GRAND SEIKO Evolution 9

Last updated: 6 ก.ค. 2569  |  30 จำนวนผู้เข้าชม  | 

GRAND SEIKO Evolution 9

วันนี้ Grand Seiko ได้เปิดตัวผลงานรุ่นหลักในคอลเลกชัน Evolution 9 อีกครั้ง โดยนำเก้ารุ่นระดับเรือธงมาปรับปรุงหลายด้าน โดยแบ่งเป็น 5 รุ่นที่ใช้กลไก Spring Drive ซีรีส์ 9R และ 4 รุ่นที่ใช้กลไกจักรกลซีรีส์ 9S ผลงานเหล่านี้ยังคงยึดหลักสำคัญด้านความงาม ความชัดเจนในการอ่านค่า และความสบายในการสวมใส่ พร้อมสะท้อนถึงการแสวงหานาฬิกาข้อมือในอุดมคติอย่างไม่หยุดยั้ง Evolution 9 จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ Grand Seiko Style ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ผลงานใหม่มาพร้อม ตัวล็อคที่มี Micro‑Adjustment แบบสามระดับ ช่วยให้สามารถปรับขนาดได้อย่างละเอียดโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับได้ครั้งละ 2 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มความสบายในการสวมใส่ ผลงานรุ่นใหม่ทั้งหมดมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มม. ยกเว้นเพียงหนึ่งรุ่นเท่านั้น และยังปรับดีไซน์สายให้เรียวลงมากกว่ารุ่นก่อนหน้า จากทั้งหมด 9 รุ่นใหม่ มี 7 รุ่นที่ผลิตจาก Ever‑Brilliant Steel สเตนเลสสตีลอัลลอยที่ขึ้นชื่อเรื่องความทนทานต่อการกัดกร่อนและประกายสีสว่าง ส่วนอีก 2 รุ่นผลิตจาก High‑Intensity Titanium

สำหรับรุ่นสเตนเลสสตีลล่าสุด มาพร้อมตัวเรือน สาย และตัวล็อคที่มี Micro Adjustment ผลิตจาก Ever Brilliant Steel สเตนเลสสตีลชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติทนทานและโดดเด่นด้วยประกายแวววาว

*สเตนเลสสตีลชนิดนี้มีค่า PREN (Pitting Resistance Equivalent Number) มากกว่า 40 ซึ่งในอุตสาหกรรมเหล็กจัดอยู่ในประเภท “super stainless steel” โดยค่า PREN ถือเป็นมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ใช้ในการวัดระดับความทนทานต่อการกัดกร่อน

กลไกชั้นนำของ Grand Seiko คือหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลงานใหม่ทั้งหมดในคอลเลกชัน Evolution 9 รุ่น Spring Drive มาพร้อมคาลิเบอร์ 9RB2 ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 มอบความเที่ยงตรงระดับพิเศษ ±20 วินาทีต่อปี พร้อมกำลังสำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง ส่วนรุ่นจักรกลใช้คาลิเบอร์ 9SA5 กลไกเรือธงที่ทำงานด้วยความถี่สูง และมีกำลังสำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง

ผลงาน Spring Drive 5 รุ่นใหม่ที่ผสานสมรรถนะและความงามอย่างลงตัว
ทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Shinshu Watch Studio ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์การผลิตของ Seiko Epson เมืองชิโอจิริ มีทะเลสาบสุวะ (Lake Suwa) อันสงบงาม หน้าปัดลาย Lake Suwa ถ่ายทอดผิวผืนน้ำอันนิ่งสงบของทะเลสาบสำคัญแห่งนากาโนะด้วยดีไซน์เฉพาะตัว และได้กลายเป็นเอกลักษณ์สำคัญของคอลเลกชัน Evolution 9 ผลงานใหม่สองรุ่นนำเสนอหน้าปัด Lake Suwa สีน้ำเงิน ที่สะท้อนประกายแสงอาทิตย์ยามเช้าบนผืนน้ำ นำเสนอแรงบันดาลใจจาก Lake Suwa ที่ผ่านการตีความใหม่ โดยใช้โทนสีที่อ่อนลงบนลวดลายและพื้นผิวของหน้าปัด

SLGB015 (37 มม.)
ผลงานใหม่สองรุ่นนำเสนอหน้าปัด Lake Suwa สีฟ้าน้ำเงิน โดยมีหนึ่งรุ่นขนาด 37 มม. และอีกรุ่นมาพร้อมตัวเรือนขนาด 40 มม.

