวเรือนโกลด์ และโกลด์สีเหลืองในรุ่นตัวเรือนสเตนเลสสตีล เผยให้เห็นกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 1150 ซึ่งมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 100 ชั่วโมง


ความเชื่อมั่นที่สืบทอดมาตั้งแต่ปี 1983
แนวคิดเรื่อง "ขนาดที่เหมาะสม" ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Villeret หากแต่เป็นแนวคิดที่เก่าแก่ที่สุดของคอลเลกชั่น ย้อนกลับไปในปี 1983 ขณะที่อุตสาหกรรมนาฬิกาส่วนใหญ่กำลังมุ่งหน้าสู่ยุคควอตซ์ Blancpain กลับเลือกเดินในทิศทางตรงกันข้าม ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาปฏิทินสมบูรณ์พร้อมข้างขึ้นข้างแรมที่มีขนาดเล็กที่สุดในยุคนั้น เพียง 34 มิลลิเมตร นั่นคือการประกาศจุดยืนอย่างชัดเจนในคุณค่าของศิลปะการผลิตนาฬิกาจักรกล และพิสูจน์ว่านาฬิกาสามารถเป็นทั้งงานช่าง งานศิลป์ และวัตถุที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก มากกว่าจะเป็นเพียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นาฬิกาเรือนนั้นได้สร้างรหัสการออกแบบที่ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นขอบตัวเรือนแบบ Double-Stepped ความเรียบง่าย หรือดวงจันทร์พร้อมใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ แม้ว่าคอลเลกชั่นจะยังไม่ได้รับชื่อ "Villeret" อย่างเป็นทางการจนกระทั่งปี 2002

ตลอดช่วงทศวรรษ 1980, 1990 และ 2000 Blancpain ได้สร้างสรรค์ผลงานที่นับเป็นหนึ่งในยุคสมัยแห่งนวัตกรรมสำคัญของวงการนาฬิกาสวิส ผ่านการพัฒนากลไกใหม่ ความซับซ้อนหลากหลายรูปแบบ และกลไกแบบบางพิเศษ ภายใต้สัดส่วนตัวเรือนที่สง่างามและเรียบง่าย

ปัจจุบัน นักสะสมรุ่นใหม่จำนวนมากได้ค้นพบเสน่ห์ของ Villeret รุ่นแรกอีกครั้ง และหลงใหลในคุณค่าที่คอลเลกชั่นนี้ยึดมั่นมาโดยตลอด ได้แก่ ความเรียบง่าย สัดส่วนที่สมบูรณ์ และความเชื่อว่านาฬิกาที่เหนือกาลเวลาที่สุด คือเรือนที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ดวงจันทร์ในตัวเรือน 29.2 มิลลิเมตร
มีกลไกซับซ้อนเพียงไม่กี่ประเภทที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์อย่างแท้จริง และสำหรับ Blancpain นั่นคือกลไกแสดงข้างขึ้นข้างแรมหรือมูนเฟส ซึ่งนอกเหนือจาก Villeret Ultraplate ขนาด 38 มิลลิเมตร แล้ว Blancpain ยังเปิดตัว Villeret Phases de Lune สองรุ่นใหม่ ในตัวเรือนขนาด 29.2 มิลลิเมตร ภายในช่องแสดงผลขนาดใหญ่ประกอบด้วยแผ่นดิสก์เซรามิกสีน้ำเงินทำหน้าที่เป็นฉากหลังให้กับดวงจันทร์โกลด์ 18 กะรัตทรงนูน พร้อมใบหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของ Blancpain ซึ่งตกแต่งแบบซาติน ขณะที่ขอบตัวเรือนและหลักชั่วโมงประดับเพชรช่วยเพิ่มประกายอันสง่างาม และเข็มวันที่สีน้ำเงินทรงเซอร์เพนไทน์ช่วยบอกวันที่รอบหน้าปัด ภายในติดตั้งกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 913QL พร้อมระบบป้องกันความเสียหายของกลไก ทำให้สามารถปรับตั้งปฏิทินได้ทุกเวลาโดยไม่เสี่ยงต่อการเกิดความเสียหาย

ออกแบบเพื่อการสวมใส่
แม้จะยึดมั่นในประเพณีของคอลเลกชั่น Villeret แต่ Blancpain ก็ยังคงพัฒนารายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ด้วยระบบเปลี่ยนสายและหัวเข็มขัดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนสายได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้ว สายหนังจระเข้เย็บด้วยมือมีให้เลือกหลายสี ได้แก่ สีเบจ สีแอนทราไซต์ สีฮันนี สีน้ำเงิน และสีเขียวโอลีฟ เพื่อให้นาฬิกาสามารถปรับเปลี่ยนบุคลิกให้เข้ากับทุกโอกาสได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้