Last updated: 11 ก.ค. 2569 | 40 จำนวนผู้เข้าชม |
Ulysse Nardin ร่วมกับ PMT The Hour Glass จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของคอลเลกชัน Freak ที่พาผู้ร่วมงานย้อนรอยวิวัฒนาการของหนึ่งในนาฬิกาไอคอนิกที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอุตสาหกรรมการประดิษฐ์นาฬิกา พร้อมถ่ายทอดนวัตกรรมทางวิศวกรรมอันล้ำสมัยของแบรนด์ โดยเปลี่ยน Lecture Hall @ The Campus ภายในโรงแรม Grand Hyatt Erawan Bangkok ให้เป็นเสมือนห้องทดลองของ Ulysse Nardin ผ่านการจัดแสดงที่เผยให้เห็นกลไกและแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์นาฬิกาคอลเลกชันนี้

ภายใต้แนวคิด “180 Years of Always Challenging Convention. 25 Years of the Watch That Proved It.” งานครั้งนี้พาผู้ร่วมงานย้อนรอยเส้นทางแห่งนวัตกรรมของ Ulysse Nardin ผ่านโซน Freak Genesis ถ่ายทอดเรื่องราวตลอด 180 ปี ตั้งแต่การก่อตั้งในปี 1846 โดย Ulysse Nardin ณ เมือง Le Locle ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องบอกเวลาทางทะเล (Marine Chronometer) ที่ได้รับความไว้วางใจจากกองทัพเรือกว่า 50 ประเทศทั่วโลก พร้อมสร้างชื่อเสียงจากรางวัลด้านความเที่ยงตรงกว่า 4,300 รางวัล

ภายในโซนดังกล่าวยังนำเสนอเรื่องราวของบุคคลผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของแบรนด์ เริ่มจาก Rolf Schnyder ผู้เข้าซื้อกิจการ Ulysse Nardin ในปี 1983 และนำพาแบรนด์กลับมาโดดเด่นอีกครั้งด้วยแนวคิดด้านกลไกที่กล้าท้าทายกรอบเดิมของอุตสาหกรรม รวมถึง Dr. Ludwig Oechslin นักดาราศาสตร์และนักประดิษฐ์นาฬิกา ผู้สร้างผลงานระดับตำนานอย่าง Astrolabium Galileo Galilei และผู้เป็นกำลังสำคัญเบื้องหลังการถือกำเนิดของ Freak
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการถ่ายทอดเรื่องราวของ Freak นาฬิกาที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2001 และสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่นำ Silicon มาใช้เป็นชิ้นส่วนในกลไก จุดประกายการปฏิวัติครั้งสำคัญที่ได้รับการขนานนามว่า “Silicon Revolution” ซึ่งส่งอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสอย่างต่อเนื่อง

ด้วยแนวคิด “No Dial. No Hands. No Crown.” Freak ฉีกทุกกฎเกณฑ์ของการออกแบบนาฬิกาแบบดั้งเดิม ผ่านการตัดหน้าปัด เข็มนาฬิกา และเม็ดมะยมออกทั้งหมด พร้อมใช้กลไกเป็นตัวบอกเวลาโดยตรง จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการปฏิวัติวงการนาฬิกา และได้รับรางวัล Innovation Prize ในปี 2002 ซึ่งตอกย้ำสถานะของ Freak ในฐานะนาฬิกาแห่งนวัตกรรมที่สร้างปรากฏการณ์ นอกจากนี้ยังได้สัมผัสวิวัฒนาการของคอลเลกชัน Freak ผ่านโซน Freak Saga ซึ่งรวบรวมผลงานสำคัญตั้งแต่ UN-01 Freak ปี 2001 จนถึง Freak One ที่คว้ารางวัล Iconic Watch Prize จาก Grand Prix d’Horlogerie de Genève (GPHG) ในปี 2023 พร้อมสะท้อนวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ต่อเนื่องตลอด 25 ปี ไม่ว่าจะเป็น DIAMonSIL®, Grinder®, Silicon Escapement และระบบกลไกที่ได้รับการจดสิทธิบัตรจำนวนมากผ่านโซน High Horology




เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 25 ปีของ Freak ในปี 2026 ทาง Ulysse Nardin ได้เปิดตัวคาลิเบอร์ใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ UN-232 สำหรับ SuperFreak และ UN-252 สำหรับ Freak X ซึ่งสะท้อนพัฒนาการล่าสุดของนวัตกรรมที่ต่อยอดจากแนวคิดของ Freak ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา SuperFreak เปิดตัวครั้งแรกในงาน Watches and Wonders 2026 โดยได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานขององค์ความรู้และประสบการณ์ตลอด 25 ปีของ Freak พร้อมนวัตกรรมที่จดสิทธิบัตรถึง 8 รายการ จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนาฬิกาแบบ Time Only ที่มีความซับซ้อนทางวิศวกรรมมากที่สุดรุ่นหนึ่งในปัจจุบัน ขณะเดียวกัน Freak X รุ่นใหม่พลิกโฉมการออกแบบภายใต้แนวคิดที่มอบประสบการณ์การสวมใส่ที่คล่องตัวและเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยตัวเรือนขนาด 41.5 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีลรีไซเคิล 80% กันน้ำได้ลึก 100 เมตร พร้อมติดตั้ง DIAMonSIL Escapement, Gold Micro-Rotor และระบบเปลี่ยนสายอย่างรวดเร็ว ผสานนวัตกรรมนาฬิกาเข้ากับรูปแบบการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว


ตลอดระยะเวลา 25 ปี คอลเลกชัน Freak ได้จดสิทธิบัตรรวมกว่า 35 รายการ และกลายเป็นหนึ่งในผลงานที่มีอิทธิพลต่อวงการนาฬิกาสมัยใหม่มากที่สุด สะท้อนปรัชญาของ Ulysse Nardin ที่ไม่เคยหยุดท้าทายทุกข้อจำกัด พร้อมเปลี่ยนแนวคิดที่ดูเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นความจริงผ่านนวัตกรรมการประดิษฐ์นาฬิกา
งานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปีของ Freak จึงไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จของนาฬิการุ่นไอคอนิก หากยังเป็นบทพิสูจน์ถึงแนวคิดของ Ulysse Nardin ที่ยังคงผลักดันขีดจำกัดของการประดิษฐ์นาฬิกาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 180 ปี
9 ก.ค. 2569
11 ก.ค. 2569
10 ก.ค. 2569
10 ก.ค. 2569