หน้าปัดสีดำได้แรงบันดาลใจจากผิวน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์

หน้าปัด Lake Suwa ยังถูกนำเสนอในโทนสีดำเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวสีใหม่สำหรับดีไซน์นี้ ผลงานใหม่ถ่ายทอดภาพผิวน้ำที่ส่องประกายภายใต้แสงจันทร์ยามเที่ยงคืน ตัวเรือนและสายผลิตจาก High‑Intensity Titanium วัสดุไทเทเนียมชนิดพิเศษที่มีความเงางาม น้ำหนักเบากว่าสเตนเลสสตีลประมาณ 30% และทนต่อรอยขีดข่วนได้ดีกว่า เพื่อความทนทานที่เหนือกว่า

นอกจากนี้ยังมีผลงาน Spring Drive อีกสองรุ่นที่ได้รับการนำกลับมาอีกครั้ง โดยได้แรงบันดาลใจจากทิวทัศน์ธรรมชาติรอบ ๆ Shinshu Watch Studio รุ่นหนึ่งสะท้อนความงามของป่าต้นไวท์เบิร์ชใกล้สตูดิโอ ส่วนอีกรุ่นถ่ายทอดการเคลื่อนผ่านของเวลาในหุบเขา Atera Valley สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดนากาโนะ


ขับเคลื่อนด้วยกลไก Spring Drive U.F.A. Caliber 9RB2
กลไก Spring Drive U.F.A. (Ultra Fine Accuracy) เปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 มอบความเที่ยงตรงระดับสูงสุด ด้วยความคลาดเคลื่อนเพียง ±20 วินาทีต่อปี ทำให้เป็นกลไกนาฬิกาข้อมือที่ขับเคลื่อนด้วยเมนสปริงซึ่งแม่นยำที่สุดในปัจจุบัน เพื่อรักษาความแม่นยำนี้ ตัวคริสตัลออสซิลเลเตอร์และ IC ถูกซีลสุญญากาศ พร้อมทั้งผ่านกระบวนการปรับความเสถียรเฉพาะที่เรียกว่า aging process การซีลสุญญากาศช่วยลดผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น อุณหภูมิ ความชื้น ไฟฟ้าสถิต และแสง ทำให้กลไกสามารถรักษาความเที่ยงตรงได้สูง ความถี่ของออสซิลเลเตอร์แต่ละตัวถูกวัดในหลายระดับอุณหภูมิ และข้อมูลที่ได้ถูกโปรแกรมเข้าสู่ IC พลังงานต่ำเพื่อการชดเชยอุณหภูมิอย่างแม่นยำ กลไกยังมาพร้อมสวิตช์ปรับแต่งที่ช่างสามารถใช้ได้ระหว่างการบริการหลังการขาย เพื่อแก้ไขความคลาดเคลื่อนด้านความเที่ยงตรงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานระยะยาว ผลงาน Spring Drive รุ่นใหม่จะเริ่มจำหน่ายที่ Grand Seiko Boutique และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลก ตั้งแต่เดือนกันยายน 2026 เป็นต้นไป

นาฬิกา 4 รุ่นเอกลักษณ์จากคอลเลกชัน Evolution 9 ที่ติดตั้งกลไกเรือธง Caliber 9SA5 ได้รับการปรับโฉมใหม่
หน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากป่าต้นไวท์เบิร์ชใกล้ Grand Seiko Studio Shizukuishi ศูนย์กลางการผลิตนาฬิกากลไกของ Grand Seiko ถือเป็นหนึ่งในดีไซน์ยอดนิยมที่สุดของแบรนด์ ลวดลายอันโดดเด่นสะท้อนความงามของต้นไม้เหล่านี้ และถ่ายทอดความสดชื่น ปลอดโปร่ง ของอากาศบริสุทธิ์บนที่สูง จังหวัดอิวาเตะซึ่งเป็นที่ตั้งของ Grand Seiko Studio Shizukuishi ยังเป็นที่ตั้งของป่าต้นไวท์เบิร์ชที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ต้นไม้ชนิดนี้เติบโตเร็ว รักแสงแดด และเปี่ยมด้วยพลังชีวิต ลำต้นสีขาวที่ทอดตรงสู่ท้องฟ้าสื่อถึงทั้งความงามและความแข็งแกร่ง


