VACHERON CONSTANTIN Overseas

Last updated: 17 ก.ค. 2569  |  35 จำนวนผู้เข้าชม  | 

VACHERON CONSTANTIN Overseas

- ครั้งแรกในคอลเลกชัน โอเวอร์ซีส์ (Overseas) กับการเปิดตัวหน้าปัดสีเขียวเข้ม ผ่านการตกแต่งด้วยงานขัดแบบซาตินลายซันเบิรสต์ (sunburst) บริเวณศูนย์กลาง และขอบด้านข้างตกแต่งแบบก้ามะหยี่

- เฉดสีใหม่สําหรับนาฬิการุ่นพิงค์โกลด์ทั้งสี่รุ่น อันได้แก่ โครโนกราฟ (chronograph), ดูอัล ไทม์ (dual time) และเดท (date) ทั้งในรุ่นขนาด 41 มม. และ 35 มม.

- นาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้หลายโอกาสนี้ยังคงส่งมอบมาพร้อมกับสายสร้อยข้อมือ/สายในสามรูปแบบที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ ประกอบด้วยสายสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์ พร้อมตัวพับล็อกสายแบบปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว ร่วมไปกับสายหนังวัวสีเขียวและสายยางสีเขียว ที่ทั้งคู่มาพร้อมหัวเข็มขัดแบบหมุดสามารถถอดเปลี่ยนได้เช่นกัน

สีเขียวเข้มได้นํามาเสริมความโดดเด่นให้กับหน้าปัดและสายนาฬิกาที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ของผลงานเรือนเวลา โอเวอร์ซีส์ ใหม่ทั้งสี่รุ่นในตัวเรือนพิงก์โกลด์ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสําหรับคอลเลกชันนี้ โดยการผสมผสานอย่างกลมกลืนสมบูรณ์แบบเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการเดินทางที่ในวันนี้เฉดสีเขียวใหม่ได้มาปรากฏบนหน้าปัดของนาฬิการุ่นต่างๆ ทั้งรุ่นประดับอัญมณี ขนาด 35 มม., รุ่นเคท ขนาด 41 มม., รุ่นโครโนกราฟ ขนาด 42.5 มม. และรุ่นดูอัล ไทม์ ขนาด 41 มม. ที่แต่ละรุ่นสามารถกันน้ําได้ถึง 150 เมตร โดยติดตั้งด้วยกลไกจักรกลไขลานอัตโนมัติคุณภาพระดับสูงสุดซึ่งมาพร้อมงานฝีมือการตกแต่งอันประณีตละเอียด อ่อน กลไกเหล่านี้ประกอบด้วยโรเตอร์แกะสลักสัญลักษณ์วงกลมแสดงทิศ (compass rose) ของคอลเลกชัน และเฉกเช่นเดียวกับนาฬิกา โอเวอร์ซีส์ ทั้งหมดที่ในนาฬิกาใหม่ทั้งสี่รุ่นเหล่านี้ยังคงมาพร้อมกับสายสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์และตัวพับล็อกสายที่สามารถปรับได้อย่างง่ายดาย ทั้งยังแทนที่ได้ด้วยสายหนังวัวหรือสายยางสีเขียวซึ่งแต่ละสายมาพร้อมกับหัวเข็มขัดแบบหมุดสามารถถอดเปลี่ยนได้

หน้าปัดสีใหม่
โดยการมอบความโดดเด่นของหน้าปัดเฉดสีเขียวเข้มสําหรับนาฬิกาพิงก์โกลด์สี่รุ่นนี้ เมซง (Maison) ได้เสริมเสน่ห์แห่งจิตวิญญาณการผจญภัยให้กับคอลเลกชัน โอเวอร์ซีส์ ด้วยเฉดสีใหม่ที่แตกต่างและหลาย ซึ่งรหัสสีคลาสสิกของนาฬิกาโอเวอร์ซีส์ ทั้ง สีดํา สีเงิน สีเบจชมพู และสีน้ําเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของ คอลเลกชันไปอย่างสิ้นเชิง

โดยการผสมผสานความแวววาวอันลุ่มลึกของพิงก์โกลด์เข้ากับสีเขียวเข้ม เรือนเวลาใหม่เหล่านี้ได้นํา สุนทรียะความสวยงามอันสดใหม่มาสู่ นาฬิกาสไตล์สปอร์ตซิตของ วาเชอรอง ต้องสตองแดง (Vacheron Constantin)

