MB&F LM101 EVO NYC

Last updated: 2 ก.ค. 2569  |  37 จำนวนผู้เข้าชม  | 

MB&F LM101 EVO NYC

MB&F ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกสู่มหานครนิวยอร์ก เพื่อเปิดตัว New York Lounge แห่งใหม่ และร่วมเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ด้วยการเผยโฉม LM101 EVO NYC นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผลิตเพียง 25 เรือน ในตัวเรือนโรสโกลด์จับคู่กับโทนสีดำ

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 LM101 ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่มีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของ MB&F มาโดยตลอด ในฐานะ Legacy Machine ที่มีขนาดกะทัดรัดและบางที่สุดรุ่นหนึ่งของแบรนด์ LM101 ถ่ายทอดแก่นแท้ของศาสตร์แห่งเรือนเวลาด้วยองค์ประกอบสำคัญเพียงไม่กี่อย่าง ได้แก่ จักรกลอกแบบลอยตัว (Flying Balance Wheel) อันโดดเด่น มาตรวัดพลังงานสำรอง และการแสดงเวลาบนหน้าปัดย่อย ซึ่งทั้งหมดถูกจัดวางบนสถาปัตยกรรมกลไกสามมิติอันเป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ Legacy Machine


LM101 ยังนับเป็นนาฬิการุ่นแรกที่ใช้กลไกซึ่งออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรภายในของ MB&F อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับคำแนะนำด้านการออกแบบและมาตรฐานการตกแต่งกลไกจาก Kari Voutilainen ช่างทำนาฬิกาอิสระผู้ได้รับการยกย่องในระดับโลก จนกลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สะท้อนการผสานแนวคิดร่วมสมัยของ MB&F เข้ากับศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปีของแบรนด์ในปีที่ผ่านมา MB&F ได้ตอบรับเสียงเรียกร้องจากนักสะสมด้วยการเปิดตัว LM101 EVO รุ่นมาตรฐานใหม่ 2 เวอร์ชันในตัวเรือนไทเทเนียม ซึ่งต่อยอดแนวคิดของ Legacy Machine ให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการกันน้ำระดับ 80 เมตร เม็ดมะยมแบบขันเกลียว ตัวเรือนที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมสายยางในตัว การเคลือบ Super-LumiNova บนหน้าปัดและเข็มบอกเวลา การเพิ่มพลังงานสำรองเป็น 60 ชั่วโมง ตลอดจนระบบดูดซับแรงกระแทก FlexRing ที่จดสิทธิบัตรโดย MB&F


สำหรับ LM101 EVO NYC Edition รุ่นล่าสุด ยังคงใช้พื้นฐานทางเทคนิคและสถาปัตยกรรมกลไกเดียวกับ LM101 EVO ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2025 แต่เพิ่มความพิเศษด้วยตัวเรือน 18K โรสโกลด์ จับคู่กับแผ่นหน้าปัดเคลือบ PVD สีดำ ตกแต่งลายซันเรย์บรัช สร้างความตัดกันอย่างโดดเด่นกับจักรกลอกแบบลอยตัวและหน้าปัดย่อยที่ดูราวกับลอยอยู่เหนือกลไก พร้อมช่วยขับเน้นมิติสามมิติอันเป็นเอกลักษณ์ของ Legacy Machine ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ในด้านโครงสร้างและกลไก รุ่นพิเศษนี้ยังคงยึดพื้นฐานเดียวกับ LM101 EVO ที่ MB&F เปิดตัวเมื่อต้นปี 2025 ไม่ว่าจะเป็นการแสดงชั่วโมงและนาทีบนหน้าปัดย่อย มาตรวัดพลังงานสำรอง 60 ชั่วโมงที่ได้รับการปรับปรุง รวมถึงสะพานจักรกลอกที่ตกแต่งด้วยมือ ภายใต้กระจกแซฟไฟร์ กลไกยังคงเผยให้เห็นงานฝีมือชั้นสูงที่พัฒนาร่วมกับ Kari Voutilainen ผสานเทคนิคการตกแต่งกลไกแบบโอต์ออร์โลเฌอรีดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดการออกแบบจักรกลอันเป็นเอกลักษณ์ของ MB&F ได้อย่างลงตัว