ด้วยแรงบันดาลใจจากทิวแถวต้นเบิร์ชที่ทอดยาวสุดสายตา พื้นผิวและลวดลายของหน้าปัดถ่ายทอดความลุ่มลึกมีมิติของผืนป่าได้อย่างงดงาม ผลงานใหม่นี้ยังคงใช้ลวดลายหน้าปัดเดียวกับรุ่นดั้งเดิม แต่เพิ่มความโดดเด่นด้วยตัวเรือนและสายที่ผลิตจาก Ever‑Brilliant Steel พร้อมตัวล็อกแบบ Micro-Adjustment ที่มอบทั้งความกระชับ สวมใส่สบาย และฟังก์ชันการใช้งานร่วมสมัย

นาฬิกากลไกอีกสองรุ่นที่ใช้ลวดลายนี้ได้รับการปรับโฉมใหม่ด้วยเช่นกัน รุ่นหน้าปัดสีดำถ่ายทอดบรรยากาศเงียบสงบของผืนป่ายามค่ำคืน ส่วนรุ่นหน้าปัดสีเขียวได้แรงบันดาลใจจากต้นไวท์เบิร์ชที่เปล่งประกายมีชีวิตชีวาท่ามกลางแดดฤดูร้อน ถ่ายทอดออกมาเป็นโทนสีเขียวเย็นตาและสดชื่น รุ่นหน้าปัดสีดำผลิตจาก High‑Intensity Titanium ขณะที่รุ่นหน้าปัดสีเขียวใช้วัสดุ Ever‑Brilliant Steel

ความงามตามธรรมชาติของหุบเขาเก็นบิ (Genbi Valley) ซึ่งมีสายน้ำใสไหลผ่านแนวหินผาขรุขระ ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับผลงานกลไกรุ่นใหม่อีกหนึ่งรุ่น

หุบเขา Genbi Valley ในจังหวัดอิวาเตะ ใกล้กับ Grand Seiko Studio Shizukuishi ทอดตัวไปตามแม่น้ำ Iwai เป็นระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ที่ผสมผสานความงดงามของธรรมชาติกับสายน้ำที่ไหลเอื่อยอย่างงดงาม ลวดลายพื้นผิวบนหน้าปัดของผลงานนาฬิกากลไกรุ่นใหม่นี้สะท้อนรูปทรงหินผาอันเป็นเอกลักษณ์ ขณะที่โทนสีฟ้าอ่อนถ่ายทอดความสดชื่นและความใสกระจ่างของสายน้ำในฤดูร้อน

ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 9SA5 ซึ่งทำงานด้วยความถี่ 36,000 รอบต่อชั่วโมง และมอบพลังงานสำรองยาวนานถึง 80 ชั่วโมง
นาฬิกากลไกใหม่ทั้งสี่รุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 9SA5 ของ Grand Seiko กลไกนี้มอบพลังงานสำรองประมาณ 80 ชั่วโมง พร้อมการทำงานที่ความถี่สูง 36,000 รอบต่อชั่วโมง ด้วยการใช้ระบบ Dual Impulse Escapement และบาร์เรลคู่ที่บรรจุเมนสปริงสองเส้น นอกจากสมรรถนะสูงแล้ว การจัดวางชุดเฟืองในแนวนอนซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Caliber 9SA5 ยังทำให้กลไกมีความบางเป็นพิเศษ กลไกนี้สร้างสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญที่ Grand Seiko Studio Shizukuishi ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม โดยมีภูเขา Iwate อันสง่างามทอดตัวอยู่เบื้องหน้า เพื่อเป็นการคารวะต่อสิ่งแวดล้อมรอบสตูดิโอ สะพานจักรจึงถูกออกแบบให้มีเส้นโค้งอ่อนช้อยที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงของภูเขา Iwate และโค้งน้ำของแม่น้ำ Shizukuishi ที่ไหลผ่านบริเวณสตูดิโอ

ผลงานจักรกลรุ่นใหม่จะเริ่มวางจำหน่ายที่ Grand Seiko Boutique และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วโลก ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 เป็นต้นไป

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้