และเพื่อย้าถึงความเข้มของสีใหม่นี้จึงต้องอาศัยซึ่งความเอาใจใส่ในรายละเอียดอันพิถีพิถันเพื่อมอบความสวยงามประณีตบนสัมผัสของการตกแต่ง จากภาพที่ตัดกันระหว่างพื้นหลังเคลือบแล็กเกอร์กึ่งโปร่งแสงที่เล่นกับมิติความลุ่มลึก ส่วน ณ ศูนย์กลางของหน้าปัดสง่างามด้วยการขัดแบบซาตินลายซันเบิรสต์ พร้อมทั้งขอบด้านข้างตกแต่งแบบกามะหยี่อันละเอียดอ่อน เสริมความสามารถในการมองเห็นได้อย่างมั่นใจในนาฬิการุ่นใหม่เหล่านี้ด้วยการตัดกันระหว่างเครื่องหมายหรือมาร์กเกอร์บอกชั่วโมงและเข็มทองที่เติมความโดดเด่นไว้ด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova) และหน้าปัดสีเข้ม โดย บรรจุด้วยสเกลนาทีคู่ที่มีเฉดสีอ่อนกว่า หรือสเกลนาทีเดี่ยวในรุ่นประดับอัญมณี ทั้งหมดนี้ล้วนช่วยให้สามารถอ่านค่าเวลานาทีและวินาทีได้อย่างถูกต้องแม่นยํา ส่วนการตกแต่งบนสายสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์ แบบผสานหรืออินทิเกรเตด (integrated) เข้ากับตัวเรือนนาฬิกานั้นยังมาพร้อมด้วยข้อสายขัดเงาและ ขัดซาตินแนวตั้ง ชวนให้นึกถึงรูปทรงของสัญลักษณ์ มอลทีส ครอส (Maltese cross) ที่จับคู่อย่างกลมกลืนเข้ากับขอบตัวเรือนผ่านการตกแต่งด้วยงานขัดแบบชาตินวงกลมที่รายล้อมอยู่เหนือหน้าปัดอันสง่างาม

ชิค แต่สปอร์ต
การเปิดตัวครั้งใหม่ของหน้าปัดสีเขียวเข้มได้ครอบคลุมอยู่ในนาฬิกาหลากหลายรุ่นของคอลเลกชัน โอเวอร์ซีส์ ซึ่งรวมไปถึงนาฬิกาทั้งสี่รุ่น อันได้แก่ รุ่นประดับอัญมณี (gemset) ขนาด 35 มม., รุ่นเซลฟ์-ไวนทิ้ง (self-winding) พร้อมด้วยการแสดงวันที่ ขนาด 41 มม., รุ่นโครโนกราฟ ขนาด 42.5 มม. และรุ่นดูอัล ไทม์ ขนาด 41 มม. โดยยังคงรักษาไว้ซึ่งคุณสมบัติและสไตล์สปอร์ตของคอลเลกชันที่นาฬิการุ่นใหม่พร้อมด้วยฝาหลังกระจกแซฟไฟร์เหล่านี้คงประสิทธิภาพของการกันน้ําได้ถึง 150 เมตร อันเป็นผลลัพธ์มาจากเม็ดมะยมแบบขันเกลียวลง ขณะที่วงแหวนเหล็กอ่อนด้านในตัวเรือนได้มอบการปกป้องกลไกจากสนามแม่เหล็กได้อย่างดี โดยเรือนเวลาเหล่านี้ติดตั้งด้วยกลไกคาลิเบอร์หลากหลาย พร้อมทั้งงานฝีมือการตกแต่งตาม ประเพณีของการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง (High Watchmaking) ซึ่งทั้งหมดเป็นกลไกจักรกลไขลาน อัตโนมัติที่มาพร้อมโรเตอร์พิงก์โกลด์ 22 กะรัตตกแต่งด้วยสัญลักษณ์วงกลมแสดงทิศของคอลเลกชัน ถ่ายทอดความแข็งแกร่ง ทนทาน และทํางานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ (28,800 ครั้งต่อชั่วโมง) นาฬิการุ่นใหม่ เหล่านี้มาพร้อมพลังงานสํารองที่เพียงพอต่อการสวมใสได้อย่างสะดวกสบาย

นาฬิกาหนึ่งเรือน สามโฉมหน้า
โอเวอร์ซีส์ มีเอกลักษณ์ของความหลากหลายในนาฬิกาเพียงหนึ่งเดียว ที่ประกอบด้วยประโยชน์การใช้งานสูงสุดและด้วยคุณสมบัติอันดึงดูดใจ

ทั้งหมดนี้เป็นผลลัพธ์มาจากความสามารถในการถอดเปลี่ยนได้ของสายสร้อยข้อมือ/ สายนาฬิกา ที่ช่วยให้นาฬิกาแต่ละรุ่นนั้นประยุกต์สู่สไตล์อันแตกต่างได้อย่างหลากหลาย