เมื่อพลิกนาฬิกาไปยังด้านหลังจะพบรายละเอียดพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อโอกาสนี้โดยเฉพาะ กับการสลักคำว่า "MB&F NYC" บนฝาหลัง เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการเปิด MB&F Lounge New York พื้นที่แห่งใหม่ของแบรนด์ในมหานครนิวยอร์ก หนึ่งในเมืองที่เปี่ยมด้วยพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมของโลก

LM101 EVO NYC Edition ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 25 เรือน และจำหน่ายเฉพาะผ่าน MB&F Lounge New York เท่านั้น นอกจากจะเป็นการยกย่องเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ LM101 แล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นบทใหม่ของ MB&F ในมหานครนิวยอร์กอีกด้วย

MB&F Lounge New York
บ้านหลังใหม่ของแบรนด์ในใจกลางแมนฮัตตัน
มหานครนิวยอร์กเป็นเมืองที่สะท้อนตัวตนของ MB&F ได้อย่างชัดเจน ทั้งพลังที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ความคิดสร้างสรรค์ และการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา คุณค่าเหล่านี้เองที่ทำให้แบรนด์เลือกปักหมุดสร้าง "บ้าน" แห่งใหม่ในสหรัฐอเมริกา ด้วยการเปิด MB&F Lounge New York ใจกลางย่านแมนฮัตตัน หลังจากสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับนักสะสมและเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศมายาวนานกว่า 20 ปี ไม่ว่าจะเป็น Westime ในเบเวอร์ลีฮิลส์, Stephen Silver ในซิลิคอนแวลลีย์, Watches of Switzerland ในลาสเวกัส และ Provident Jewelry ในเมืองจูปิเตอร์ รัฐฟลอริดา

นับเป็นพื้นที่ค้าปลีกที่ MB&F บริหารงานด้วยตนเองแห่งที่สอง ต่อจากการเปิด M.A.D.Gallery แห่งแรกที่นครเจนีวาเมื่อ 15 ปีก่อน และยังเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายบทบาทแบรนด์ในทวีปอเมริกาเหนือ

"การได้ต้อนรับคอมมูนิตี้ของเราในหนึ่งในอาคารที่เป็นสัญลักษณ์ของมหานครนิวยอร์กคือความฝันที่เป็นจริง นักสะสมชาวอเมริกันเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนที่เหนียวแน่นที่สุดของ MB&F มาโดยตลอด เพราะความกล้าหาญของงานออกแบบของเราสอดคล้องกับแนวคิดอันกล้าแสดงออกของผู้คนในประเทศนี้ และเมื่อ MB&F ก้าวเข้าสู่ปีที่ 20 ก็ถึงเวลาที่แบรนด์ควรมีพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับต้อนรับทุกคนในนิวยอร์ก"  Maximilian Büsser ผู้ก่อตั้ง MB&F


MB&F Lounge ตั้งอยู่บนชั้น 5 ของอาคารประวัติศาสตร์ Fuller Building เลขที่ 595 Madison Avenue มองเห็นถนนสายสำคัญ 57th Street อาคารสไตล์อาร์ตเดโคแห่งนี้สร้างขึ้นในปี 1929 โดยบริษัทสถาปนิก Walker & Gillette เพื่อเป็นสำนักงานใหญ่ของ Fuller Construction Company ซึ่งเคยมีสำนักงานอยู่ในอาคารแลนด์มาร์กอย่าง Flatiron Building มาก่อน ตัวอาคารโดดเด่นด้วยฐานหินแกรนิตสีดำ หน้าต่างบานใหญ่ และโถงทางเข้าความสูงสามชั้นที่ประดับประติมากรรมฝีมือ Elie Nadelman

พื้นที่ภายในได้รับการออกแบบโดย Voltige Design & Architecture พันธมิตรด้านสถาปัตยกรรมที่ร่วมงานกับ MB&F มาอย่างยาวนาน โดยนำแนวคิดการออกแบบเดียวกับ M.A.D.Gallery และ MB&F LAB มาปรับใช้กับพื้นที่แห่งใหม่ แทนที่จะเป็นร้านจำหน่ายนาฬิกาในรูปแบบดั้งเดิม Lounge แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ต้อนรับนักสะสมและผู้หลงใหลในเรือนเวลา ให้ได้สัมผัสผลงานของ MB&F อย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยศิลปะแห่งจักรกล