เช่นเดียวกับนาฬิกาสี่รุ่นใหม่นี้ที่มาพร้อมกับสายสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์แบบอินทิเกรเต็ดและตัวพับล็อกแบบสามบานพับที่สามารถปลดล็อกได้อย่างรวดเร็ว ระบบนี้ช่วยให้สามารถปรับระดับความยาวสาย ได้สูงสุดถึง 4 มม. สําหรับโอบรับกับวงรอบข้อมือที่ใหญ่กว่า โดยการขยายข้อสายสุดท้ายหรือได้ถึงสองข้อสายที่เชื่อมต่อเข้ากับตัวพับล็อกของสายสร้อยข้อมือพิงก์โกลด์ นอกจากนี้ ยังสามารถถอดเปลี่ยนจากสายสร้อยข้อมือมาเป็นสายหนังหรือสายยางได้ง่ายดายโดยไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วย ซึ่งทั้งสองสายยังรังสรรค์ด้วยเฉดสีเขียวเดียวกันกับหน้าปัด และมาพร้อมกับหัวเข็มขัดแบบหมุดที่สามารถถอดเปลี่ยนระหว่างสายได้โดยไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยอีกด้วย

จากเรขาคณิตสู่ศิลปะ ธีมประจําปีของ วาเชอรอง คองสตองแตง
นาฬิกา วาเซอรอง คองสตองแตง เป็นมากกว่าเพียงบทสรุปของส่วนประกอบต่างๆ นับตั้งแต่เริ่มต้นจากภาพร่าง ด้วยการวาดภาพรูปทรงเรขาคณิตและการขยายสู่ความสามารถเชิงเทคนิค กับโลกทั้งหมดของรูปทรง สีสัน และพื้นผิวที่ได้ถือกําเนิดขึ้นด้วยโครงสร้างอันซับซ้อนของวิศวกรรมด้านจักรกลที่ได้ ตลอดจนรายละเอียดอันประณีตพิถีพิถันที่ได้มอบซึ่งความมีชีวิตชีวาผสมผสานเข้ากับงานออกแบบ ให้กับความสง่างามทรงเกียรติ และอัจฉริยภาพเชิงศิลป์ที่จุดประกายซึ่งอารมณ์ความรู้สึก โดยมีพื้นฐาน มาจากการศึกษาวิจัยเชิงรูปทรงและสัดส่วนทางคณิตศาสตร์ ที่เรือนเวลา วาเชอรอง กองสตองแต่ง ได้ถ่ายทอดไว้ด้วยสัมผัสอันเต็มเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณและความสง่างาม อันเป็นตัวแทนถึงการ แสดงออกอย่างสูงสุดแห่งพรสวรรค์เชิงศิลป์ ผ่านความความคลาสสิกของคอลเลกชัน เทรดิชั่นแนลส์ (Traditionnelle), สไตล์มินิมอลลิสม์ของนาฬิกา แพทริโมนี (Patrimony), ความเย้ายวนใจของ เอเซรี Égerie) และจิตวิญญาณสปอร์ตซิคของ โอเวอร์ซีส์ ที่เรือนเวลาใหม่เหล่านี้ล้วนถ่ายทอดภาพความโดดเด่น ของการเล่นแร่แปรธาตุภายใต้ศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงเรขาคณิตอย่างแท้จริงซึ่งแสดงออก ผ่านธีมประจําปี ค.ศ. 2024 ของวาเชอรอง ดองสตองแตง

สัมภาษณ์กับ คริสเตียน เซลโมนี (Christian Selmoni) ผู้อําานวยการแห่งสไตล์และมรดก
เหตุใดจึงเลือกเปิดตัวเฉดสีเขียวเข้มนี้สู่คอลเลกชัน โอเวอร์ซีส์
นาฬิกา โอเวอร์ซีส์ เป็นคอลเลกชันที่ได้มอบโอกาสให้กับการทดลองเฉดสีใหม่ๆ ได้อย่างน่าชื่นชมเสมอ ซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนเมื่อแบรนด์ได้เปิดตัวแนะนําาเฉดสีเบจ-ชมพูใหม่ในผลงานรุ่นสําหรับสุภาพสตรีมาแล้ว รวมถึงการเปิดตัวเมื่อเร็วๆ นี้กับหน้าปัดโทนสีทองนับจากนั้นมา จึงนับเป็นโอกาสใหม่ๆ จากการตั้งคําถามที่ว่าเรือนเวลาสําหรับสุภาพบุรุษนั้นจะสามารถประยุกต์ใช้กับหน้าปัดสีสันอื่นๆ ที่นอกเหนือไปจากสีขาว สีดํา และสีน้ําเงินอันเป็นสัญลักษณ์ของ โอเวอร์ซีส์ ได้ด้วยหรือไม่ โดยจากการทดลองครั้งแรกๆ นั้นก็ยืนยันได้ดีถึงสิ่ง ที่เรานั้นตั้งข้อสงสัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสีเขียวซึ่งเป็นเฉดสีที่เคยปรากฏมาแล้วในนาฬิกาบางรุ่นของคอลเลกชันเทรดิชันแนลล์ เราจึงได้เลือกใช้เฉดสีเขียวเข้มที่สื่อถึงพืชพรรณและพงไพร เสมือนเป็นการเพรียกหาธรรมชาติ (Nature) ซึ่งเป็นความลงตัวอันสมบูรณ์แบบเข้ากับจิตวิญญาณแห่งการเดินทางและการสํารวจของ โอเวอร์ซีส์ 

เหตุใดนาฬิกา โอเวอร์ซีส์ ในรุ่นสตีล จึงยังไม่ได้ถูกเลือกมาจับคู่กับหน้าปัดสีใหม่นี้ 
ในช่วงแรกนี้ เราเลือกหน้าปัดสีเขียวสําหรับนาฬิการุ่นพิงก์โกลด์ก่อน ส่วนหนึ่งด้วยเพราะสีเขียวเข้มเป็นเสมือนกับผู้เผยเสน่ห์ที่เสริมประกายความแวววาวให้กับทองได้อย่างดี ขณะเดียวกันก็มอบทั้งความมั่นใจได้ถึงความสามารถในการอ่านค่าฟังก์ชันต่างๆ ของนาฬิกาได้อย่างชัดเจนพิเศษ ตลอดจนผลลัพธ์ของความโดดเด่นสะดุดตาอันเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงให้กับผลงานทั้งสี่รุ่น เมื่อทองได้มาบรรจบกับสีเขียว และนั่นอาจทําให้เฉดสีใหม่นี้จะกลายเป็นอีกหนึ่งสีไอคอนิก เฉกเช่นเดียวกับสีนํ้าเงินภายในคอลเลกชันนี้ด้วย


ในแง่ของความหลากหลายสําหรับนาฬิกา โอเวอร์ซีส์ นั้นคืออะไรบ้าง
ความหลากหลายนับเป็นสัญลักษณ์สําคัญของคอลเลกชันนี้ และเป็นคุณภาพที่ได้รับการยกย่องชื่นชมอย่างมาก เสมอมาสําหรับนาฬิการุ่นสปอร์ตชิดของวาเซอรอง ต้องสตองแดง โดยคุณสมบัติสําคัญนั้นคือนาฬิกาเหล่านี้ จําเป็นต้องสามารถปรับประยุกต์สําหรับการสวมใส่ได้ในทุกโอกาสและทุกสถานการณ์ของการใช้ชีวิตสุดแอคทีฟภายใต้บริบทเช่นนี้ ความสามารถด้านฟังก์ชันที่ไว้วางใจเชื่อถือได้ของนาฬิการุ่นต่างๆ จึงยังคงต้องผสมผสานอย่างสง่างามเข้ากับทุกสภาวะแวดล้อมและคงความหลากหลายได้อย่างมากที่สุด ด้วยความโดดเด่นนี้โอเวอร์ชีสจึงมีสายสร้อยข้อมือ/สายที่สามารถถอดเปลี่ยนได้อย่างง่ายดายและไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยใดๆ มาสวมบทบาทหลักของคอลเลกชัน ที่ไม่ว่าผู้สวมใส่จะเลือกสายสร้อยข้อมือแบบอินทิเกรเตดพร้อมด้วยตัวพับล็อกสายที่สามารถปรับความยาวได้อีกเล็กน้อยโดยยังคงไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยใดๆ หรือจะเลือกเป็นสายหนังหรือสายยาง พวกเขาก็สามารถเลือกสไตล์ที่มีทั้งความคลาสสิก แคชวล หรือสปอร์ตได้อย่างลงตัว โดยแต่ละการผสมผสานนี้ได้เสริมซึ่งสัมผัสของความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล และสร้างสรรค์โฉมหน้าของนาฬิกาได้ในทุกๆ เวลา อีกหนึ่งข้อสําคัญคือการมาพร้อมกับหัวเข็มขัดแบบหมุด ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยไม่จําเป็นต้องใช้เครื่องมือช่วยบนสายหนังหรือสายยางของคอลเลกชัน ซึ่งนั่นหมายความว่านาฬิกาแต่ละเรือนนั้นสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของ สีสัน จากการชื่อเพียงสายเพิ่มเติมอย่างเดียวโดยไม่ต้องมีตัวล็อกหรือหัวเข็มขัดสาย

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้