ภายในประกอบด้วยมุมนั่งเล่นที่ให้ความรู้สึกราวกับห้องรับแขก พื้นที่จัดแสดงผลงาน สำนักงาน และห้องประชุมส่วนตัว ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบให้สร้างบรรยากาศที่ทั้งอบอุ่น เป็นส่วนตัว และสร้างแรงบันดาลใจ

แสงธรรมชาติที่ส่องผ่านเข้ามาอย่างเต็มที่ เส้นสายสถาปัตยกรรมที่ลื่นไหล งานไม้โทนอุ่น และวัตถุตกแต่งที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ล้วนสะท้อนปรัชญาที่ MB&F ยึดถือมาตั้งแต่วันแรก นั่นคือการสร้างพื้นที่แห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และเชื่อมโยงผู้คนที่หลงใหลในศิลปะแห่งจักรกลเข้าด้วยกัน


MB&F Lounge New York เปิดให้บริการ วันจันทร์–ศุกร์ เวลา 09.00–18.00 น. โดยเปิดให้เข้าชม เฉพาะผู้ที่นัดหมายล่วงหน้า เท่านั้น

เกี่ยวกับ LM101
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 LM101 คือหนึ่งในผลงานที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของ MB&F และเป็นสมาชิกที่มีขนาดกะทัดรัดที่สุดรุ่นหนึ่งของตระกูล Legacy Machine ด้วยตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร แม้จะมีสัดส่วนที่เล็กและบางกว่ารุ่นอื่นในคอลเลกชัน แต่ยังคงเอกลักษณ์ของสถาปัตยกรรมกลไกสามมิติไว้อย่างครบถ้วน โดยมีจักรกลอกแบบลอยตัว (Flying Balance Wheel) ขนาดใหญ่ 14 มิลลิเมตร ลอยเด่นอยู่เหนือกลไก เป็นหัวใจสำคัญของการแสดงเวลา

ชื่อ LM101 สื่อถึงการกลับไปสู่ "พื้นฐาน" ของศาสตร์แห่งนาฬิกากลไก โดยรวบรวมองค์ประกอบสำคัญที่สุดของนาฬิกาจักรกลไว้เพียงสามส่วน ได้แก่ จักรกลอกที่ทำหน้าที่ควบคุมความเที่ยงตรงของการเดินเวลา มาตรวัดพลังงานสำรองซึ่งบอกปริมาณพลังงานที่เหลืออยู่ในลาน และการแสดงเวลาบนหน้าปัดย่อย ทั้งหมดถูกจัดวางบนกลไกที่มีมิติและความลึกอันเป็นเอกลักษณ์ของ MB&F

LM101 ยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ เพราะเป็นนาฬิการุ่นแรกที่ใช้กลไกซึ่งออกแบบและพัฒนาขึ้นโดยทีมวิศวกรภายในของ MB&F อย่างเต็มรูปแบบ โดยได้รับการสนับสนุนจาก Kari Voutilainen ช่างทำนาฬิกาอิสระเจ้าของรางวัลระดับนานาชาติ ผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดสถาปัตยกรรมของกลไก รวมถึงมาตรฐานการตกแต่งที่อ้างอิงเทคนิคงานฝีมือแบบศตวรรษที่ 19 เพื่อให้ทุกองค์ประกอบสอดคล้องกับหลักการของศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (Haute Horlogerie) และเคารพต่อมรดกของนาฬิกาโบราณ

ตลอดเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา LM101 ได้รับการตีความใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านตัวเรือนหลากหลายวัสดุ ทั้งไวท์โกลด์ โรสโกลด์ เยลโลว์โกลด์ แพลทินัม พัลลาเดียม และสเตนเลสสตีล พร้อมหน้าปัดที่นำเสนอสีสันและการตกแต่งอันโดดเด่นในหลากหลายรูปแบบ ทำให้แต่ละเวอร์ชันมีเอกลักษณ์และเสน่ห์เฉพาะตัว

ปัจจุบัน LM101 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในผลงานที่นักสะสมตามหามากที่สุดของ MB&F และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เสียงเรียกร้องจากเหล่านักสะสมที่ต้องการเห็น LM101 ในเวอร์ชัน EVO ก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่ความต้องการดังกล่าวจะกลายเป็นจริงด้วยการเปิดตัว LM101 EVO ในปี 2025 ซึ่งเป็นพื้นฐานของ LM101 EVO NYC Edition รุ่นล่าสุด

เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีของ MB&F ในปี 2025 แบรนด์จึงตอบรับเสียงเรียกร้องจากนักสะสมด้วยการเปิดตัว LM101 EVO ซึ่งถือเป็นทั้งการยกย่องการเดินทางตลอดสองทศวรรษของ MB&F และของขวัญสำหรับผู้ที่ชื่นชอบ LM101 มาอย่างยาวนาน โดยเปิดตัวพร้อมกัน 2 เวอร์ชันในตัวเรือนไทเทเนียม จับคู่กับแผ่นหน้าปัดสี Salmon และ Peacock Green

LM101 EVO มาพร้อมการปรับรายละเอียดหลายจุดเพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น หน้าปัดย่อยสีดำทั้งสองตำแหน่งซึ่งดูราวกับลอยอยู่เหนือแผ่นหน้าปัด ถูกเพิ่มกรอบวงกลมตกแต่งอย่างประณีต ขณะที่หน้าปัดแสดงชั่วโมงและนาทีบริเวณมุมขวาบนเลือกใช้เข็มทองดีไซน์ใหม่ ส่วนหน้าปัดย่อยด้านล่างซึ่งทำหน้าที่แสดงพลังงานสำรองก็ได้รับการปรับปรุงครั้งสำคัญ โดยเพิ่มระยะเวลาสำรองพลังงานจาก 45 ชั่วโมง เป็น 60 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของคอลเลกชัน EVO ที่มุ่งเน้นความแข็งแกร่งและการใช้งานที่คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

จุดกำเนิดของคอลเลกชัน EVO
คอลเลกชัน EVO ถือกำเนิดขึ้นในปี 2020 จากการเปิดตัว LM Perpetual EVO ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก LM Perpetual นาฬิกาที่ได้รับรางวัลและคำชื่นชมอย่างกว้างขวาง โดยนำแนวคิดของ Legacy Machine มาปรับให้รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านความทนทาน ความสบายในการสวมใส่ และความแข็งแกร่งของโครงสร้าง

หลังจากนั้น MB&F ได้ขยายแนวคิด EVO อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัว LM Split Escapement EVO และ LM Sequential EVO ในปี 2022 ก่อนที่ตระกูล EVO จะเติบโตสมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยการมาถึงของ LM101 EVO ในปี 2025

แนวคิดของ EVO คือการยกระดับนาฬิกาในตระกูล Legacy Machine ให้พร้อมสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและกิจกรรมที่มีความเคลื่อนไหวมากขึ้น โดยผสานการปรับปรุงทั้งด้านการออกแบบและวิศวกรรมเข้าไว้ด้วยกัน คุณสมบัติเด่นของนาฬิกา EVO ได้แก่ ความสามารถในการกันน้ำลึก 80 เมตร เม็ดมะยมแบบขันเกลียว (Screw-down Crown) สายยางแบบติดตั้งเข้ากับตัวเรือน และระบบดูดซับแรงกระแทก FlexRing ที่ MB&F จดสิทธิบัตร ซึ่งติดตั้งอยู่ระหว่างตัวเรือนและกลไก เพื่อช่วยปกป้องนาฬิกาจากแรงสั่นสะเทือนระหว่างการสวมใส่ นอกจากนี้ยังเลือกใช้วัสดุประสิทธิภาพสูงอย่าง เซอร์โคเนียม และ ไทเทเนียม เพื่อเพิ่มทั้งความแข็งแรง ความทนทาน และความสบายในการสวมใส่

ในด้านการออกแบบ EVO มีเอกลักษณ์จากตัวเรือนที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ พร้อมสายที่เชื่อมต่อกับตัวเรือนอย่างกลมกลืน อีกหนึ่งจุดเด่นคือการตัดขอบตัวเรือน (Bezel) แบบดั้งเดิมออก ทำให้กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมเผยให้เห็นหน้าปัดและกลไกได้อย่างเต็มตา ขณะที่การเคลือบ Super-LumiNova บนเข็มและหลักแสดงผลช่วยเพิ่มความชัดเจนในการอ่านเวลา ส่วนงานตกแต่งกลไกเลือกใช้โทนสีเข้ม เพื่อเสริมบุคลิกที่สปอร์ต ทันสมัย และแตกต่างจาก Legacy Machine รุ่นดั้งเดิมอย่างชัดเจน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้